ไลฟ์สไตล์

อภ.ผลิตวัคซีนหวัดใหญ่ 2009 เชื้อเป็นสำเร็จ

อภ.ผลิตวัคซีนหวัดใหญ่ 2009 เชื้อเป็นสำเร็จ

03 ส.ค. 2554

อภ.ผลิตวัคซีนหวัดใหญ่ 2009 เชื้อเป็นสำเร็จ “หมอวิชัย”ยันผลทดลองปลอดภัยสูง ติดตามอาสาสมัครไร้อาการข้างเคียง อย.ขึ้นทะเบียนแล้วเตรียมผลิตระดับอุตสาหกรรมปี 57

นพ.วิชัย  โชควิวัฒน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) แถลงข่าว “ความสำเร็จในการพัฒนาและผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็น” ว่า อภ.ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยการแพทย์ หรือ IEM (Institute of Experimental Medicine) ที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย ในการรับเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2552 นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้นำหัวเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 ( H1 N1 2009) มาถึงประเทศไทย เป็นเวลาที่ใกล้เคียงกับที่ประเทศไทยได้รับไข่ไก่ปลอดเชื้อจากประเทศเยอรมนีเพื่อใช้ในการผลิตวัคซีน
 โดยมีดร.ไอรินา วี. คิเซเลวา นักวิทยาศาสตร์จากรัสเซีย เป็นผู้ทำการผลิตวัคซีนลอตแรก และฝึกสอน และมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้เวลาในการทดลองราว 2 ปี จึงประสบความสำเร็จในการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ชนิดเชื้อเป็น แบบพ่นทางจมูก และได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) แล้วเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2554
 ประธาน อภ. กล่าวด้วยว่า วัคซีนชนิดเชื้อเป็นมีข้อดีคือ ผลิตได้เร็วกว่าแบบเชื้อตายถึง 10-30 เท่า การใช้ง่ายกว่าแบบเชื้อตาย เพราะสามารถพ่นเข้าจมูกได้เลย เริ่มผลิตวัคซีนได้ในปี 2557 ส่วนวัคซีนชนิดเชื้อตาย อภ. จะนำไปทดลองต่อยอด และคาดว่าจะประสบความสำเร็จในปี 2555 การที่ต้องมีวัคซีนทั้งสองชนิด เนื่องจากวัคซีนชนิดเชื้อเป็นยังมีข้อจำกัดในการใช้อยู่ เพราะขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยรองรับถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นหากใช้ใน กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี รวมถึงคนที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง จึงต้องมีวัคซีนเชื้อตายมารองรับคนทั้ง 3 กลุ่มนี้ด้วย ซึ่งคาดว่าในปี 2557 ประเทศไทยจะสามารถผลิตวัคซีนได้ทั้งสองชนิดเพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มได้
 พญ.พรรณี  ปิติสุทธิธรรม หน้าภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยามหิดล กล่าวว่า ขั้นตอนในการทดลองวัคซีนเชื้อเป็นนั้น ใช้อาสาสมัครทั้งสิ้น 324 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มเด็กอายุ12-18 ปี กลุ่มอายุ 18-49 ปี และกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 49 ปีขึ้นไป และต้องไม่มีภูมิต้านทานเชื้อหวัด ใช้เวลาในการติดตามผลการทดลองทั้งหมดประมาณ 1 ปีครึ่ง พบว่าอาสาสมัครทุกคนปลอดภัย ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ที่ร้ายแรง
 อนึ่ง โครงการพัฒนาและผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ชนิดเชื้อเป็นองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 150 ล้านบาทจากองค์การอนามัยโลกให้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่ทั่วโลกมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009