ไลฟ์สไตล์

ความจริงที่วังน้ำเขียว

ความจริงที่วังน้ำเขียว

10 ส.ค. 2554

ความจริงที่วังน้ำเขียว:รู้มาเล่าไป โดย.. ดลมนัส กาเจ

          การประชุมร่วมระหว่างกรมป่าไม้ที่มี นายสุวิทย์  รัตนมณี  อธิบดีกรมป่าไม้ เป็นหัวหน้าคณะกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องใน จ.นครราชสีมา ที่มี นายระพี  ผ่องบุพิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นหัวหน้าคณะ โดยมี พล.ต.ชาสร  วายโสกา รองแม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมด้วย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 ตั้งอยู่ในสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ริม ถ.ราชสีมา-กบินทร์บุรี ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา  เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาการบุกรุกป่าสงวนฯ ที่วังน้ำเขียวที่กำลังเป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้ ให้ใช้กฎหมายจัดการ จัดระเบียบวังน้ำเขียว จากเบาไปหาหนัก หากไม่ทำถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
 
          ที่จริงปัญหาการบุกรุกพื้นที่ใน อ.วังน้ำเขียว มีมานานแล้วครับ นานตั้งแต่หลังจากที่มีการประชุม ครม.สัญจร สมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ อ.วังน้ำเขียวนั่นแหละ ตอนนั้นจำได้ไหมว่า พอประชุม ครม.สัญจรเสร็จมีการแถลงข่าวใหญ่โตว่า จะเนรมิตให้วังน้ำเขียวเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งอีสาน
 
          การแถลงข่าวมีความจงใจที่พัฒนาวังน้ำเขียวหรือว่าเป็นการปั่นราคาที่ดินก็สุดแต่จะเดาครับ เพราะหนึ่งในโครงการเนรมิตวังน้ำเขียวเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งอีสานนั้น มีการตัดถนนเชื่อมวังน้ำเขียวไปยังปากช่อง เป็นเส้นทางที่คดโค้ง บางแห่งไม่ได้โค้งอันเนื่องจากพื้นที่ไม่อำนวย แต่เป็นการโค้งผ่านที่ดินของคนและพลพรรคของคนในรัฐบาลสมัยนั้น จากนั้นไม่นานมีบรรดาคนใหญ่คนโตในรัฐบาลสมัยนั้นรวมทั้งลิ่วล้อของนักการเมืองบางคน รวมถึงมาดงมาดามอะไรต่อมิอะไร ต่างแห่ไปกว้านซื้อที่วังน้ำเขี่ยวกันยกใหญ่ เพื่อเก็งกำไร
 
          จากที่ดินชาวบ้านปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลังที่ไม่มีราคา ถูกเปลี่ยนมือเป็นของนายทุนมีราคาขยับขึ้นเรื่อยๆ จากหลักพันบาทต่อไร่มาเป็นหลักหมื่น และหลักแสนจนเฉียดหลักล้านบาทต่อไร่ในย่านของหมู่บ้านไทยสามัคคี
 
          ต่อมาการบุกรุกขยายวงกว้างขึ้นไปทางอีกฝั่งหนึ่งของถนน ยันไปถึงอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงโน่น ซึ่งเมื่อ 6-7 ปีก่อนราคาไม่เท่าไรครับ เพราะสภาพป่าบางพื้นที่ยังมีอยู่ จึงมีการปั่นราคาพอสมควร บางคนอ้างตัวเป็นนักเลงใหญ่มาจากเมืองชล บอกชื่อ "ยุทธ" ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้วังน้ำเขียว หรือเจ้าหน้าที่ของอำเภอวังน้ำเขียวรู้จักคนนี้ดี อ้างมีที่หลายพันไร่ติดอ่างเก็บน้ำมาเลหลังขายให้นักข่าวในราคาที่ถูก ที่แท้เพื่อเอาชื่อไปอ้างกับลูกค้าว่ากลุ่มนักข่าวซื้อด้วย บางคนหลงกลไปซื้อพอซื้อแล้วคนชื่อยุทธที่ว่านี้ก็เอาที่เดิมไปขายให้คนอื่นอีก แล้วจัดที่ใหม่ให้นักข่าวแทน
 
          ทุกวันนี้แม้ที่ดินบางส่วนจะถูกเปลี่ยนมาหลายเจ้า แต่ที่ทำเลดี พื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งกลุ่มการเมือง คนมีสี นายทุน  ยากต่อการที่จะให้ระดับพื้นที่แก้ปัญหาได้ อย่างที่ท่านผู้ว่าฯ โคราชบอกนั่นแหละคือในโลกของความเป็นจริง สภาพพื้นที่วังน้ำเขียว มีนายทุน นักการเมือง และผู้มีอิทธิพล อยู่เบื้องหลัง
 
          คิดดูสิครับ ผู้ว่าฯ มีข้อมูลว่าใครเป็นตัวเอ้ และใครเป็นแค่ตาสีตาสา ทำได้แค่มอบข้อมูลให้อธิบดีกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เท่านั้นครับ
 
          นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นที่วังน้ำเขียว