
"อภิสิทธิ์"เปิดการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกเอเชีย
มาร์ค ออกงานแรกหลังยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รปภ.เข้ม-เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด ยอมรับเด็กไทยสนใจเรียนวิทยาศาสตร์น้อย รับปากรัฐพยายามส่งเสริม ดีใจไทยเป็นเจ้าภาพแข่งฟิสิกส์โอลิมปิกเอเชีย
(25เม.ย.) เวลา 10.00 น. ที่อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเชีย ครั้งที่ 10 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 24 เมษายนถึง 2 พฤษภาคม 2552 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจำนวน 161 คน จาก 22 ประเทศ ซึ่งมีทีมนักเรียนไทยเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะทีมชาติ 8 คน และทีมรับเชิญ 8 คน
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยินดีที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการแข่งขัน ซึ่งฟิสิกส์เป็นวิชาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ และประเทศไทยก็ได้เข้าร่วมแข่งขันเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาโดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ให้การสนับสนุน ซึ่งรัฐบาลนี้ยินดีที่จะสนับสนุนในการแข่งขันให้ประสบความสำเร็จ
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เป้าหมายของรัฐบาลต้องการให้เด็กเรียนวิทยาศาสตร์ให้มาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าระบบการศึกษาของประเทศไทยขณะนี้เด็กเรียนวิทยาศาสตร์กันน้อยมาก เนื่องจากเรามีปัญหาหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนครูวิทยาศาสตร์ระดับสูง ขาดแรงจูงใจ และค่าตอบแทนที่ได้รับยังน้อย อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกเรื่องการวิจัย ซึ่งรัฐบาลเองพยายามกระตุ้นโดยสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนหันมาศึกษาวิทยาศาสตร์กันให้มากขึ้น และได้ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปช่วยดูแล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมาร่วมงานดังกล่าวของนายอภิสิทธ์ ถือเป็นงานนอกสถานที่งานแรกหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยกเลิกการใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไปเมื่อเที่ยงวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามในการรักษาความปลอดภัยในบริเวณงานนั้นยังเป็นไปด้วยความเข้มงวดโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 1 กองร้อย ทั้งจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สน.บางเขน และสน.พื้นที่ใกล้เคียง ที่มาตรวจวัตถุระเบิดพื้นที่โดยรอบอาคาร และเฝ้ารักษาความปลอดภัยประจำจุดตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจนกระทั่งเลิกงาน และมีตรวจตรา สังเกตการณ์ผู้มาร่วมงานอย่างเคร่งครัด ส่วนการรักษาความปลอดภัยของตัวนายกรัฐมนตรีนั้นยังเป็นไปด้วยความเข้มงวดในขั้นเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเช่นเดิม



