ไลฟ์สไตล์

“เอเธนส์”อีกเที่ยว

“เอเธนส์”อีกเที่ยว

31 ก.ค. 2554

คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : “เอเธนส์”อีกเที่ยว โดย กาญจนา หงษ์ทอง

          คุ้นเหมือน "เอเธนส์” (Athens) อยู่แถวท่าพระอาทิตย์ เลยทะลึ่งนัดเจอมิ่งมิตรกันแถวใจกลางนครหลวงของกรีซ

          เราต่างฝ่ายต่างถีบตัวขึ้นจากสนามบินแผ่นดินทอง อ้วนบินอ้อมไปแวะไคโรก่อน ส่วนผอมใช้บริการสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (0-22310300-7) เลยต้องหย่อนตัวลงแวะยืดเส้นยืดสายที่นครอิสตันบูล ก่อนจะเหินฟ้าไปอีกราวชั่วโมงเศษก็ถึงเอเธนส์ พูดถึงเตอร์กิช แอร์ไลน์ส เขาขนนักเตะทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมาเป็นพรีเซ็นเตอร์วิดีโอแนะนำความปลอดภัยบนเครื่องบิน ถึงไม่ได้เป็นสาวกผีแดงแต่เห็นแล้วต้องบอกว่าน่าเอ็นดูจริงๆ

          ต่างคนต่างไป แล้วค่อยโคจรไปเจอกันในจุดนัดพบ เป็นแบบนี้เสมอระหว่างเราสองคน
 เพราะเคยพาสองเท้าไปเดินเล่นที่กรีซมาแล้ว เลยรู้หมดแล้วว่าตรงไหนน่าพัก ตรงไหนทำเลดี หมายมั่นว่าอยากพักแถวพลาคา จะได้ใกล้แหล่งท่องเที่ยว แต่แค่คลิกเข้าไปสำรวจที่เว็บไซต์ขาประจำอย่างอโกดา (www.agoda.co.th) ถึงได้รู้ว่าแพงระยับ เลยต้องซมซานกลับไปพักใกล้กับย่านโอโมเนียเหมือนเคย โชคดีอโกดาเขาแบ่งเป็นโซนๆ ให้เสร็จ แถมบอกหมดว่าโรงแรมไหนมีบริการฟรีไวไฟ โรงแรมไหนมีอาหารเช้า เลยเลือกง่าย

          จะไม่ง่าย อีตอนอ้วนผอมเล่นซ่อนหากันตรงจุดนัดพบนั่นแหละ กว่าเราจะหากันจนเจอ ก็เป็นบ่ายอาวุโสเข้าไปแล้ว อ้วนยังไม่เคยพารอยเท้ามาประทับที่บ้านของทวยเทพและปราชญ์ ผอมเลยอาสาเป็นไกด์พาเพื่อนไปเจิมฝ่าเท้าที่จัตุรัสซินตั๊กม่า ลานกว้างที่ชุลมุนขนาดอาการเจ็ตแล็กยังต้องหักหลบ มุมนี้มือใหม่ของเอเธนส์ห้ามนัดกันแถวนี้เด็ดขาด 

          คลื่นคนสาดใส่จัตุรัสเป็นระลอก แต่คลื่นร้อนยังคงไม่ปรานีปราศรัยแขกเหรื่อของเอเธนส์ เป็นปกติของเดือนร้อน ที่ระดับของแดดเอเธนส์อยู่ในเกณฑ์ร้อนแรงล้ำหน้าแดดบางกอก

          แต่ข้อหาที่เอเธนส์เป็นทั้งต้นกำเนิดคณิตศาสตร์ เป็นรากเหง้าประชาธิปไตย เป็นสถานที่เกิดของมหาวิทยาลัย แถมยังเป็นอู่อารยธรรมของโล  ต่อให้ร้อนขนาดตับแลบโผล่มาทางปากนักท่องเที่ยว เมืองนี้ก็ไม่เคยกันดารนักเดินทาง อ้วมผอมดูทหารยามหน้ารัฐสภาเดินสับขาเสร็จ  ก็พากันเดินกรีดกรายผ่านถนนเออร์มูว์ ไปหาอะกอร่า (Agora) 

          ถ้าไม่นับอะโครโพลิส (Acropolis )ที่เกี่ยวสายตาทุกคู่ในเอเธนส์ให้หยุดมอง ก็เห็นจะเป็นอะกอร่านี่แหละ ที่ทำให้เอเธนส์กลายเป็นเมืองที่น่าค้นหาอยู่ตลอดเวลา ที่พูดแบบนี้ เพราะจนถึงทุกวันนี้ทางการกรีซ ก็ยังไม่เลิกขุดค้นเพื่อหาบรรดาวัตถุโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน แม้เอเธนส์ในต้นศตวรรษที่ 21 จะถูกคลุมไว้ด้วยคอนกรีตคุณภาพดี หากแต่ใต้ดินยังอุดมไปด้วยข้าวของล้ำค่าไม่ต่างจากอียิปต์ ที่ไม่ว่าจะขุดหรือคุ้ยลงไปตรงไหนก็เจอแต่ของเก่า

