ไลฟ์สไตล์

ปลูกมะเขือเทศ'เพชรรุ่ง'

ปลูกมะเขือเทศ'เพชรรุ่ง'

10 ส.ค. 2554

"บุญเลิศ"ปลูกมะเขือเทศ"เพชรรุ่ง"อาชีพลงตัว:เกษตรกรเก่ง

          ปัญหาอากาศร้อน เกิดโรคไวรัส โรคใบจุดดวง โรคราแป้ง ทำให้ผู้ปลูกมะเขือเทศหลายรายหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน แต่สำหรับ "บุญเลิศ แก้วสามทอง" เกษตรกร อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี แม้จะประสบปัญหาบ้าง ด้วยความอดทน อีกทั้งได้รับคำแนะนำจากผู้รู้ ส่งให้เขาประสบความสำเร็จจากอาชีพนี้ 
 
          "บุญเลิศ" ในวัย 50 ปีเศษ ย้อนอดีตให้ฟังว่า ปลูกมะเขือเทศสีดามา 24 ปี บนพื้นที่ราว 10 ไร่ เริ่มจากปลูกพันธุ์น้ำเค็มซึ่งเป็นที่นิยมมากตอนนั้น จนตอนหลังมีการพัฒนาพันธุ์ลูกผสมใหม่ๆ ก็ได้ปรับเปลี่ยนไปตามความนิยมของตลาด แต่ปัญหาที่พบคือโรคไวรัสจากแมลงหวี่ขาว โรคเหี่ยวเขียวที่เกิดจากแบคทีเรีย โรคไวรัสทำให้ยอดหยิก ผลผลิตติดลูกน้อยมาก
 
          "เกษตรกรทุกรายที่ปลูกมะเขือเทศจะเข้าใจดีว่าเป็นปัญหาที่เรื้อรัง แก้ไม่ตก บางรายเบื่อหน่าย จึงหันไปปลูกพืชอย่างอื่นที่มีปัญหาน้อยกว่าแทน" บุญเลิศ แจงพร้อมบอกว่าในส่วนตนก็ได้พยายามหาทางออก ด้วยเปลี่ยนวิธีปลูก เปลี่ยนสูตรการใส่ปุ๋ย สรรหาพันธุ์ใหม่ปลูก ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ประสบปัญหาเหมือนเดิม
 
          กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้รู้จักมะเขือเทศสีดาพันธุ์ "เพชรรุ่ง" ของบริษัทเจียไต๋ ที่ได้คิดค้นพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์เพื่อแก้ช่วยปัญหาให้เกษตรกร ขณะเดียวกันก็มีผู้แนะนำ จึงได้ทดลองปลูก
 
          "สังเกตเห็นว่าทนต่ออากาศร้อน ยอดใบสวยไม่เป็นโรค ติดดอกใหญ่เสมอกันหมด ให้ผลผลิตมากกว่าเดิมถึง 30% เปอร์เซ็นต์ และมีระยะเวลาการติดลูก 4-6 เดือน แถมคุณภาพสีสวยน่ารับประทาน ผลแข็งกว่า เนื้อแน่น ทำให้ยืดอายุการเก็บรักษา ไม่เสียหายขณะขนส่ง และมีน้ำหนักดีกว่าพันธุ์ทั่วไป" บุญเลิศ บอกถึงความสำเร็จหลังฤดูกาลปลูกแรก และครั้งสองผ่านไป โดยการันตีด้วยผลผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ขณะที่ต้นทุนการผลิตต่อฤดูกาลลดลงถึงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์
 
          อย่างไรก็ตาม บุญเลิศยอมรับว่า การเลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีความต้านทานโรคสูง เป็นสิ่งสำคัญที่ตอบโจทย์ในการช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตได้แน่นอน!