
จัดสรรน้ำสู่ที่ทำกินเกษตรกร
จัดสรรน้ำสู่ที่ทำกินเกษตรกรบทพิสูจน์ทำให้เพิ่มผลผลิตจริง โดย.. ดลมนัส กาเจ
หลังจากที่ "กลุ่มน้ำตาลมิตรผล" ประสบผลสำเร็จในการส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกอ้อยระบบน้ำหยดในหลายพื้นที่ที่มีสภาพแห้งแล้ง จนได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 1 เท่าตัวต่อไร่ ทำให้กลุ่มมิตรผลเดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรปลูกอ้อยโดยใช้ระบบน้ำหยด อย่างล่าสุดใช้งบประมาณกว่า 13 ล้านบาท ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ บ้านโคกศรี ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ โดยการจัดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขนาด 160 กิโลวัตต์ มอบให้ชุมชนเพื่อสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำสาธารณะไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรกรทั่วไป
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มน้ำตาลมิตรผล กล่าวว่า โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโพธิ์ศรี มอบให้ท้องถิ่นดูแล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเกษตรทั่วไป ไม่เฉพาะแต่ปลูกอ้อยอย่างเดียว จึงมั่นใจว่า ชาวโพธิ์ศรีสามารถใช้ประโยชน์การนำน้ำไปสู่แหล่งน้ำในการเพาะปลูก รวมทั้งการอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึงตลอดปี หลังจากที่ได้ดำเนินการไปแล้วในหลายพื้นที่ อาทิ ที่บ้านลาด อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งปรากฏว่าประสบผลสำเร็จไปด้วยดีโดยเฉพาะการปลูกอ้อย
“แม้ในปีนี้ ประเทศไทยจะได้ผลผลิตอ้อยสูงถึง 96 ล้านตันและกลายเป็นผู้นำการส่งออกน้ำตาลอันดับ 1 ของโลกแซงหน้าประเทศบราซิล ที่เป็นแชมป์โลกต่อเนื่องหลายสมัยอย่างคาดไม่ถึง แต่กระนั้นการทำเกษตรกรรมในประเทศไทยส่วนใหญ่ ยังต้องเผชิญกับปัญหานานาชนิด โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งบางช่วงเวลาก็เหือดแห้งและบางช่วงเวลาก็มาแบบท่วมท้น ทางกลุ่มน้ำตาลมิตรผลมองว่า น้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาการเกษตรของประเทศ สามารถก้าวพัฒนาต่อไปได้มากขึ้น ให้ได้เพียงพอกับความต้องการในการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้นด้วย" นายอิสระกล่าว
ด้านนายไพฑูรย์ ประภาถะโร ผู้อำนวยการด้านอ้อย โรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ กล่าวว่า โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านโคกศรีนั้น กลุ่มมิตรผลใช้งบ 13.2 ล้านบาท ร่วมกับสมาคมชาวไร่อ้อยกาฬสินธุ์ และเทศบาลตำบลคำบงดำเนินโครงการนี้ เพื่อสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำบึงน้อยซึ่งเป็นหนองน้ำสาธารณะบนพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในการทำการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง คาดว่าจะทำให้เกิดประโยชย์ต่อเกษตรกรไม่น้อยกว่า 250 ครอบครัว ครอบคลุมพื้นที่ทำการเกษตรกว่า 3,000 ไร่ และมั่นใจว่าจะให้ผลผลิตอ้อยที่เคยได้ก่อนหน้าไร่ละราว 10 ตันมาเป็นไร่ละ 20 ตันในเร็วๆ นี้
ด้านนายพนมพร เขตอนันต์ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า แม้โรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์จะดำเนินโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่บ้านโคกศรี เป็นเพียงจุดเล็กที่ช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกอ้อยเมื่อเทียบกับสมาชิกของสมาคมที่ปลูกอ้อยถึง 1.2 หมื่นรายในพื้นที่ กว่า 2.7 แสนไร่ แต่อย่างน้อยที่สุดเป็นจุดเรียนรู้ให้เกษตรกรมองถึงความสำคัญของระบบน้ำที่จะให้ประโยชน์กับภาคการเกษตร และจะได้เป็นศูนย์เรียนรู้ของเกษตรกรว่าจะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจริง อย่างก่อนหน้านี้ผลผลิตอ้อยของเกษตรกรจะได้ไร่ละราว 10 ตัน บางพื้นที่น้ำดีหน่อยอาจได้ถึงไร่ละ15 ตัน แต่หลังการใช้ระบบน้ำหยดพิสูจน์ให้เห็นมาหลายพื้นที่แล้วได้ถึงไร่ละ 20 ตัน จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
"การปลูกอ้อยถ้าเราเฉลี่ยแล้วจะลงทุนตกราวไร่ละ 8,000-8,500 บาท ฉะนั้นผลผลิตอ้อยต้องได้ไร่ 10 ตันขึ้นไป เมื่อเราใช้ระบบน้ำหยด จะให้ผลผลิตไร่ละ 20 ตัน เกษตรกรอยู่ได้อย่างสบาย ตรงนี้ผมหวังเป็นว่า ภาครัฐต้องนำเป็นอย่างในการแก้ปัญหาระบบน้ำเพื่อการเกษตรในอนาคต" นายพนมพรกล่าว
ก็นับเป็นโครงการตัวอย่างอีกโครงการหนึ่งที่ให้เห็นถึงความสำคัญของน้ำเพื่อใช้ในภาคเกษตรที่ภาครัฐควรให้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้ผลผลิตทางการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด



