
ชี้เปิดเทอมก.ย.รับอาเซียนต้องทำทั้งระบบ
ชี้เลื่อนเปิดปิดภาคเรียนสอดรับอาเซียนต้องทำทั้งระบบการศึกษา ไม่ใช่เฉพาะมหาวิทยาลัย แจงขึ้นอยู่กับศธ. ด้าน กอศ. ยันไม่ปรับเปลี่ยนอะไร หวั่นหลงทาง เชื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนมีทิศทาง รายละเอียดที่กำหนดไว้แล้ว
(8ส.ค.) จากกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)มีมติเป็นเอกฉันท์เลื่อนการเปิดปิดภาคการศึกษาของมหาวิทยาลัยออกไป เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน พ.ศ. 2558 โดยคาดว่าเริ่มปี 2555 เพื่อให้มีความเป็นสากลและสอดคล้องกับประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน ซึ่งส่วนใหญ่เรียน 2 ภาคเรียนและได้ประกาศเลื่อนเปิดปิดภาคเรียนแล้ว เหลือแต่ประเทศไทยที่ยังไม่ประกาศ และเปิดปิดภาคเรียนไม่เหมือนประเทศอื่นๆ โดยภาคเรียนที่ 1 เปิดปิด เดือนมิ.ย.-ต.ค. และภาคเรียนที่ 2 เดือนพ.ย.มี.ค. ซึ่งจะเลื่อนเป็นภาคเรียนที่1 เดือน ก.ย.-ธ.ค. และภาคเรียนที่2 เดือนม.ค.-พ.ค.
รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าการปรับเปลี่ยนควรปรับทั้งระบบไม่ใช่ปรับเฉพาะอุดมศึกษาเท่านั้น โดยเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เพราะต้องดำเนินการในภาพรวม และหากมองตามสภาพความเป็นจริงเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กำหนดเวลาต่าง ๆ ควรมีความสอดคล้องกัน เพื่อความสะดวกในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแลกเปลี่ยนนักศึกษา เป็นต้น ทั้งนี้ คิดว่าปีการศึกษา 2555 ไม่น่าจะดำเนินการได้ทัน เพราะต้องปรับเวลาการเรียนการสอนด้วย
น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สอศ.คงไม่ปรับเปลี่ยนอะไร เพราะการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนมีทิศทาง รายละเอียดที่ได้กำหนดไว้แล้ว อีกทั้งแต่ละประเทศมีรูปแบบการดำเนินการแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องปรับเพื่อให้เหมือนกันทุกอย่าง เพราะจะทำให้หลงทาง ส่วนกิจกรรมต่างๆ เช่นการแลกเปลี่ยนนักศึกษา หรือกิจกรรมอื่น ๆ นั้นก็สามารถหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่แต่ละฝ่ายจะสามารถร่วมมือหรือแลกเปลี่ยนได้
นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)กล่าวว่า ภาพรวมหากมีการปรับเวลาการเปิดปิดภาคเรียนในกลุ่มประเทศอาเซียนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นเรื่องดี เพราะการจัดกิจกรรมต่าง ๆ จะอยู่ช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งในส่วนของ สช.คิดว่าไม่มีปัญหาเพราะปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติในสังกัดสช.กว่า 200 โรงปรับเวลาเปิดปิดภาคการศึกษาตามสากลอยู่แล้ว แต่ถ้าปรับต้องปรับทั้งระบบ และต้องใช้มติที่ประชุม ศธ.