          ทีแรกกรีซก็ไม่ได้ตั้งใจจะขุดหาเมืองโบราณที่ซุกอยู่ใต้ดิน แต่บังเอิญในยุคที่เพิ่งเริ่มพัฒนาเมือง  รัฐบาลมีนโยบายให้ตัดเส้นทางรถไฟจากกลางกรุงเอเธนส์ไปสุดขอบทะเล ระหว่างการก่อสร้าง ขุดไปขุดมา เลยไปเจอพวกซากปรักหักพังที่ซุกอยู่ใต้ดินเข้าโดยบังเอิญ
พอนักโบราณคดีมาศึกษา ถึงได้รู้ว่า นี่คืออะกอร่า เมืองที่เคยรุ่งเรืองเมื่อกว่า 3,000 ปีก่อน แต่ถูกฝังไว้ใต้ธรณีมานานหลายร้อยปี

          ฉันเคยตื่นเต้นกับเมืองลับแลที่เคยสูญหายไปจากโลก อย่างเพตราที่จอร์แดน อาบูซิมเบลแห่งอียิปต์ แน่นอนเมืองมีสตอรี่อย่างอะกอร่า ก็ไม่แคล้วปลุกให้ตื่นเต้นตั้งแต่มาเอเธนส์ครั้งก่อนแล้ว   
ถึงจะเคยเห็นริ้วรอยและตีนกาของอะกอร่ามาแล้ว แต่การย้อนรอยไปหาอะกอร่าเที่ยวนี้อาการตื่นเต้นยังผุดๆ โผล่ๆ เสาทุกต้น รูปปั้นทวยเทพ และสถานที่ที่บรรดาปราชญ์เคยนั่งล้อมวงสนทนาปัญหาบ้านเมืองกัน ทำให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วของอะกอร่าช่างน่าอภิรมย์เกินกว่าจะเดินสาวเท้าผ่านอย่างรวดเร็ว
 ไม่เพียงเท่านั้น แต่อะกอร่ายังเป็นอาณาบริเวณที่เคยเป็นศูนย์กลางของเมือง ที่ผู้คนใช้จุดนี้ทำกิจกรรมทางการเมือง ทางศาสนา ทำการค้า และพบปะพูดคุยกัน  

          ตลาดกรีกโบราณที่เคยคึกคักในอดีต ถนนสายกลางที่พาดผ่านเมือง หรือแม้แต่วิหารเทพซุส และวิหารเฮฟาอิสตอส ทุกอย่างยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้คนรุ่นนี้ได้แกะรอยประวัติศาสตร์และอารยธรรมกรีกโบราณ

          กำลังเพลินอยู่กับข้าวของเครื่องใช้ในยุคโบราณที่ถูกกักขังไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ของอะกอร่า แต่เสียงนกหวีดของเจ้าหน้าที่ กระชากให้โมงยามของความสุนทรีย์ยุติลงตอนบ่ายสามโมง
คนจะมาเที่ยวกรีซจำไว้เลยว่า พวกพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ส่วนใหญ่บ่ายสามก็ปิดแล้ว อะกอร่าก็เหมือนกันแค่บ่ายสามก็เคลียร์นักท่องเที่ยวออกหมด อ้วนผอมเลยไปเดินย้วยกันแถวโรมัน อะกอร่า (Roman Agora)

          เสา 4 ต้นอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ มีแต่ซากปรักหักพังและความร่วงโรยเอาไว้อวดคนต่างถิ่น แต่ภายในรั้วก็มีการขุดพบหลักฐานโบราณหลายชิ้น อาจจะเป็นเพราะเราทั้งคู่ไม่มีสายตาของนักโบราณคดี เลยมองโรมัน อะกอร่าอย่างไม่ลึกซึ้งเท่าไหร่ นี่ถ้าพวกนักโบราณคดีมาเดินเตร็ดเตร่แถวนี้  เขาคงหูตาพราวแพรวแววตาเป็นประกาย เพราะมองอะไรก็เก่าแก่ไปหมด เห็นอะไรก็ดูมีความหมายและมีคุณค่าไปซะทั้งนั้น

          ที่จริง เย็นนี้เราตั้งใจจะขึ้นไปรอดูพระอาทิตย์ตกดินกันบนเนินเขาฟิโลแพพโพส์ที่อยู่ใกล้กับอะโครโพลิส แต่ในเดือนร้อน ดวงตะวันหล่นยากหล่นเย็นจริงๆ เราเลยไปเดินฆ่าเวลากันแถวพลาคา (Plaka) กัน มาถึงพลาคา ถึงไม่มีวิญญาณของสาวนักช็อปสิงอยู่ในร่าง แต่ข้าวของที่วางขายละแวกนี้ จะปลุกให้หูตาของคุณเป็นประกายขึ้นมา แถมมันพร้อมใจกันยักคิ้วหลิ่วตาให้หลายคนใจอ่อน ยอมหิ้วมันกลับไปอยู่ที่บ้านด้วย

          เรื่องราวของอะกอร่า พลาคา ปราชญ์ และทวยเทพ นึกถึงทีไรหัวใจมันร่ำร้อง ให้พาไปย่ำเอเธนส์อีก แต่ไหนๆ ดั้นด้นไปถึงกรีซทั้งที ตอนหน้าอ้วนผอมจะฝ่าทะเลอีเจียนไปเที่ยวนางงาม 3 ทะเลอย่างเกาะซานโตรีนีกันต่อ