
เติมทักษะนอกห้องเรียนปั้นนศ.-เอสเอ็มอีสู้สากล
เติมทักษะนอกห้องเรียนปั้นนศ.-เอสเอ็มอีสู้สากล : ชุลีพร อร่ามเนตร
"วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทยเป็นกลุ่มที่ทำรายได้และทำให้เกิดการจ้างงานให้แก่ประเทศ ส่งผลต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจซึ่งนำไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่จากการศึกษาพบว่าผู้ผลิตเอสเอ็มอีมีปัญหาด้านการตลาด และบัญชี เพราะผู้ผลิตสินค้าไม่ได้คำนึงถึงตามความต้องการของตลาด ขาดความรู้ในการสร้างตราสินค้า การบรรจุหีบห่อ และวางแผนทางการเงิน ด้านภาษี “คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี” จึงจัด “โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อเอสเอ็มอี” ฝึกอบรม ความรู้ทักษะและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ" รศ.ดร.ชนงกรณ์ กุณฑลบุตร คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี กล่าว
โดยอบรม 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรด้านการตลาด ภายใต้โครงการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างตราสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม หลักสูตรการบัญชี ภายใต้โครงการฝึกอบรมการจัดทำภาษีเพื่อ SMEs บุคคลทั่วไป เพื่อทักษะ ความรู้เพิ่มเติมนอกห้องเรียน ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงต่างๆให้แก่นักศึกษา จุดประกายความคิด เปิดโลกแห่งการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบ ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมประมาณ 200 คน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ดร.ชาลอต โทณวณิก ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ คือวิทยากรที่ไปให้ความรู้เรื่องการสร้างตราสินค้า อธิบายว่าการสร้างตราสินค้า หรือแบรนด์ มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการบ่งบอกคนให้เข้าไปได้ลองผลิตภัณฑ์ต่างๆ และการพัฒนาตราสินค้าไม่ใช่เพียงให้ทุกคนชอบ แต่ต้องให้ทุกคนรัก เกิดความผูกพันในสินค้านั้น เพราะการที่ผู้บริโภคผูกพันกับสินค้า หมายถึงความเชื่อใจ ไว้ใจ และสินค้าจะได้รับความนิยม
“ตราสินค้า คืออะไรก็ตามที่เป็นเครื่องหมาย โลโก้ สโลแกน ที่ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงภาพลักษณ์และไอเดียของสินค้า ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ที่ต้องแตกต่างกับสินค้าอื่นๆ แต่ต้องให้ความรู้สึก เป็นคำมั่นสัญญาว่าสินค้า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นของดีมีคุณภาพ ซึ่งนอกจากรูปลักษณ์ต้องสวยงามดึงดูดแล้ว สโลแกนต้องมาจากความเป็นจริง ไม่ใช่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ” ดร.ชาลอตระบุ
การคิดตราสินค้าต้องเริ่มจากการทำวิจัย วิเคราะห์ก่อนว่าผลิตภัณฑ์นั้น กลุ่มเป้าหมายควรเป็นกลุ่มไหน เพราะแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ช่วงอายุจะมีความต้องการต่างกัน นอกจากนั้นต้องดูถึงคู่แข่ง ต้องมองว่าทำอย่างไรให้แตกต่าง เพราะสินค้าที่คิดจะทำ หากมีอยู่ในตลาดแล้วต้องคิดให้มากขึ้น และปัจจุบันโลกออนไลน์เข้ามามีบทบาท หากใช้กลยุทธด้านการตลาดบูรณาการเข้ากับโลกออนไลน์ จะช่วยทำให้สินค้า ตราสินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเมื่อตัดสินใจจะทำตราสินค้า แล้วทุกอย่างที่ทำต้องสอดคล้องกัน ทั้งในส่วนของบริษัท ภาพลักษณ์บริษัท พนักงาน และสินค้า ตราสินค้าต้องไปในทิศทางเดียวกัน
