
ข้าวพันธุ์ใหม่ของโลกที่น่ากลัว (จบ):ดลมนัส กาเจ
ข้าวพันธุ์ใหม่ของโลกที่น่ากลัว (จบ):ดลมนัส กาเจ
คราวที่แล้วได้พูดถึงมีการร่วมสัมมนาว่าด้วย "สถานภาพ ผลกระทบเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตรอันผลเกิดจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 กรกฎาคมที่ผ่านมา และทราบว่าขณะนี้มี 5 ประเทศประกอบด้วย อินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บังกลาเทศ และเวียดนาม กำลังดำเนินโครงการที่เรียกว่า "ไบโอเฟอร์ติไฟด์" (Biofertified) เป็นโครงการพัฒนาพันธุ์ข้าวจีเอ็มโอใหม่ โดยนำข้อดีของข้าวแต่ละประเทศมาวิจัยและพัฒนากันครับ
ที่บอกว่าหากข้าวจีเอ็มโอพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาจากโครงการ "ไบโอเฟอร์ติไฟด์" ประสบผลสำเร็จเป็นเรื่องที่น่ากลัวนั้น ไม่ได้แปลว่าจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรอกครับ แต่เป็นอันตรายในเชิงของการค้า ที่ข้าวพันธุ์ใหม่อาจเป็นคู่แข่งสำคัญในการส่งออกของไทยเรา ขนาดข้าวลูกผสมหรือข้าวไฮริดของเวียดนามที่ให้ผลผลิตถึงไร่ละ 1,50-2,000 กก.ตอนนี้ตีตลาดข้าวไทยระดับล่างกระเจิงไปแล้ว
ข้าวพันธุ์ใหม่ที่ 5 ประเทศ กำลังพัฒนาภายใต้โครงการนี้ ไม่เพียงแต่จะเน้นในเรื่องการต้านทานโรคแมลง หรือโรคศัตรูพืช อย่างที่เราเคยเห็นพันธุ์ข้าวโพด บีที (BT) หรือพืชบีที อื่นๆ แต่ได้การพัฒนาที่ไกลไปกว่านั้น คือนอกจากจะต้านทานโรคแมลงศรัตรูพืช ให้ผลผลิตสูง รสชาติตามที่ตลาดต้องการแล้ว ยังมีการเตรียมรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้ครบถ้วนทั้งคาโบไฮเดรต วิตามินเอ วิตามินอี ธาตุเหล็ก และแมงกานีส เป็นต้น
นั่นหมายถึงว่าข้าวบีทีพันธุ์ใหม่ที่ว่านี้สามารถทนทานต่อทุกสภาพของภูมิอากาศ สามารถปลูกได้ในสภาพที่แล้ง น้ำท่วม ทนต่อดินเค็ม ปลูกได้บนดอน และที่ราบต่ำ ที่สำคัญเป็นข้าวที่มีสารอาหารอย่างครบครัน ตามที่มนุษย์ต้องการ เพราะมีการนำยีนของสุดยอดพันธุ์ข้าวในแต่ละท้องถิ่นของแต่ละประเทศมาสกัด เพื่อผลิตข้าวพันธุ์ข้าวใหม่ และมาผสมกันอีก ถือเป็นข้าวบีที หรือข้าวจีเอ็มโอลูกผสมพันธุ์ใหม่ครับ ตอนนี้ได้ผ่านขั้นตอนการทดลองที่ผ่านในระดับแปลงแล้ว รอเพียงขั้นตอนที่จะให้เกิดความนิ่งของสายพันธุ์เท่านั้น คาดว่าอีก 2 ปี จะสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรได้
ลองนึกดูครับ เมื่อข้าวพันธุ์ตัวนี้มีการปลูกแพร่กระจายไป 5 ประเทศ ให้ผลผลิตที่สูง ทนต่อทุกสภาพอากาศ ต้นทุนต่ำ คุณค่าโภชนาการสูง ลูกค้าจะเลือกซื้อข้าวจากที่ไหน ยิ่งของเราไปรับจำนำจากเกษตรกรที่ตันละ 1.5-2 หมื่นบาทต่อตัน จะทำให้ข้าวไทยมีราคาที่สูง แล้วจะเอาอะไรไปสู้เขาได้
เลิกคิดว่าคนไม่กล้ากินข้าวจีเอ็มโอ ขณะที่บ้านเราต่อต้านพืชจีเอ็มโอ แต่บริโภคถั่วเหลืองจีเอ็มโอมาจากอเมริกา บราซิล อาร์เจนตินา มานานเท่าไรแล้ว ทุกวันนี้พืชจีเอ็มมีขายกันทั่วโลก คนบนเกาะฮาวายกินมะละกอจีเอ็มโอเกือบ 20 ปีแล้ว ไม่มีใครเป็นอะไร แต่ชาวเยอรมันกินถั่วงอกอินทรีย์ เรียบร้อยไปแล้ว 22 ศพ
อย่าลีมครับ พืชจีเอ็มโอสมัยนี้มาจากการตัดแต่งพันธุกรรมของพืชกับพืชด้วยกัน ไม่ใช่ยีนหรือไวรัสจากสัตว์เหมือนสมัยก่อน และที่สำคัญการปลูกพืชจีเอ็มโอจะไม่ใช้สารเคมีแต่อย่างใด ฉะนั้นผลผลิตคือพืชที่ปลอดสารเคมีอย่างแท้จริงครับ



