
ทำ"เกษตรพอเพียง"ในพื้นที่พักพิง
ทำ"เกษตรพอเพียง"ในพื้นที่พักพิง ทางพึ่งตนเองผู้หนีภัยบ้านใหม่ในสอย
เกือบ 2 หมื่นชีวิตผู้หนีภัยจากการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ที่วันนี้ไม่เพียงได้รับความช่วยเหลือดูแลในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่จากองค์กรระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ในส่วนของประเทศไทย โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็ได้นำแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ภายในศูนย์ โดยเฉพาะเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อเติมเต็มให้ผู้อยู่อาศัยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
"ศูนย์ผู้หนีภัยที่อยู่ในความดูแลของกรมการปกครองปัจจุบันนี้มีทั้งหมด 9 แห่งใน 8 อำเภอ 4 จังหวัดตั้งอยู่ตามแนวชายแดน เฉพาะที่แม่ฮ่องสอนมีถึง 4 แห่ง บ้านใหม่ในสอยก็เป็น 1 ใน 4 แห่งที่เราดูแลรับผิดชอบ นอกจากภารกิจหลักในเรื่องความมั่นคง การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่พักพิงแล้วยังได้น้อมนำแนวพระราชดำริในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับผู้หนีภัยในทุกแห่งด้วย"
บุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมการปกครอง เผยถึงการส่งเสริมการทำเกษตรพอเพียงตามแนวพระราชดำริแก่ผู้หนีภัยที่อาศัยอยู่ภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านใหม่ในสอย ระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชม ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องในการทำกิจกรรมดังกล่าว ก่อนขยายผลไปสู่แห่งอื่นๆ ในเวลาต่อมา ซึ่งปัจจุบันผู้หนีภัยสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรที่ได้มาปรุงเป็นอาหารในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี โดยมีปราชญ์ชาวบ้านในศูนย์และสมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) คอยให้คำแนะนำกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน
ถึงแม้การทำเกษตรแบบพอเพียงบนพื้นที่แค่ 3 งานจะเป็นตัวอย่างโครงการต้นแบบสำหรับผู้หนีภัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริเวณรอบๆ พื้นที่พักพิง ซึ่งปัจจุบันสามารถขยายผลไปสู่เกือบทุกครัวเรือนที่มีอยู่กว่า 3,300 ครอบครัว ขณะเดียวกันยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกรักผืนแผ่นดินไทยที่พวกเขาเหล่านี้ได้มาพึ่งบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ประกอบด้วย การฝึกอบรมการปลูกพืชผักชีวภาพ และเพาะเห็ดเพื่อเป็นอาหาร การแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืช กล้าไม้ และเครื่องมือการเกษตร สนับสนุนแปลงเกษตรชุมชน เพื่อให้ผู้หนีภัย เกิดทักษะการทำเกษตรกรรมยั่งยืน และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เมื่อกลับประเทศ
"นอกจากโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ เราก็ยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ที่ทำต่อเนื่องตลอดทั้งปีเพื่อให้พวกเขาได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่านในฐานะที่เข้ามาอาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินไทย อย่างวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เราจะให้เด็กๆ ในพื้นที่พักพิงจัดประกวดวาดภาพในหลวงของเรา แต่ละคนวาดได้ดีมาก"
วชิระ โชติรสเศรณี ปลัดอำเภอแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวถึงกิจกรรมเสริมแก่ผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ซึ่งขณะนี้นอกจากโครงการทำเกษตรแบบพอเพียงแล้วยังมีการฝึกอบรมอาชีพอื่นๆ อาทิ การผลิตถ่านเชื้อเพิงสำหรับการหุงต้มอาหาร โดยใช้วัตถุดิบจากกระดาษและเศษไม้เหลือใช้แทนไม้จากป่าธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการอบรมการทำบัญชีครัวเรือน การรู้จักการวางแผนครอบครัวเพื่อลดจำนวนประชากรที่ทุกวันนี้จะมีเด็กเกิดใหม่เฉลี่ยเดือนละ 35-40 คน
"ต้องการให้ทุกคนมีศักยภาพในการช่วยเหลือตัวเอง โดยทั้งให้การศึกษา การเรียนรู้ เพื่อให้เป็นคนมีคุณภาพและสำนึกรักในผืนแผ่นดินไทยที่เขาได้มาอยู่อาศัยในช่วงหนึ่งของชีวิต เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในภายภาคหน้า เป้าหมายหลักสำคัญก็คือให้เขาช่วยเหลือและพึ่งพาตัวเองได้ ไม่ว่าจะกลับประเทศ หรือไปอยู่ประเทศที่สาม”
การส่งเสริมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริแก่ผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ทางด้านโภชนาการให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างอาชีพใหม่แก่ผู้หนีภัยตามวิถีพอเพียงเพื่อนำไปใช้ในภายภาคหน้าได้เป็นอย่างดี
"สุรัตน์ อัตตะ"



