
"3 สูตรปุ๋ย"เพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง
"3 สูตรปุ๋ย"เพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง "เหนือ-อีสาน"ใช้ตามค่าวิเคราะห์ดิน
แม้จะเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่ไม่อยู่ในโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรของรัฐบาล แต่ยางพาราก็จำเป็นที่จะต้องใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินของแต่ละชุดดินในตำบลนั้นหรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "ปุ๋ยสั่งตัด" ทั้งนี้ เพื่อการเจริญเติบโตของต้นยางและการให้ผลผลิตน้ำยาง ไม่ว่าจะเป็นยางที่ปลูกใหม่ในพื้นที่ใหม่หรือยางที่ปลูกใหม่ในพื้นที่เดิม
นุชนารถ กังพิศดาร นักวิชาการเกษตรเชี่ยวชาญ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตรให้มุมมองการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินในสวนยางพาราพื้นที่ปลูกใหม่ในภาคอีสานและเหนือ พร้อมแนะนำว่าการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินนั้นมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะจะได้ทราบว่า ดินที่ปลูกยางมีธาตุอาหารเท่าไร ต้องใส่ในปริมาณเท่าไรและต้องใส่อย่างไร วิธีการโดยเก็บตัวอย่างดินปลูกยาง เพื่อวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารในดิน แปลผลวิเคราะห์ดินและนำมาประเมินความต้องการธาตุอาหารที่ใส่ให้แก่ต้นยางพารา
ไม่เพียงเท่านั้น การใช้ปุ๋ยวิธีนี้ยังบอกปริมาณแม่ปุ๋ยที่นำมาผสมและอัตราปุ๋ยที่ใช้ โดยเกษตรกรสามารถผสมปุ๋ยใช้ได้เองตามที่ต้องการ ซึ่งการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเป็นการใส่ปุ๋ยเฉพาะพื้นที่ ตรงกับความต้องการปริมาณธาตุอาหารของต้นยางแล้วยังช่วยลดต้นทุน และแก้ปัญหาปุ๋ยด้อยคุณภาพ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนสูงสุดอีกด้วย
"เกษตรกรรายย่อยสามารถใช้ปุ๋ยสูตรทั่วไปที่ขายตามท้องตลาดได้ ถ้าเป็นรายใหญ่ๆ ขอแนะนำให้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินจะคุ้มค่ากว่า โดยซื้อปุ๋ยมาผสมเองก็ได้จะได้ลดต้นทุนลง ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ใส่ตามความเหมาะสม ถ้าเป็นภาคอีสานควรจะใส่เยอะหน่อย เพราะส่วนใหญ่เป็นดินทรายมีอินทรียวัตถุน้อย ปุ๋ยอินทรีย์ยิ่งใส่มากก็ยิ่งดี แต่ขึ้นอยู่กับต้นทุนด้วย"
นักวิชาการเกษตรคนเดิมยอมรับว่า ยางพาราต้องการธาตุอาหารในปริมาณที่แตกต่างกันตามอายุ ชนิดของดินและพันธุ์ยาง หากเกษตรกรปลูกยางในดินที่มีสภาพเหมาะสมจะส่งผลให้เปิดกรีดได้เร็วและให้ผลตอบแทนสูง ดิน จึงเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิต ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใส่ปุ๋ยนอกเหนือจากการเลือกใช้พันธุ์ยาง และการจัดการสวนยาง ดังนั้น การใส่ปุ๋ยเพื่อให้ต้นยางเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิต จึงต้องคำนึงถึงความอุดมสมบูรณ์ของดิน ซึ่งเกี่ยวกับความสมดุลของธาตุอาหารในดิน
"ในการกรีดยางแต่ละครั้งจะมีการสูญเสียธาตุอาหารไปกับน้ำยาง หากไม่มีการใส่ปุ๋ยเพื่อชดเชยธาตุอาหาร จะทำให้ขาดความสมดุลของธาตุอาหารในดิน ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยางและการให้ผลผลิต ดังนั้น การใส่ปุ๋ยจึงต้องใส่ให้เหมาะสมกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความต้องการของยางพารา หรือที่เรียกว่า ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน" นักวิชาการคนเดิมกล่าวและว่า
สำหรับสูตรยางเล็กก่อนเปิดกรีด เช่นสูตร 20-10-17 เหมาะสำหรับดินร่วนปนทราย ส่วนสูตร 20-10-12 เหมาะสำหรับดินร่วนปนเหนียว ส่วนยางพาราที่เปิดกรีกแล้วจะต้องใช้สูตร 29-5-18 ซึ่งเป็นสูตรใหม่ตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดและจะเผยแพร่สู่สาธารชนต่อไป ส่วนวิธีการใส่ปุ๋ยแนะนำให้ใส่บริเวณทรงพุ่มใบของต้นยาง เนื่องจากเป็นบริเวณปลายรากให้กลบดินทับด้วย เพื่อไม่ให้ปุ๋ยกระจายไปที่อื่นทำให้ต้นยางสามารถดูดซับธาตุอาหารอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
"ยางที่เปิดกรีดแล้วควรใส่ปุ๋ยเคมี 1 กิโลกรัมต่อต้น ปีละ 2 ครั้งร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ 3 กิโลกรัมต่อต้น ถ้าเป็นยางต้นเล็กใส่บริเวณทรงพุ่มของใบยาง ส่วนยางเปิดกรีดก็ใส่กลางแถวยาง เพราะมันจะตรงปลายรากยางพอดี"
นางนุชนารถย้ำด้วยว่า การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินไม่ใช่เรื่องยุ่งยากสำหรับเกษตรกร ซึ่งขณะนี้สถาบันวิจัยยางได้จัดทำคู่มือ พร้อมชุดตรวจสอบดินอย่างง่ายที่เกษตรกรสามารถตรวจสอบดินได้เอง โดยเกษตรกรสามารถขอรับคำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน และคู่มือการใช้ปุ๋ยในยางพาราปี 2554 ได้ที่สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร โทร.0-2579-1576 หรือขอรับที่ศูนย์วิจัยยาง ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิต และสำนักตลาดกลางยางพารา กรมวิชาการเกษตรตามจังหวัดต่างๆ ในวันและเวลาราชการ
"สุรัตน์ อัตตะ"



