ไลฟ์สไตล์

เยือนแดนโสมเยี่ยม"นัมยาง"เปิดโลกอนาคตรถยนต์ฮุนได

เยือนแดนโสมเยี่ยม"นัมยาง"เปิดโลกอนาคตรถยนต์ฮุนได

31 ก.ค. 2554

เยือนแดนโสมเยี่ยม"นัมยาง"เปิดโลกอนาคตรถยนต์ฮุนได : เปิดโลกยนตกรรม โดย ยุทธพงษ์ ภาษี

          ฮุนได รถยนต์จากเกาหลี เข้าสู่ตลาดเมืองไทย เป็นครั้งที่สอง เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทำการตลาดจนมียอดขายปีละ 3,500 คัน ภายในสิ้นปีนี้ฮุนได และคาดว่าจะทำยอดขาย 5,000 คันเป็นอย่างน้อย  มีการเปลี่ยนแปลงในฮุนได มากมายและรวดเร็ว เพียง 44 ปีของการดำเนินกิจการหลังสงครามเกาหลี ปัจจุบัน ถือว่า แบรนด์และเทคโนโลยี ฮุนได ได้รับการยอมรับว่าเทียบเคียงคู่แข่งอย่างรถญี่ปุ่นและอเมริกาได้สบายมาก เบื้องหลังความสำเร็จของฮุนได นอกจากนโยบายเอาจริงเอาจังของผู้นำแล้ว คือ งานวิจัยและพัฒนา ถือเป็นงานหัวใจของการบริหารงานคุณภาพ ฮุนได ได้เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการทำธุรกิจที่มีเป้าหมายหลักคือเรื่อง ปริมาณการขาย มาสู่ งานคุณภาพ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์มากมาย เปิดโลกยนตรกรรม พาท่านไปสัมผัสศูนย์วิจัยหลักของฮุนไดที่นัมยาง หนึ่งใน  11 ศูนย์วิจัยของฮุนไดทั่วโลก ที่สร้างความสำเร็จทางด้านเทคโนโลยีให้ฮุนได

            สำหรับ นัมยาง อาร์แอนด์ดีเซ็นเตอร์แห่งนี้ เป็นฐานใหญ่ของฮุนได ในการผลักดันให้ฮุนไดก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำการผลิตรถติดอันดับท็อปไฟว์ของโลก ตั้งอยู่ในเขตฮวาซอง (Hwaseong) จังหวัดคยองกี (Gyeonggi), ที่นี่มีวิศวกรทำงานราว 1 หมื่นคน ทำงานเกี่ยวข้องกับการวิจัยส่วนต่างๆ เช่น วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกกับ การวางแผนการออกแบบ, ระบบถ่ายทอดกำลัง (powertrain) และอุโมงค์ลม, ซึ่งฮุนได เป็นบริษัทรถยนต์แห่งเดียวของเกาหลี ที่มีอุโมงค์ลมเป็นของตัวเอง การทดสอบประสิทธิภาพของรถด้านต่างๆ ตั้งแต่สมรรถนะ และความปลอดภัยจากการชน ความคงทน โดยมี ลานทดสอบ ที่มีสภาพถนนในทุกประเภทตั้งแต่ถนนวงแหวน รูปไข่ ใช้ ทดสอบการวิ่งความเร็วสูงสุดไปจนถึงถนนขรุขระเพื่อวัดเสียงและความทนทานของช่วงล่าง ห้องทดสอบการชน หรือเรียกว่า  crash test center ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของความปลอดภัยภายในห้องโดยสาร

           ทั้งนี้ ศูนย์พัฒนารถยนต์ที่ดีที่สุด ของฮุนได แห่งนี้ยังได้เปิดส่วนใหม่ที่เป็นมิวเซียม ซึ่งอาคารออกแบบทุกส่วน ตามแนวคิดเชิงนิเวศที่เป็นมิตร และเก็บเรื่องราวประวัติความเป็นมาของฮุนได ไว้ให้ศึกษา

           ที่ศูนย์พัฒนาวิจัยขนาด 3.47 ล้านตารางเมตร มูลค่าหลายล้านดอลลาร์นี้ มีผลงานจากผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรของฮุนไดมากมาย ออกมาเช่น เทคโนโลยีเครื่องยนต์ในรูปแบบต่างๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ อีโค-เทคโนโลยี เช่น รถยนต์ที่ให้มลพิษเป็นศูนย์ เพื่อโลกสีเขียว รถยนต์ไฮบริด ใช้ก๊าซแอลพีจี ผสมมอเตอร์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฟฟ้าแบบฟูเอลเซลล์ ซึ่งฮุนไดได้นำเสนอรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ไปบ้างแล้ว จาก ฮุนได รุ่น i10 EV และอาวันเต้ ไฮบริด รวมไปถึงการพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินฉีดเชื้อเพลิงแบบตรง หรือ GDI (Gasoline Direct Injection) และเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล ระบบแปรผัน VGT

           การพัฒนาของรถยนต์ฮุนได มุ่งเน้นไปที่การสร้างความปลอดภัยให้แก่ห้องโดยสาร จากเครื่องมือต่างๆ ในห้องแล็บทดสอบการชนที่ทันสมัยเท่ากับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ ในแต่ละปีมีรถนับร้อยๆ คันที่เข้ารับการทดสอบ

           นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยแห่งนี้ ก็ให้ความสำคัญเรื่อง การพัฒนาแอโร่ไดนามิกของรถยนต์ เพื่อสมรรถนะการเกาะถนน ความประหยัด และความสบายในห้องโดยสาร ด้วยการใช้อุโมงค์ลม (Wind Tunnel) ขนาดใหญ่ ผลงานจากการพัฒนารถต้นแบบของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของฮุนได ก็ได้รับอิทธิพลจากแล็บแห่งนี้ด้วย

           ปัจจุบันปรัชญาของ บริษัท ฮุนไดมอเตอร์ นั้น ยึดมั่นในหลักคุณภาพสูงสุด สัญญานี้จะผูกพันกับนโยบายที่มีเป้า เพื่อการพัฒนาและการผลิตรถที่มีข้อบกพร่องเป็นศูนย์ ซึ่งฮุนไดถือเป็นรถที่มีรางวัลมากมาย และวิสัยทัศน์ของฮุนไดในอนาคต คือการสร้างการรับรู้ทั่วโลก ในเรื่องคุณภาพที่แท้จริงของรถ และในเมืองไทย ฮุนได มีแผนนำเข้ารถใหม่ๆ อย่างน้อยสองรุ่นในปลายปีนี้ ซึ่งแต่ละรุ่นล้วนแล้วแต่ผ่านการพัฒนาจาก นัมยาง มาแล้วทั้งสิ้น

ฮุนได อดีตและปัจจุบัน

          ชื่อและสัญลักษณ์ "ฮุนได" (HYUNDAI) เราสามารถเห็นได้ทั่วไปในเกาหลี และในระดับโลก แต่ชื่อและกิจการต่างๆ เหล่านั้นปัจจุบันไม่ได้ เป็นของ ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ทั้งหมด ที่เกาหลี มีห้างสรรพสินค้าฮุนได มีสายการเดินเรือฮุนได มีซูเปอร์มาร์เก็ตฮุนได แต่หากกล่าวถึง ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ปัจจุบันแล้ว ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ปทำกิจกรรมทางธุรกิจ เกี่ยวข้องกันเพียง 3 อย่าง คือ รถยนต์ ประกอบไปด้วยรถ 2 ยี่ห้อ คือ ฮุนได และเกีย (ฮุนไดถือหุ้นในเกีย 33 เปอร์เซ็นต์) ธุรกิจเหล็ก ในนาม ฮุนได สตีล( Hyundai Steel) และธุรกิจก่อสร้าง

           สำหรับชื่ออื่นๆ ที่มีคำว่า ฮุนได เกี่ยวข้องกันเมื่อครั้งอดีต แต่ปัจจุบันไม่เกี่ยวกันแล้ว ธุรกิจที่น่าสนใจของฮุนได นอกจากรถแล้ว คือ การผลิตเหล็กคุณภาพสูง ที่ใช้กับตัวถังรถยนต์ ฮุนไดเป็นค่ายรถยนต์ชั้นนำของโลกแห่งเดียวที่มีโรงผลิตเหล็กเป็นของตนเอง ซึ่งในปัจจุบันมีโรงถลุงเหล็กขนาดใหญ่เป็นหนึ่งใน 20 ของโลก (ตั้งบริษัทลูกผลิตเหล็กเพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนการผลิตรถยนต์) บริษัท ฮุนได สตีล ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1953 เพื่อเป็นแรงขับสำคัญในการสร้างประเทศหลังสิ้นสุดสงครามเกาหลี บทบาทของบริษัทเพิ่มมากขึ้นในยุคปี ค.ศ. 2000 เมื่อมีการขยายและควบรวมกิจการกับบริษัทเหล็กชั้นนำรายอื่นๆ จนมีการสร้างโรงงานเหล็กขนาดใหญ่ที่ Dangjin เสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 2006 โดยในปี 2010 ฮุนได สตีล  มีโรงถลุงเหล็ก รองรับความต้องการของบริษัทในกลุ่มและลูกค้าภายนอกได้มากกว่าเดิม และเมื่อสิ้นสุดปี 2011 โรงถลุงเหล็กแห่งที่ 2 ก็จะก่อสร้างเสร็จสิ้นเพิ่มศักยภาพการผลิตเหล็กได้สูงถึง 20 ล้านตันต่อปี

           โรงงานของฮุนได ยังมีเทคโนโลยีที่สามารถหลอมเศษเหล็กให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่โดยมีความเป็นเหล็กกล้าสูงเพียงพอในการผลิตประกอบรถยนต์ สำหรับการผลิตเหล็กจากสินแร่ ทางโรงงานมีท่าเรือที่สร้างขึ้นพิเศษพร้อมอุปกรณ์การถ่ายสินแร่โดยไม่ฟุ้งไปสู่อากาศภายนอกให้เป็นอันตราย และสามารถลำเลียงวัตถุดิบผ่านรางเลื่อน และท่อที่ปิดมิดชิด และนำไปเก็บไว้ที่โรงเก็บรูปโดมขนาดเท่าสนามเบสบอลที่สามารถกันฝุ่นสินแร่ และใยหินไม่ให้ฟุ้งได้ ซึ่งเป็นนโยบายของบริษัทฮุนไดที่ต้องการทำให้ทุกขั้นตอนการผลิตรถยนต์ แม้เริ่มต้นตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ มีความเป็นมิตรกับมนุษย์และธรรมชาติอย่างแท้จริง ไอเสียที่เกิดขึ้นจากเตาเผาก็ยังถูกนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงานได้สูงสุดถึงร้อยละ 80 ของความต้องการทั้งหมด