
รุกและรับแบบวีโก้แชมป์
รุกและรับแบบวีโก้แชมป์ : รายงานโดย จอมยุทธ
ปกติแล้วการเปลี่ยนโฉมหน้ารถ โมเดลต่อโมเดล จะมีอายุระหว่าง 6-12 ปี ในระหว่างครึ่งทางของอายุก็จะมีการเปลี่ยนใหญ่ครั้งหนึ่ง ที่เรียกว่า ไมเนอร์เชนจ์ อายุของรถเก๋งจะสั้นกว่า ส่วนรถเพื่อการพาณิชย์จำพวกกระบะ หรือรถตู้ จะยาวถึง 11-12 ปี ดังนั้นจะเห็นกระบะบ้านเราปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ แม้อายุโมเดลจะนานมากแล้วก็ตามยกเว้นแต่มีปัจจัยช่วยเร่ง โดยเฉพาะเรื่องการแข่งขัน ซึ่งมีทั้งรุก หรือเปลี่ยนแบบให้เร็วขึ้นกับรับ หรือเปลี่ยนเพื่อแก้เกมตลาดคู่แข่งล่าสุด โตโยต้า วีโก้ แชมป์เป็นเรื่องของการรุก ที่เปลี่ยนเยอะ เปลี่ยนเร็ว เพื่อช่วงชิงโอกาสตลาด
โอกาสสองอย่างที่แชมป์ออกมาช่วงชิงคือ การที่รถค่ายอื่นๆ ต้องได้รับผลกระทบจากสึนามิ กับการที่ค่ายคู่แข่งอย่างอีซูซุ อยู่ในช่วงปลายอายุโมเดลแล้ว โตโยต้าอาศัยศักยภาพในด้านการผลิตการบริหารจัดการที่แข้มแข็ง เข็น วีโก้ แชมป์มา เปลี่ยนจากวิกฤติ (โตโยต้าได้รับผลกระทบจากสึนามิเช่นกัน) เป็นโอกาส
ภาพรวมของ วีโก้แชมป์ ทั้งรุ่นมาตรฐาน และเอ็กซ์ตร้าแค็บ (รุ่น J) รุ่น สมาร์ทแค็บ รุ่น ดับเบิลแค็บ เปลี่ยนแปลง ในส่วนสำคัญหลักๆ พอสรุปได้ 3 ส่วนคือ ภายใน ภายนอก และการปรับตั้ง หรือการ จูนอัพ สำหรับภายนอกจะเน้นเรื่องของชิ้นส่วนที่ถอดเปลี่ยนได้ง่ายเช่น ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ โคมไฟคู่หน้าแบบฮาโลเจน มัลติรีเฟลกเตอร์ ไฟหลังดีไซน์ใหม่ ฝากระโปรงลงตัวกับช่องดักลมใหม่ ขนาดใหญ่ขึ้น กระจังหน้า และกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ เสาวิทยุใหม่ แบบพับเก็บได้ (เฉพาะรุ่นเอ็กซ์ตร้า แค็บ) โป่งล้อ (Over Fender) ส่วน ภายในก็เปลี่ยนเช่น พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ คอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ มาตรวัดดีไซน์ใหม่ลูกบิดปรับอุณหภูมิแอร์ ที่เก็บแว่นตา / ไฟส่องแผนที่ ใหม่หมด เพิ่มช่องทางความบันเทิงให้มากขึ้นด้วยช่องต่ออุปกรณ์ USB / AUX) ดูจากภายนอกภายในแล้ว วีโก้แชมป์ เน้นไปทางหรูหรา แบบเก๋ง เส้นต่างๆ ก็ให้เป็นแนวนอน ไม่ใช่แนวตั้งแข็งๆ แบบรถบรรทุก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในรุ่นท็อป ก็มากขึ้นเช่น เบาะที่นั่งไฟฟ้าด้านคนขับ (Power Driver Seat) เบาะนั่งปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ “Cruise Control กล้องมองหลัง
ที่น่าสนใจคือ การปรับตั้งช่วงล่างใหม่ นุ่มขึ้น เนียนขึ้น เพราะที่ผ่านมามีเสียงว่าแข็ง กระด้าง และก็ทรงตัวไม่ค่อยดี โตโยต้า มีการปรับ ค่าช่วงล่างแต่ล่ะตัวไม่เท่ากันในแต่ล่ะรุ่น แต่หากเป็น 4 ประตู ดับเบิลแค็บ พีรันเนอร์ จะเน้นที่นุ่มขึ้นไปอีก มีการเพิ่มขนาดล้อในแบบ 4x4 ให้ใหญ่ขึ้นจาก 16 นิ้วเป็น 17 นิ้วด้วย ในขณะที่แบบสมาร์ทแค็บ นุ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่มาก เพราะยังห่วงเรื่องการรองรับน้ำหนักบรรทุก จากการทดลองขับ เราสามารถสัมผัสได้ถึงการปรับปรุงช่วงล่าง ที่ดีขึ้นโดยเฉพาะการลดแรงสะเทือนในห้องโดยสาร ในขณะที่โตโยต้า ยังเด่นในเรื่องการประหยัด น้ำมัน โดยเฉพาะ
เครื่อง 2.5 ลิตร ดีเซล สมาร์ทแคป วิ่งรถเปล่า ใช้งานทั่วไป ทำได้เกินกว่า 25 กิโลเมตรต่อลิตรแน่นอน



