ไลฟ์สไตล์

มะเร็งตับ ป้องกันได้

มะเร็งตับ ป้องกันได้

09 ส.ค. 2554

ผู้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ชอบรับประทานก๋วยเตี๋ยวใส่ถั่วลิสงป่น ใส่พริกแห้งป่นเยอะๆ มีอาการเสียดท้องด้านขวา จุกแน่นท้อง เป็นๆ หายๆ มาเป็นปีแล้ว ถือเป็นผู้เสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งตับ

 มะเร็งตับ เปรียบเหมือนมฤตยูเงียบ การเฝ้าระวังจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการที่จะเป็นมะเร็งตับ คือ ผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป และมีอาการตับแข็งร่วมด้วย
 ควรจะต้องตรวจร่างกายอย่างน้อยทุก 6 เดือน ผู้ที่ดื่มสุราแอลกอฮอล์เป็นประจำมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับสูงกว่าผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ชอบรับประทานถั่วลิสง โดยเฉพาะถั่วลิสงป่นที่ค้างนานๆ ข้าวโพด พริกแห้ง กระเทียม เต้าเจี้ยว และเต้าหู้ยี้ เนื่องจากอาหารเหล่านี้ มีสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งปนเปื้อนอยู่ เป็นสาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งตับ
สามารถตรวจหามะเร็งตับได้โดย
 การตรวจหาระดับของ สารอัลฟาฟิโตโปรตีน (Alpha Feto Protein) โดยตรวจร่วมกับการทำอัลตราซาวนด์ เพื่อตรวจหาก้อนมะเร็งที่มีขนาดเล็กๆ ได้ การตรวจโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า CT Scan ซึ่งจะสามารถเห็นมะเร็งที่มีขนาดเล็กกว่า  1 ซม.ได้
อาการของผู้ป่วยมะเร็งตับที่ชัดเจนก็คือ
 - รู้สึกอ่อนเพลีย
 - เบื่ออาหาร
 - จุกเสียด แน่นท้อง
 - น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
 - ปวดชายโครงด้านขวา โดยอาจร้าวไปที่ไหล่ด้านขวาหรือลำตัวซีกขวา
 - อาจคลำพบก้อนที่ชายโครง
 - ในระยะแรกไม่มีอาการผิดปกติ
การรักษา
 การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก จะทำในรายที่พบระยะเริ่มแรกก้อนมะเร็งมีขนาดไม่เกิน 5 ซม. เป็นมะเร็งก้อนเดียว มีเปลือกห่อหุ้ม และอยู่ภายในตับกลีบเดียว วิธีการนี้ถือว่า เป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุดในปัจจุบัน การให้เคมีบำบัดทางหลอดเลือดแดงในตับ (TACE= Transhepatic Arterial Chemoembolization) ส่วนใหญ่จะใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งตับที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ เช่น ผู้ป่วยที่มีก้อนเนื้องอกโต หรือหลายก้อน
 การทำลายก้อนเนื้องอกโดยตรง โดยการฉีดสารบางชนิดผ่านเข็มเล็กๆ ที่สอดผ่านผิวหนังเข้าสู่เนื้องอก หรือใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงปล่อยพลังงานความร้อนผ่านปลายเข็มเข้าไปทำลายเนื้องอกโดยตรง แต่ทุกวิธี แพทย์จะเป็นผู้พิจารณา เนื่องจากมีเงื่อนไขในการทำค่อนข้างมาก
 วิธีที่ดีที่สุด คือ การไม่เป็นมะเร็งตับ ซึ่งป้องกันได้โดยการแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ให้ครบถ้วน ลดสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) โดยการเน้นการเก็บอาหารให้แห้งเพื่อลดปริมาณอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ไม่รับประทานอาหารที่มีเชื้อรา ระมัดระวังอาหารที่ตากแห้ง หรืออาหารที่เตรียมแล้วเก็บค้างคืน เพราะอาจมีเชื้อราปะปนอยู่ ลดการดื่มสุราแอลกอฮอล์ ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น ปลาดิบ ก้อยปลา เพราะอาจจะทำให้เป็น โรคพยาธิใบไม้ตับ หรืออาหารที่หมัก เช่น ปลาร้า ปลาเจ่า แหนม ฯลฯ เพราะมีสารไนโตรซามีน ซึ่งทำให้เป็นโรคมะเร็งตับได้ ควรรับประทานอาหารที่สะอาด และปรุงสุกใหม่ๆ ไม่รับประทานอาหารซ้ำๆ หรืออาหารที่ใส่ยากันบูด ถ้ามีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์
ผศ.นพ. สิโรจน์ กาญจนปัญจพล
รพ.ไทยนครินทร์
โทร.0-2361-2727