ไลฟ์สไตล์

ประธานทปอ.มรภ.เมินเลื่อนเปิดเทอมชี้ไร้สาระ

ประธานทปอ.มรภ.เมินเลื่อนเปิดเทอมชี้ไร้สาระ

09 ส.ค. 2554

“สุเมธ” มึนทปอ.เลื่อนเปิดปิดภาคเรียนสอดรับอาเซียนจะเหมือนกับประเทศอะไร ยันตอนนี้ทุกประเทศสมาชิกอาเซียนไม่เหมือนกัน เตรียมหารือ “ประสาท” ขอความชัดเจน ด้าน ประธานทปอ.มรภ.ซัดเลื่อนเปิดปิดภาคเรียนไร้สาระ เชื่อไม่มีประโยชน์ แนะเอาเวลาไปเตรียมพัฒนาภาษา เรียนรู

          จากกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลื่อนการเปิดและปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยออกไป เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.2558 โดยคาดว่าจะเริ่มในปีพ.ศ.2555 เพื่อให้มีความเป็นสากลและสอดคล้องกับประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียนนั้น ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ต้องหารือกับรศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) ในฐานะประธาน ทปอ.ว่าจะเลื่อนให้เหมือนกับประเทศอะไร

            เพราะเท่าที่ทราบจากการเดินทางประชุมร่วมกับประเทศสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ พบว่าทุกประเทศมีระยะเวลาการเปิดปิดภาคเรียนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และยังไม่มีประเทศใดเปลี่ยนแปลงเวลาการปิดเปิดภาคเรียน มีเพียงประเทศเดียวที่เปลี่ยน คือประเทศมาเลเซีย แต่มาเลเซียก็ไม่ได้ปรับให้เหมือนกับกลุ่มอาเซียนแต่ปรับให้เหมือนประเทศทางแถบยุโรป อเมริกา เพื่อความเป็นสากล ดังนั้น ตนคงต้องหารือรายละเอียดดังกล่าวกับประธาน ทปอ.ให้ชัดเจน

           ด้าน รศ.ดร.เปรื่อง   กิจรัตน์ภร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร(มรภ.) ในฐานะที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งประเทศไทย(ทปอ.มรภ.) กล่าวว่าการเลื่อนเปิดปิดภาคเรียนการศึกษา ไม่ใช่สาระสำคัญในการเตรียมความพร้อมบัณฑิตหรือบุคลากร เพื่อรองรับกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะช่วงเวลาเปิดปิดภาคเรียนการศึกษาไม่ได้กระทบต่อความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน หรือการแลกเปลี่ยนด้านวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษา และการเปิดปิดภาคเรียนแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับนโยบาย ความเหมาะสมของแต่ละประเทศนั้นๆ เช่น การเปิดปิดภาคเรียนของไทย เป็นการยึดตามหลักภูมิศาสตร์ ฤดูกาล วิถีชีวิต วัฒนธรรมของไทยไม่จำเป็นต้องไปสอดคล้องกับประเทศใด

            ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่มหาวิทยาลัยต้องทำไม่ใช่เรื่องการเลื่อนเปิดปิดภาคเรียนแต่เป็นการเตรียมกำลังคน ซึ่งทปอ.มรภ.ได้มีมติการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2 เรื่องหลักคือ 1.สร้างความตระหนักแก่บัณฑิต บุคลากร คณาจารย์ให้มีความรู้ เข้าใจการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยมีการทำวิจัย สำรวจถึงแนวทางในการพัฒนาบัณฑิตให้มีความพร้อม ทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้นักศึกษาสามารถปรับตัว และแข่งขันกับบัณฑิตในประเทศสมาชิกได้ 2.สร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการ แลกเปลี่ยนนักศึกษา คณาจารย์ กับมหาวิทยาลัยในประเทศสมาชิกอาเซียน

           รศ.ดร.สุพล   วุฒิเสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) กล่าวว่า ที่ผ่าน มามบส.ได้ใช้วิกฤตเรื่องเวลาการเปิดปิดภาคเรียนที่แตกต่างกันให้เป็นโอกาสในการเตรียมนิสิตให้มีโอกาสเรียนรู้ภูมิภาคอาเซียนในวิชาภาษา และศิลปวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้าน โดยเชิญอาจารย์จากประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนมาสอนและถ่ายทอดความรู้ให้กับนิสิต

            เพราะฉะนั้นแนวนโยบายการเลื่อนเวลาเปิดปิดเทอมของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยให้เป็นช่วงเวลาเดียวกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนนั้น คงต้องขึ้นอยู่วิสัยทัศน์ของรมว.ศึกษาธิการ และผู้บริหารการศึกษาที่จะใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ระบบการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งอาจจะส่งผลดีต่อการเปิดวิสัยทัศน์ให้แก่ผู้บริหารและอาจารย์ได้ศึกษาข้อมูลบริบทต่างๆ ของการจัดการเรียนการสอนของทุกประเทศในกลุ่มอาเซียน เพื่อนำมาพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ อีกทั้งยังรองรับการถ่ายโอนหน่วยกิต และการโอนย้ายของนักศึกษาในภูมิภาคอาเซียนที่ต้องการเข้ามาเรียนในอุดมศึกษาไทย ทั้งนี้ ศธ. ควรเน้นการให้เด็กเรียนรู้ภาษาเพื่อนบ้านอย่างน้อย 1-2 ภาษา นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ จะเป็นประโยชน์ต่อการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาของประชาคมอาเซียนต่อไป