ไลฟ์สไตล์

ฉันอยากขายกล้วยไม้แต่ไม่อยากได้เงิน?(4)

ฉันอยากขายกล้วยไม้แต่ไม่อยากได้เงิน?(4)

04 ส.ค. 2554

ฉันอยากขายกล้วยไม้แต่ไม่อยากได้เงิน?(4) : หอมกลิ่นกล้วยไม้ โดย.. ศ.ระพี สาคริก

          ฉันนึกถึงช่วงปี ค.ศ.2000 ซึ่งในช่วงนั้นได้มีการฉลองครบรอบปี 2000 กันในหลายประเทศ ส่วนตัวฉันเองก็ได้ถูกเชิญให้ไปพูดเปิดรายการ ฉลองครบรอบปี 2000 ถึง 4 แห่ง ไปพูดที่เกาะอาวาจิ ซึ่งอยู่ในอ่าวเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนั้น หลังจากแหงนหน้าขึ้นไปดูบนท้องฟ้า ตัวเองก็ได้เห็นเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บินแปรขบวนกันอย่างสนุกสนาน ประมาณ 10 เครื่องเห็นจะได้ แต่ละเครื่องล้วนมีสีสันที่ได้รับการพ่นสีเอาไว้เหมือนลูกกวาด
 
          ครั้นหันกลับลงมาดูเวทีซึ่งตนยืนพูดอยู่ข้างล่าง ฉันได้กล่าวย้ำด้วยเสียงที่มั่นคงแน่วแน่ว่า กล้วยไม้พันธุ์ที่ฉันปลูกนั้นมันไม่เหมือนของคนอื่น เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตตั้งชื่อกล้วยไม้พันธุ์ใหม่นี้ว่า “ความรักในเพื่อนมนุษย์”
 
          หวนกลับไปมองดูเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ.2491 ฉันได้เห็นคนกรุงเทพฯ สั่งให้คนบ้านนอกออกไปกว้านเก็บกล้วยไม้ป่า โดยเฉพาะรองเท้านารี ปีละหลายแสนต้น หลังจากนั้นจึงส่งเข้ามาในกรุงเทพฯ แล้วส่งต่อออกไปขายในยุโรปตะวันตก
 
          ครั้นหวนกลับมามองอีกด้านหนึ่ง จึงเห็นว่าคนกลุ่มนี้สั่งซื้อกล้วยไม้สำเร็จรูปหรือที่เรียกกันว่า “ลูกผสมจากเมืองนอก” กลับมาขายให้แก่พวกเศรษฐีมีเงินในเมืองไทย ถ้าฉันไม่ไปเดินอยู่แถวปลายถนนท่าแพต่อกับถนนประชาธิปก ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีกระต๊อบมุงใบตองตึงของป้าทิพย์ที่ปิดป้ายเอาไว้ว่าสวนทิพย์มาลาก็คงไม่รู้เรื่องนี้ ทั้งนี้เพราะสวนแห่งนี้ได้รับซื้อกล้วยไม้ป่าจากชาวบ้าน เพื่อเก็บมาส่งไปขายต่อให้แก่คนกรุงเทพฯ เชื้อสายยวน ที่มีศูนย์รวมส่งออกอยู่ที่แถวบางกระบือ ทำให้รู้สึกว่ากระบวนการดังกล่าวมันมีผลทำลายป่าไม้ของไทย อีกทั้งในด้านเศรษฐกิจก็ยังทำให้คนไทยเสียเปรียบอย่างเป็นระบบ
 
          ฉันบอกแล้วว่าตัวเองหยิ่งในศักดิ์ศรี เพราะฉะนั้นถ้าเห็นคนไทยเสียเปรียบคนชาติอื่น ทั้งๆ ที่สิ่งของมันก็เกิดบนผืนแผ่นดินไทย ฉันจึงต้องก้าวออกมาต่อสู้อย่างมั่นคงเด็ดเดี่ยวมาตลอด
 
          บังเอิญตัวฉันเองเป็นคนมีเสน่ห์ ไม่ว่าเข้าที่ไหนก็มีคนรัก ดังนั้นหลังจากมารู้จักกับป้าทิพย์แกก็ถูกใจฉันมาก มีอะไรก็เอามาเล่าให้ฟังหมดโดยไม่ได้ปิดบัง ฉันกลับมานั่งใคร่ครวญดูว่าเราจะเจาะเข้าไปรู้ความจริงเรื่องนี้ได้อย่างไร ถ้าเข้าไม่ถึงคนในชุมชน ซึ่งรวมทั้งคนในประเทศและนอกประเทศ นี่แหละที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันต้องมาจับงานค้าขายกล้วยไม้ด้วยตัวเอง เพื่อนำเอาความลับออกมาเปิดเผย
 
          ฉันเริ่มต้นรับซื้อกล้วยไม้รองเท้านารีจากต่างจังหวัดส่งไปขายในประเทศทางยุโรป ฝรั่งก็เกิดมาถูกใจฉันด้วย ดังนั้นจึงเดินทางไปดูว่ากล้วยไม้ป่าที่สั่งไปจากเมืองไทยนั้นเขาเอาไปทำอะไร หลังจากทอดสะพานเดินไปแล้วจึงตามไปดูว่าเขาเอาไปทำอะไรต่อ ฉันรู้กระทั่งว่าการเก็บส่งไปขายนั้นได้มีข้อตกลงกันไว้ในอดีตว่า จะนำมามัดเป็นกำ กำละ 4 - 5 ต้น ส่วนราคาก็ตีกันเป็นกำละ...
 
          การจะคบกับคนให้รู้ความจริง เราจำเป็นต้องเข้าถึงจิตใจของคนกลุ่มนั้น ตัวฉันเองต้องสร้างคุณงามความดีให้เขาศรัทธา แม้ตัวเจ้าของเนอร์สเซอรี่ในเนเธอร์แลนด์ที่เคยสั่งซื้อกล้วยไม้ป่าจากเมืองไทย ก่อนจะตายก็ยังฝากลูกแก่ฉันเพื่อสอนให้ทำธุรกิจต่อ โดยพูดกับลูกว่า “ศาสตราจารย์ระพี เป็นคนดีมาก” ฉันเกิดศัตรูรอบตัว