สินค้าต้องสวย ต้องดี สร้างความประทับใจในคุณภาพของตราสินค้า ทำให้ผู้บริโภครับรู้ถึงคุณภาพทุกประการของสินค้าแล้วเกิดความประทับใจในสินค้านั้น เมื่อผู้บริโภครับรู้ จะทำให้ลูกค้าหันมาซื้อสินค้า สินค้ามีตำแหน่งทางการตลาดที่มั่นคง อยู่ในระดับสูง มีช่องทางการจัดจำหน่ายน่าสนใจ ทำให้สามารถขยายสายผลิ ตภัณฑ์ และต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตรายี่ห้อ เพื่อให้ผู้บริโภครักและศรัทธาในสินค้ายี่ห้อหนึ่งจนยากที่จะเปลี่ยนใจ หากตราสินค้าเป็นที่นิยม สิ่งหนึ่งที่จะตามมา คือ จะได้พนักงานที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงาน เพราะการขายที่ดีได้มาตรฐาน จะนำไปสู่การได้รับความไว้วางใจ และอยากเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานกับบริษัทนั้นๆ
ปัจจุบันถ้าต้องการทำธุรกิจ ควรเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ เพราะนอกจากมีจำนวนมากขึ้นแล้ว กระแสของคนในปัจจุบันรักสุขภาพ อยากมีอายุยืน โดยเบื้องต้นอาจศึกษาจากประเทศที่มีการตลาด สร้างตราสินค้า เพื่อผู้สูงอายุอยู่แล้ว อย่างญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มีการวางแผนด้านการตลาดอะไร เป็นต้น
"น้องบีม" น.ส.ปิยะดา จิตรชาตรี นักศึกษาปี 4 สาขาจัดการทรัพยากรมนุษย์ คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี บอกว่า การเปิดโลกทัศน์ มุมมองใหม่ๆ ในการวางแผนด้านการตลาด และเป็นการจุดประกายความคิดในการทำธุรกิจ การฟังประสบการณ์ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ข้อมูลเนื้อหาสาระแตกต่างจากหนังสือเรียน เป็นประสบการณ์จริง ที่ทำให้เห็นความคิด ทัศนคติของผู้ที่อยู่ในวงการอย่างแท้จริง ซึ่งในตำราเรียนไม่มีสิ่งเหล่านี้
“มีความจำเป็นอย่างมากที่มหาวิทยาลัยต้องจัดโครงการต่างๆ โดยเชิญผู้ที่อยู่ในวงการนั้นๆ มาให้ความรู้ เพิ่มเติมมุมมอง ทัศนคติ เพื่อเปิดโลกใหม่ๆ ให้แก่นักศึกษา การเรียนในห้องเรียนอย่างเดียว เวลาไปสู่โลกของการทำงานจริง นักศึกษาบางคนอาจจะนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปบูรณาการ หรือประยุกต์ไม่เป็น การที่ได้รับฟังเรื่องราว การทำงานต่างๆ จะช่วยทำให้เห็นโอกาสใหม่ๆ รู้ทิศทางของตนเองมากขึ้นว่าหากประกอบธุรกิจ ควรมีการสร้างตราสินค้าอย่างไร วางแผนการตลาดอย่างไร ที่ประสบความสำเร็จจริง โดยใช้เงิน ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อยากให้คณะจัดโครงการแบบนี้บ่อยๆ” น้องบีมกล่าว
"น้องเอ็ม" นายจักรพันธุ์ โคตภักดี" นักศึกษาปี 4 สาขาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี เล่าว่า การอบรมทั้ง 2 หลักสูตร เป็นสิ่งที่ดีมาก แต่อยากให้วันที่จัดอบรมไม่ตรงกัน เพราะอยากเข้าร่วมทั้ง 2 หลักสูตร การที่จัดกิจกรรมเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ดีมาก เพิ่มเติมความรู้ เป็นแรงขับเคลื่อน กระตุ้นให้นักศึกษาได้คิดการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เพราะทักษะ ความรู้เพิ่มเติมนอกห้องเรียน และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้จุดประกายความคิด สนใจสอบถามได้ที่โทร.0-2549-4809 หรือ www.rmutt.ac.th



