ไลฟ์สไตล์

อยากให้ลูกฉลาดต้องเล่านิทานให้ฟัง

อยากให้ลูกฉลาดต้องเล่านิทานให้ฟัง

31 ก.ค. 2554

อยากให้ลูกฉลาดต้องเล่านิทานให้ฟัง : สกู๊ปพิเศษ โดย ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

            "โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เกิดมาจากความต้องการของข้าพเจ้าที่อยากดูแลปัญหาเยาวชนที่ไม่มีอนาคต หรือเด็กเร่ร่อนจรจัด ข้าพเจ้าตระหนักดีว่าปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ยาก คือต้องแก้ไขที่สถาบันครอบครัวซึ่งเป็นต้นเหตุโดยการให้ความอบอุ่นแก่เด็กตั้งแต่แม่เริ่มตั้งครรภ์จนคลอด และเด็กได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องซึ่งความอบอุ่นของครอบครัวจะทำให้เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีสุขภาพจิตที่ดี อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะติดตัวเด็กไปในอนาคต" พระปณิธาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรราชาในสมเด็จพระบรมโอสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

             เพื่อเป็นการสืบสานพระปณิธาน การสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง ขับเคลื่อนและทำงานด้านการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและครอบครัว อันจะนำไปสู่การสร้างเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและต้นทุนสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้ดำเนินโครงการ "เล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก" ภายใต้ "โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว" ขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2552 จวบจนปัจจุบัน โดยการสร้าง "วิทยากรกระบวนการสานสายใยรัก" ที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาการเด็ก เทคนิค วิธีการเล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก รวมไปถึงสามารถจัดกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่พ่อแม่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาเด็กด้วยการเล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก

             ปกรณ์ พันธุ  อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เล่าว่า โครงการเล่านิทานอ่านและเล่นกับลูกที่ผ่านมาทำให้เกิดวิทยากรกระบวนการสานสายใยรักกว่า 1,000 คนในพื้นที่ดำเนินงานของ "ศูนย์ 3 วัยสานสายใยรักแห่งครอบครัว" ทั้ง 19 จังหวัด และได้สร้างเวทีเรียนรู้พ่อแม่รวม 75 เวที มีพ่อแม่และผู้ปกครองเข้าร่วมเวทีเรียนรู้รวม 3,260 คน หรือ ประมาณ 2,500 ครอบครัว ซึ่งจะขยายการดำเนินการสร้างวิทยากรกระบวนการออกไปอีก 11 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พะเยา น่าน ขอนแก่น มุกดาหาร นครนายก สระบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี ระนอง และตรัง ตั้งเป้าให้ครบภายในปี 2555  รวมทั้งสิ้น 30 จังหวัด

             นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดการดำเนินงานโครงการ "เล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก" ออกไปสู่เด็กในช่วงอายุ 7-9 ปี โดยได้จัดกิจกรรม "วัยซนค้นโลก" ประกวดแข่งขันการทำสิ่งประดิษฐ์ "ของเล่นลอยน้ำ" โดยนำร่องกับโรงเรียนระดับประถมศึกษาในพื้นที่ศูนย์ 3 วัยสานสายใยรักแห่งครอบครัว 30 แห่งทั่วประเทศ และสถานสงเคราะห์เด็ก ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกจำนวน 10 แห่ง เพื่อชิงโล่พระราชทาน เกียรติบัตร และเงินรางวัลมูลค่ากว่า 1 แสนบาท

             "ไอน์สไตน์บอกว่าถ้าอยากให้เด็กฉลาดก็ต้องเล่านิทานให้ฟังมากๆ เด็กจะได้ฉลาดมากขึ้น เพราะการเล่านิทานอ่านและเล่นกับลูก ทำให้ร่างกายเด็กได้เคลื่อนไหว ตาได้ดู หูได้ฟัง จิตใจอารมณ์ก็มีความสุข สนุก และการที่พ่อแม่ได้กอดได้อุ้มได้ใกล้ชิดกับลูก จะก่อให้เกิดสัมพันธภาพที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นในครอบครัว และที่สำคัญเรื่องสติปัญญา เพราะเด็กในช่วง 0-6 ปีสมองจะมีการพัฒนาอย่างเต็มที่ ถ้าเราไม่พัฒนาในช่วงนี้ก็เรียกว่าแทบจะสายไปแล้ว" อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าว

            เรณู ดิษฐเอม รักษาการหัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านรางสายบัว ต.คลองตัน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และประธานคณะทำงานวิทยากรกระบวนการสายใยรัก เล่าถึงการถ่ายทอดความรู้ผ่านเวทีพ่อแม่ ว่า เวทีพ่อแม่ วิทยากร จะร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการพัฒนาเด็กเล็กและการสร้างครอบครัวที่เข้มแข็งผ่านเทคนิคต่างๆ เพื่อที่จะให้ผู้ปกครองตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุตรหลาน

            โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก ที่ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกใดในครอบครัวก็สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาลูกหลานของตนเองได้ ทำสื่อการเรียนรู้ โดยผลิตขึ้นจากพืชหรือวัสดุในท้องถิ่น ใช้สิ่งใกล้ตัว เช่น ต้นลำพู ต้นโกงกาง เอาของธรรมชาติไปประดิษฐ์เป็นของเล่น ให้พ่อแม่ได้ใช้เล่นกับลูก อย่างการเอาดินมาปั้นทำให้ไม่จำเป็นต้องซื้อดินน้ำมันซึ่งอาจเป็นอันตรายเพราะมีสารเคมี

             “การพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดเป็นเรื่องสำคัญ อย่ารอให้เด็กโตก่อนแล้วค่อยพัฒนา เพราะเด็กสามารถพัฒนาได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ไม่ต้องรอหรืออาศัยความพร้อมจากที่ไหน เพราะอยู่ที่ตัวพ่อและแม่ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการพัฒนาศักยภาพของลูก ที่สำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไปนอกจากการเรียนแล้ว การให้เวลากับลูก การโอบกอด แสดงความรักระหว่างคนในครอบครัว และเรื่องมารยาทเด็ก ก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างครอบครัวให้มีความอบอุ่นเช่นกัน” เรณู กล่าวในที่สุด

             เด็กจะเติบโตเป็นคนดีได้ ต้องผ่านเบ้าหลอมที่ดี ผู้ปกครองที่สนใจร่วมเพาะต้นกล้า สอบถามได้ที่โทร.0-2659-6283, 0-2659-6103 หรือ [email protected]

0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0