ไลฟ์สไตล์

หลวงประจักษ์ศิลปาคม นักรบคู่พระราชหฤทัยพระพุทธเจ้าหลวง

หลวงประจักษ์ศิลปาคม นักรบคู่พระราชหฤทัยพระพุทธเจ้าหลวง

25 เม.ย. 2552

พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นพระเจ้าลูกเธอองค์ที่ 25 ใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันประสูติมีผู้นำทองคำก้อนใหญ่ ขุดได้ที่ ต.บางสะพาน ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงถือว่า เป็นศุภนิมิตมงคลสำหรับพระเจ

  กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงศึกษาภาษาต่างประเทศกับ แหม่มแอนนา เลียวโนเว็น จนเชี่ยวชาญเขียน และตรัสภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม ทรงศึกษาวิชาการด้านกฎหมาย จนได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ไปเป็นแม่ทัพใหญ่ด้านมณฑลลาวพวน แถบเมืองหนองคาย ยกทัพขึ้นไปปราบพวกจีนฮ่อ ที่ยกกำลังเข้าปล้นสะดมราษฎรไทยตามแนวชายแดนไทย-ลาว จนประสบความสำเร็จ และสร้าง อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ ณ เมืองหนองคาย เมื่อปี พ.ศ.2429 เพื่อบรรจุอัฐิทหารไทยที่เสียชีวิตเพื่อชาติในครั้งนั้น

 ช่วงนั้นเอง ฝรั่งเศสฉวยโอกาสเข้ายึดแคว้นสิบสองจุไทย โดยอ้างว่าจะนำกำลังเข้าปราบจีนฮ่อ ทำให้เกิดกรณีพิพาทเรื่องอาณาเขตระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ทหารฝรั่งเศสใช้กำลังที่เหนือกว่าบังคับให้ไทยต้องลงนามสนธิสัญญายอมรับสิทธิของฝรั่งเศสเหนือดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง และให้ไทยถอยกองกำลังทหารให้ห่างชายแดนแม่น้ำโขง 25 กิโลเมตร กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมจึงย้ายกองบัญชาการไปตั้งที่บ้านเดื่อหมากแข้ง และสถาปนา เมืองอุดรธานี เป็นที่ตั้งทัพ ต่อมาเป็น จ.อุดรธานี วางระเบียบแบบแผนการปกครองหัวเมืองชายแดนอีสานอยู่ 7 ปี จึงเสด็จกลับกรุงเทพฯ

 ชาวอุดรธานีจึงให้ความเคารพนับถือ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม มาก ทุกครั้งที่ชาวอุดรธานีจะไปรับราชการทำงานติดต่อธุรกิจต่างเมือง ต้องนำดอกไม้ธูปเทียนไปสักการะบอกกล่าว ใครจะไปสอบแข่งขันเลื่อนขั้น สอบเข้ารับราชการต้องบนกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม แล้วแก้บนด้วยม้า ดาบ และวิ่งรอบพระอนุสาวรีย์

 แต่วันที่แผ่นดินอุดรฯ ร้อนระอุ มีคนเห็นวีรชนทหารกล้ายืนรายล้อมรอบพระอนุสาวรีย์หลวงประจักษ์ฯ น้องๆ ที่ถ่ายรูปนี้ได้ ช่วยเผยแพร่หน่อยครับ

หมูสะเต๊ะสมุนไพร อร่อยสู้ด้วยใจที่พอเพียง
 ทุกครั้งที่ ป้าต้อย คุณรุ้งระวี และ ลุงหนิง คุณมหินทร์ เหล่าบุรินทร์ สองสามีภรรยาชาวอุดรฯ ขี่รถสกายแล็ปลากรถขายหมูสะเต๊ะ ผ่านรอบพระอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เพื่อไปขายหมูสะเต๊ะที่สี่แยกหลังเรือนจำ ป้าต้อยต้องยกมือขึ้นไหว้ อธิษฐานขอพระบารมีกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมให้คุ้มครองขับรถปลอดภัย และขายหมูสะเต๊ะสมุนไพรหมด

 7 ปีก่อน ที่เมืองไทยเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" ลุงหนิงต้องถูกออกจากงานประจำ ป้าต้อยช่วยลุงหนิงคิดว่า เราจะอยู่กันอย่างไร เพราะป้าต้อยเป็นเพียงแม่บ้านเท่านั้น ทั้ง 2 คน จึงไปขอสูตรทำหมูสะเต๊ะจากญาติพี่น้อง แล้วนำมาปรับปรุงสูตรการหมักหมู ให้เป็น หมูสะเต๊ะสมุนไพร กินอร่อยและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค 

 ผมไปสอนทำข้าวขาหมูตุ๋นเห็ดหอม ที่วิทยาลัยอาชีวอุดรธานี กลางวันแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่หลังเรือนจำ เห็นป้าต้อยกับลุงหนิงยืนขาย หมูสะเต๊ะสมุนไพร จึงสั่งหมูสะเต๊ะมากินในร้านก๋วยเตี๋ยว อร่อยหอมกลิ่นสมุนไพรมากครับ จึงขอสูตรการทำหมูสะเต๊ะสมุนไพรจากป้าต้อยมาสอนให้ทำกินกันด้วยครับ

 ป้าต้อยกับลุงหนิง ยืนย่างหมูสะเต๊ะด้วยความตั้งใจ จัดร้านสะอาด และน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะดูน่ากิน ผมถามป้าต้อยว่า จะทำหมูสะเต๊ะสมุนไพรขายไปอีกนานเท่าไหร่ และลุงหนิงเคยท้อใจหลังถูกออกจากงานหรือไม่ ทั้งสองเปิดใจกับผมว่า ที่ยืนอยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะคำพูดของ ในหลวง ที่สอนให้คนไทยรู้จัก "เศรษฐกิจพอเพียง"

 จึงยึด เศรษฐกิจพอเพียง ของพระองค์ท่าน ทำหมูสะเต๊ะด้วยสมุนไพรล้วนๆ ไม่ใส่สารเคมี ไม่ใส่ผงชูรส เพื่อให้ลูกค้าได้กินหมูสะเต๊ะหอมกลิ่นสมุนไพร เด็กๆ ชอบหมูสะเต๊ะสมุนไพรมาก คุณหมอและพยาบาลที่มากินก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ต้องสั่งหมูสะเต๊ะสมุนไพรกลับไปกินที่ทำงาน จึงเป็นความภูมิใจที่ได้ทำอาหารสดสะอาด และมีประโยชน์กับลูกค้า ได้กินหมูสะเต๊ะสมุนไพรอร่อยๆ ทุกวัน

 หมูสะเต๊ะสมุนไพร ขายอยู่หลังสี่แยกเรือนจำอุดรธานี ถนนนเรศวร ทางไป-ชุมชนบ้านจิก โทร.08-9623-9176 

"อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช"