
ข้อเข่าเสื่อม
ข้อเข่าเสื่อม:ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน โดย...หมอไพร
สวัสดีค่ะ ดิฉันอายุ 44 ปี มีอาการปวดข้อเข่าซ้ายมาประมาณ 2 ปีจะทานแคลเซียมและกลูโคซามีนประจำ เนื่องจากไปหาแพทย์แผนปัจจุบันแพทย์บอกว่าข้อเข่าเสื่อม น้ำเลี้ยงข้อเข่ามีน้อย รบกวนเรียนถามว่าจะรักษากับแพทย์แผนจีนได้หรือไม่ค่ะโปรดแนะนำด้วยค่ะ
นับถือ
จี๊ด
ตอบคุณจิ๊ด
คุณอายุ 44 มีอาการปวดเข่าซ้ายมาแล้ว 2 ปี แสดงว่าเริ่มปวดตั้งแต่อายุ 42 การแพทย์แผนจีนสอนว่า ไตจะเริ่มเสื่อมเมื่ออายุย่าง 35 มักจะเรียกระบบไต ซึ่งไม่ได้มีไตเพียงอวัยวะเดียว หากแต่ยังประกอบด้วย ไต กระเพาะปัสสาวะ และเส้นลมปราณไตและกระเพาะปัสสาวะร่วมด้วย ระบบเหล่านี้จะดูแลเรื่องความเจริญเติบโต ระบบปัสสาวะ ระบบสืบพันธุ์ ที่สำคัญไตยังดูแลความแข็งแรงของกระดูก ดังนั้นหากจะชลอความเสื่อมของกระดูก ต้องดูแลกระดูกให้แข็งแรง จึงควรดูแลไตให้ดี
ส่วนตับเริ่มเสื่อมเมื่ออายุ 40 ตับดูแลความแข็งแรงของเส้นเอ็น ถ้าตับแข็งแรง เส้นเอ็นก็แข็งแรง ถ้าตับอ่อนแอ เลือดมาเลี้ยงเข่าน้อยลง น้ำเลี้ยงเข่าน้อยลง เส้นเอ็นจะยืดหยุ่นได้น้อยลงด้วย แต่ใช่ว่าตับเริ่มเสื่อมปุ๊บ อาการปวดเข่าก็จะเกิดขึ้นปั๊บ ต้องมีเวลาสั่งสมระยะหนึ่ง ค่อยๆ ออกอาการอย่างที่คุณกำลังเป็น
การปวดจึงไม่อาจบอกได้ว่าเกิดจากความเสื่อมเพียงอย่างเดียว ถ้าเส้นลมปราณติดขัด จะเกิดอาการ “ไม่คล่องจึงปวด” ความไม่คล่องนี้อาจเกิดจากความหานาวเย็น หรือการออกกำลังกายน้อย หรือการใส่รองเท้าส้นสูงมาก หรือได้แสงแดดน้อย คนเราทุกวันนี้ได้แสงนีออนมากกว่าแสงแดด ทำให้ขาดแคลเซี่ยมง่าย แสงแดดจะช่วยให้ได้รับวิตามินดี เมื่อมีวิตามินดีมากจึงจะช่วยดูดซึมแคลเซี่ยมได้ดี ไม่เช่นนั้นกินแคลเซียมมากเท่าไรก็เปล่าประโยชน์ เช่นเดียวกัน หากเลือดไหลมาเลี้ยงเข่าไม่ดีพอ จะให้น้ำหล่อลื่นไปมากเท่าไรก็หาประโยชน์ได้น้อยมาก
ด้วยเหตุผลเช่นนี้ การรักษาด้วยการแพทย์แผนจีนจึงใช้การฝังเข็ม เพื่อให้เส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องกับเข่าเดินคล่อง พาให้เลือดลมไหลเวียนไปเลี้ยงเข่าได้ดี เข่าจะได้รับการหล่อลื่นไปเอง พร้อมกันนั้นก็ให้ยาเสริมตับ เมื่อตับแข็งแรงเส้นเอ็นจะได้แข็งแรงด้วย และให้ยาเสริมไต เมื่อไตแข็งแรง กระดูกแข็งแรงด้วย ผ่านการฝังเข็มไป 3-4 ครั้งจะเริ่มรู้สึกหายปวด 10 ครั้งเป็นหนึ่งคอร์ส 2 วันต่อ 1 ครั้ง อาการปวดเข่าหายไปได้เช่นกัน



