ไลฟ์สไตล์

สุขสันต์วันแม่...เมื่อ "แม่" เข้าสู่วัยทอง

สุขสันต์วันแม่...เมื่อ "แม่" เข้าสู่วัยทอง

12 ส.ค. 2554

วันแม่เป็นวันที่ทุกคนนึกถึง "แม่" เป็นพิเศษ ทั้งที่ "แม่" ก็อยู่กับลูกๆ ทุกวัน แต่ส่วนใหญ่ ลูกๆ มักไม่มีเวลาให้ "แม่" มีเวลาพบคุณแม่แค่ตอนเช้าก่อนไปทำงานหรือไปโรงเรียน

 และตอนอาหารเย็นหรือหลังเลิกงาน หลายครอบครัวไม่มีโอกาสรับประทานอาหารเย็นร่วมกันด้วยซ้ำ ลูกๆ จึงมักมีของขวัญให้คุณแม่ในวันเกิด หรือวันแม่
 ลูกๆ มักลืมดูแลเอาใจใส่คุณแม่ในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดูแลสุขภาพคุณแม่ กว่าลูกๆ พร้อมดูแลท่านก็เป็นวันที่คุณแม่เริ่มมีปัญหาสุขภาพแล้ว ปัญหาที่แทรกซึมโดยไม่รู้ตัวคือ การเปลี่ยนแปลงในวัยทอง ซึ่งไม่เพียงมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย แต่มีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจด้วย
 วัยทอง คือ วัยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการเสื่อมของร่างกาย และการขาดฮอร์โมนแห่งความเป็นหญิง หรือฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ทำให้คุณแม่บางท่านมีอาการร้อนวูบวาบตามตัว เหงื่อออกไม่มีเหตุผล การควบคุมระดับไขมันคอเลสเตอรอลในร่างกายลดลง และเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดสมองตีบมากขึ้น
 นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการดูดซึมแคลเซียมเพื่อสร้างความแข็งแรงของกระดูกลดลง ทำให้เกิดปัญหากระดูกบางและพรุนได้  ผิวพรรณที่เคยเต่งตึง ชุ่มชื้น ก็เกิดการหย่อนยาน แห้ง และคัน แม้แต่ช่องคลอดก็รู้สึกแสบ แห้ง และอาจเกิดปัญหาปัสสาวะบ่อย ขัด หรือกลั้นไม่อยู่ ร่วมด้วย คุณแม่บางท่านอาจรู้สึกปวดเมื่อยตัว ปวดตามข้อต่างๆ ปวดมึนศีรษะเป็นประจำโดยหาสาเหตุไม่ได้ แต่พอได้รับประทานฮอร์โมนทดแทน พบว่า อาการเหล่านั้นดีขึ้น แสดงให้เห็นว่า ปัญหาที่เกิดจากการขาดฮอร์โมนนั้น มีหลายรูปแบบจริงๆ
 ปัญหาที่ทำให้วุ่นวายพอสมควร คือ อารมณ์ และจิตใจ คุณแม่มักขึ้หลงขี้ลืม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจำระยะสั้นๆ เช่น ถอดแว่นวางไว้ตรงไหน จอดรถไว้ตรงไหน นึกไม่ออก คุณแม่จะควบคุบอารมณ์ได้ยาก ความอดทนต่ำ หงุดหงิด และโมโหง่ายมาก ในวัยที่ลูกๆ ทุกคนทำงานนอกบ้าน และต้องอยู่บ้านคนเดียว จึงรู้สึกเปลี่ยวเหงา ซึมเศร้า และรู้สึกคุณค่าในตัวเองลดลง เกิดปัญหาไม่เข้าใจกันได้ง่ายๆ ปัญหานี้แก้ไขยาก ตรงที่ทุกคนล้วนไม่มีเวลาให้ท่าน
 หากิจกรรมให้คุณแม่ทำ เพื่อระบายอารมณ์เหงา และขุ่นมัว ได้ 3 ทาง ได้แก่
 1.กับตัวเอง เมื่อรู้สึกเหงา หงุดหงิด น้อยใจ ให้ลองหาไดอารี่ให้คุณแม่เขียนระบายความทุกข์เป็นตัวหนังสือ หรือบันทึกเสียงไว้ เมื่อเวลาผ่านไป อารมณ์ปรับเปลี่ยนแล้ว ย้อนกลับไปอ่าน หรือเปิดเทปฟัง จะค้นพบว่า อันที่จริงแล้ว ความรู้สึกนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย และทำให้เข้าใจอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงในวัยทองมากขึ้น
 2.กับคนอื่น นอกจากบอกเล่าความรู้สึกต่างๆ กับลูกหลานแล้ว ยังมีสูตินารีแพทย์ที่พร้อมจะเป็นเพื่อนรับฟังปัญหาของคุณแม่ แนะนำวิธีจัดการกับปัญหา ทั้งที่ต้องใช้ และไม่ใช้ยาฮอร์โมน นอกจากนี้ คุณแม่สามารถปรับทุกข์กับเพื่อนๆ วัยทองท่านอื่นได้ จะทำให้คุณแม่พบว่า ไม่ได้เผชิญปัญหาคนเดียว นอกจากจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแล้ว ยังทำให้เข้าใจได้ดีขึ้นว่า อาการเหล่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ
 3.กับกิจกรรม เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ การนั่งสมาธิ ช่วยให้ความว้าวุ่นในใจลดลงได้มาก หรือลองพาคุณแม่ไปทำกิจกรรมสนุกๆ กัน เช่น เรียนลีลาศ นอกจากจะได้ความสนุกสนาน ได้พบเพื่อน ได้เข้าสังคมใหม่แล้ว ยังเป็นการออกกำลังกายที่ป้องกันภาวะกระดูกพรุนที่ดีมาก เช่นเดียวกับการรำมวยจีน การร้องเพลงคาราโอเกะ หรือไปสังสรรค์นอกบ้าน นอกจากได้ความสนุกรื่นเริง ได้มีเวลาร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวแล้ว ยังช่วยฝึกความจำ ทักษะการใช้สายตา ลำดับความคิดของคุณแม่ มีประโยชน์ในการป้องกันอัลไซเมอร์
 ยิ่งถ้าเป็นร้านอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์ ที่มีเวทีคาราโอเกะสาธารณะให้คุณแม่ขึ้นโชว์เสียงด้วยแล้ว มักได้รับกำลังใจจากผู้ที่รับประทานในร้าน นอกจากทำให้จิตใจเบิกบานแล้ว ยังเรียกความมั่นใจกลับมา สร้างคุณค่าในตัวเอง
 วันแม่ปีนี้ พอนึกออกแล้วหรือยังว่าจะพาคุณแม่ไปฉลองที่ไหน แต่ไม่อยากให้ฉลองเฉพาะ "วันแม่" เท่านั้น แต่อยากให้เป็นวันเริ่มต้นที่ลูกๆ ทุกคนจะดูแลคุณแม่ ทั้งร่างกายด้วยการพาไปตรวจสุขภาพ ทั้งจิตใจด้วยการเพิ่มความเข้าใจให้ท่าน และจัดให้ท่านมีกิจกรรมของตัวเอง
 ต่อไปนี้ ท่านจะไม่เหงา และจะมีความสุขมากขึ้น
พญ.ธิศรา วีรสมัย
โรงพยาบาลพญาไท 1
โทร.0-2640-1111