ไลฟ์สไตล์

“แปลก เก่า เรียบ" สมญานามทีมรมต.ศึกษาใหม่

“แปลก เก่า เรียบ" สมญานามทีมรมต.ศึกษาใหม่

10 ส.ค. 2554

นักวิชาการให้สมญานามทีมรัฐมนตรีศึกษาใหม่ “ แปลก เก่า เรียบ “ เข้ากระทรวงวันแรกจันทร์ที่ 15 ถือฤกษ์ 9 โมงเช้า แต่นัดคุยนอกรอบพรุ่งนี้ก่อน ด้านผู้บริหาร ศธ.ชงงานไว้รอรมว.ศธ.ใหม่ผลักดันแล้ว

          (10ส.ค.) นายอภิชาติ    จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า วันจันทร์ที่ 15 ส.ค. เวลา 09.00 น. รัฐมนตรีทั้ง 3 คนนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) นางบุญรื่น ศรีธเรศ และนายสุรพงษ์ อึ้งอำพรวิไล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.)          จะเข้ากระทรวงเพื่อประชุมร่วมกับผู้บริหารและข้าราชการของ ศธ. อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (11 ส.ค.) รมว.ศธ.ได้เชิญซี 11 ทั้ง 5 แท่งไปประชุมอย่างไม่เป็นทางการนอกกระทรวงก่อน ซึ่งตนได้เตรียมทำข้อมูลเสนอ รมว.ศธ. เป็นข้อมูลเกี่ยวกับแผนงานโครงการต่าง ๆ  ที่แต่ละแท่งดำเนินการอยู่และเตรียมจะดำเนินการต่อภายใต้งบประมาณปี 2555

           ในส่วนสำนักงานปลัด ศธ.ได้เตรียม 3 ประเด็นที่ขอให้รัฐบาลดำเนินการ คือ 1.ขยาย การศึกษาตลอดชีวิตให้เข้าถึงประชาชนทุกคน โดยเฉพาะการจัดการศึกษาให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และการจัดการศึกษาต่อเนื่องให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะการจัดอบรมวิชาชีพระยะสั้นซึ่งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย และต้องการขยายให้ทั่วถึงทุกตำบล ตรงนี้จะช่วยให้เรารับมือกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ อันเป็นผลจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก

            นอกจากนี้จะเสนอเพิ่มเงินอุดหนุนให้โรงเรียนเอกชน เพราะเงินอุดหนุนของโรงเรียนเอกชนจะรวมเงินเดือนครูไว้ด้วย หากรัฐบาลต้องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทแล้วควรจะต้องเพิ่มเงินให้ครูเอกชนผ่านเงินอุดหนุน และ3.ให้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) หาทางอุดรอยรั่วว่าทำเช่นไรให้การขึ้นเงินเดือนของครูได้รับการยอมรับ

           นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) กล่าวว่า เท่าที่ทราบ รมว.ศธ.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหลักสูตรและมาตรฐานการเรียนรู้ สอดคล้องกับบริบทของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการให้การศึกษาตอบโจทย์การพัฒนา เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งแนวคิดที่จะเชื่อมโยงการศึกษาระดับพื้นฐานและอาชีวศึกษา อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ยกร่างโครงการ 9 เรื่องซึ่งสอดคล้องตามแผนบริหารราชการ 2555-2558 และเป็นแผนที่เตรียมสำหรับปีงบประมาณ 2555 เพื่อเตรียมเสนอ รมว.ศธ.

           ซึ่ง สพฐ.จะเน้นชูธงใน 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.นโยบาย เรียนฟรีตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งจะเน้นการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยให้มีคุณภาพมากขึ้น เน้นการเรียนรู้ตามพัฒนาการทางสมอง นอกจากนี้ส่งเสริมการเรียนรู้ของพ่อแม่ก่อนให้ลูกเข้าเรียนปฐมวัย 2.การพัฒนาครูให้ใช้ไอที ตามนโยบายของรัฐบาลเน้นอบรมผ่านระบบ e-training ตามกลุ่มสาระวิชา 3.คอมพิวเตอร์สำหรับผู้เรียน Tablet Pc ซึ่งจะต้องรอฟังนโยบายอีกครั้งว่าจะจัดสรรให้นักเรียนระดับใด เพราะแต่ละระดับต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการสอนที่แตกต่างกัน 4.การปรับหลักสูตรมาตรฐานการเรียนรู้ เท่าเทียมสากลรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และ5.การเตรียมความพร้อมโรงเรียนในฝันทั้ง 3 รุ่นให้พัฒนาสู่เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล

          ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์  กล่าวว่า สังคมคนในวงการศึกษาค่อนข้างผิดหวังกับรายชื่อ รัฐมนตรี ศธ.มาก ถ้าคะแนนเต็ม 10 ผมคงให้คะแนนได้สัก 5 คะแนน ทั้งนี้ เพราะเราคาดหวังจะได้คนที่มีความรู้ ความสามารถด้านการศึกษา แต่จากที่ตนได้ดูแล้วฟันธงได้เลยว่ารัฐมนตรีทั้ง 3 คนนี้ รวมความแปลก ความเก่า และความเรียบ  ภาพรวมจึงยังไม่เห็นความโดดเด่นอีกทั้งยังไม่เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจ หรือวิสัยทัศน์ที่จะมาแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีทั้ง 3 คนจะต้องเร่งสร้างผลงานให้เห็นผลภายใน 3 เดือน เพราะจะใช้เวลา 6 เดือน ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บอกไว้อาจจะไม่ทันการ
   
          อย่าง ไรก็ตาม เมื่อรัฐมนตรีไม่ค่อยมีประสบการณ์ทางการศึกษามากพอ ตนขอแนะนำว่าควรจะเชิญนักวิชาการที่มีความรู้ด้านการศึกษามาตั้งวอล์รูม ช่วยในการทำงาน ที่สำคัญงานทางการศึกษาที่ควรจะต้องสานต่อคือนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ทศวรรษที่ 2 เพราะเป็นนโยบายสาธารณะที่จะทำ และควรจะทำเรื่องการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ส่วน สพฐ.นโยบายทั้ง 9 ข้อ ควรดำเนินการแต่ขอให้ระวังการเบิกจ่ายงบประมาณ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ขอให้ไปดำเนินการแก้ไขปัญหาขัดแย้งภายในและความไม่โปร่งใส
  
           “ขอ เตือนให้ระวังถ้ามาเป็น รมต.แล้วไม่มีผลงาน เพราะว่าจะมีรัฐมนตรีว่าการ ศธ.(เงา) ของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งต้องยอมรับว่ามีทีมงานมีผู้รู้การศึกษาที่แข็งกว่า เยอะ ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ หรือแม้กระทั่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จะเข้ามากินรวบได้  ดังนั้น อย่ารอให้เห็นผลงาน 6 เดือน 3 เดือนต้องมีผลงานเด่นชัด”นายสมพงษ์ กล่าว