
มก.พัฒนาขึ้นแท่นม.วิจัยนานาชาติ
มก. จับมือกับ มูลนิธิสวิตา ลงนามร่วมมือเตรียมปั้น ส่งเสริมบุคลากร- คณาจารย์ สู่การเป็นนักวิจัย หวังใช้งานวิจัยพัฒนาประเทศ ยกระดับมหาวิทยาลัยก้าวสู่เวทีนานาชาติ
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding - MOU) ระหว่าง มก.กับมูลนิธิสวิตา เพื่อร่วมมือกันส่งเสริม-พัฒนาบุคลากรวิจัย สามารถนำมหาวิทยาลัยก้าวสู่เวทีนานาชาติ โดยมี รศ. วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดี มก กล่าวภายหลังการลงนามว่า
มก.เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติตามที่รัฐบาลประกาศ ทำให้ได้รับการสนับสนุนงบด้านวิจัยจากจากรัฐบาลส่วนหนึ่ง แต่มหาวิทยาลัยก็ต้องหาทุนจากผู้สนับสนุนอื่นๆ ด้วย ซึ่งมูลนิธิสวิตา เป็นมูลนิธิที่ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาประเทศ อีกทั้งมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมาอย่างยาวนาน และเพื่อเป็นการสนับสนุนและพัฒนาบุคลากรวิจัยชั้นนำของมก.สู่มหาวิทยาลัยวิจัยระดับนานาชาติ ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นการร่วมกันผลักดันสถาบันการศึกษาของไทยให้เป็นสถาบันแห่งการวิจัยเพื่อนำความรู้ในการวิจัยมาพัฒนาประเทศไทย
อธิการบดี มก. กล่าวต่อว่า การลงนามครั้งนี้ ทางมูลนิธิ จะเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยโดยตรง เพราะต้องการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ได้เป็นศาสตราจารย์ ภายใต้กระบวนการ และผลงานที่ได้รับการยอมรับ โดยผลงานวิจัยต่างๆ ทางมูลนิธิ และมหาวิทยาลัยจะร่วมกันพัฒนาบุคลากร คณาจารย์ ให้มีความเป็นเลิศ และก้าวสู่นานาชาติ โดยจะมอบทุน 6- 10 ล้านบาท ต่อนักวิจัย 1 ท่าน อย่างไรก็ตาม การร่วมมือในการพัฒนางานวิจัย บางครั้งคนไทย หน่วยงานที่เห็นความสำคัญต้องช่วยกัน จะรอรัฐบาลอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะรัฐบาลก็มีงานล้นมือ
ด้าน รศ.ดร.ศรปราชญ์ ธไนศวรรยางกูร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มก. เสริมว่า มูลนิธิสวิตาและมก.เห็นพ้องกันว่า มก.ควรมีการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย โดยเสนอมาตรการสนับสนุนการขับเคลื่อนและดำเนินการในเชิงรุก ได้แก่ 1. จัดให้มีรางวัลส่งเสริมงานวิจัยสำหรับผู้นำนักวิจัยรุ่นใหม่ดีเด่น 2. จัดให้มีทุนวิจัยสำหรับศาสตราจารย์ที่มีผลงานวิจัยดีเด่นและต่อเนื่อง และ3.จัดให้มีทุนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนนักวิจัยกับนานาชาติ ซึ่งมูลนิธิและมหาวิทยาลัยจะร่วมกันสรรหานักวิจัยที่มีศักยภาพสูงในการเป็นผู้นำการวิจัยในสาขาวิชาที่เห็นชอบร่วมกัน โดยมีคณะกรรมการพิจารณาแผนงานวิจัยที่ประกอบด้วยผู้แทนจากทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อเสนอรับรางวัลส่งเสริมการวิจัยของมูลนิธิ ซึ่งมีชื่อว่า รางวัลซิว-เหงี่ยม กาญจนจารี เพื่อผู้นำนักวิจัยรุ่นใหม่ดีเด่น



