
ผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมจาก "ทะเลสายบุรี"
จากปลาหลังเขียวสู่ "ปลาหวานต่อคำ" ผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมจาก "ทะเลสายบุรี"
หากเอ่ยถึง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เชื่อได้ทันทีว่าสิ่งแรกที่หลายคนคิดถึงขึ้นมานั่นคือ “บูดูสายบุรี”ซึ่งพื้นที่แห่งนี้มีชื่อเสียงผลิตภัณฑ์นี้มานานนอกจากมีรสชาติหอมอร่อยแล้ว ยังมีชื่อเสียงกระฉ่อนไปถึงตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย หรือตลาดในแถบตะวันออกกลางต่างก็ยังยกนิ้วให้การยอมรับกันถ้วนหน้า
แต่นาทีนี้ดูเหมือนว่าของดีอีกอย่างที่สร้างชื่อให้อำเภอแห่งนี้ไม่ด้อยไปกว่ากัน และกำลังเป็นที่นิยมในท้องตลาดอีกชนิดนั้นคือ “ปลาหวานต่อคำ” ที่หากใครได้ลองลิ้มชิมเป็นอันต้องยอมรับชนิดยากที่จะปฏิเสธถึงความอร่อยจนต้องควักกระเป๋าซื้อกลับไปฝากคนที่บ้าน
วิทยา ใยแก้ว หนุ่มใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวบนผืนน้ำปัตตานี ในฐานะเจ้าของกิจการประมงมาหลายสิบปี เริ่มต้นเล่าว่าย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีก่อน ชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่ออุตสาหกรรมประมงที่สร้างมากับมือต้องมาเผชิญปัญหาด้านเศรษบกิจ และวิกฤติปัญหาแรงงาน ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนสินทรัพย์ทางธุรกิจมาเป็นเงินสด ก่อนจะนำมาผันแปรเป็นโรงงานแปรรูปวัตถุดิบจากทะเล โดยเลือกทำเลที่ตั้งใน อ.สายบุรี เพราะเห็นว่าเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นยอด
ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสัตว์น้ำที่เกิดกับชีวิตของเขาเมื่อครั้งคร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจประมง จึงตัดสินใจไม่ยากที่นำเม็ดเงินหลายล้านบาทมาลงทุนแปรรูป “ปลาข้างเหลือง” และ “ปลาหลังเขียว” มาเป็น “ปลาหวาน” เนื่องจากเห็นว่ามีรสชาติอร่อยสดใหม่ แถมด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกทั้งสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย ทั้งในรูปแบบอาหารว่าง ของกินเล่น หรือจะวางบนโต๊ะอาหารรับประทานพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ
“ผมคลุกคลีและสัมผัสกับปลามานานทำให้รู้ว่าคุณสมบัติของปลาข้างเหลือง และปลาหลังเขียว เมื่อนำไปแปรรูปแล้วนอกจากจะมีรสหวาน หอม อร่อยแล้ว เนื้อปลายังนุ่ม ซึ่งตากจากปลาชนิดอื่นที่สำคัญทะเลปัตตานี โดยเฉพาะที่สายบุรียังมีวัตถุดิบชั้นดีอยู่อีกมายนั่นเอง” วิทยาเผย
สำหรับตลาดปัจจุบันนอกจากจะมีลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้เป็นหลักแล้ว ยังมีผู้บริโภคที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือ โดยนอกจากจะนำไปรับประทานเป็นของว่างแล้ว ยังนำไปกินคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ ได้อีกด้วย จึงทำไห้มีออเดอร์จากลูกค้าต่างจังหวัดเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ ปลาหวานต่อคำมีจำหน่ายในหลากหลายราคา หลากหลายขนาดเพื่อรองรับลูกค้าให้ได้หลากหลายกลุ่ม แต่หากเป็นมาตรฐานจะบรรจุห่อ 50 บาท กับจำหน่ายกิโลกรัมละ 170 บาท ส่วนก้างปลาหวาน 160 บาทต่อกิโลกรัม
“ชื่อปลาหวานต่อคำเป็นที่มาจากการบอกเล่าของลูกค้าว่าสินค้าของเราอร่อยจนต้องรับประทานชนิดคำต่อคำจนหมดจาน จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นำชื่อนี้มาเป็นแบรนด์สินค้า” นายวิทยา กล่าว
เจ้าของผลิตภัณฑ์เด่นยังกล่าวถึงการจำหน่ายสินค้าในปัจจุบันต้องอาศัยช่องทางการออกบูธแสดงสินค้าในงานต่างๆ ควบคู่กับการรับออเดอร์ลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดในภูมิภาคอื่น เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยให้ลูกค้าเข้ามารับผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ ดังนั้นรายได้หลักจึงมาจากคำสั่งซื้อของผู้บริโภคเป็นหลัก
แต่หากใครอยากลองลิ้มชิมรสชาติของปลาหวานต่อคำ อีกหนึ่งของดีจาก อ.สายบุรี จ.ปัตตานี สามารถติดต่อได้ที่โทร.08-6964-7334 ซึ่ง วิทยาบอกว่ายินดีจัดส่งให้ถึงที่ตลอด 24 ชั่วโมงและที่สำคัญพร้อมให้คำแนะนำสำหรับผู้สนใจในธุรกิจประเภทนี้ให้อีกด้วย
ขั้นตอนการผลิต "ปลาหวานต่อคำ"
ยิ่งไปกว่านั้น “ปลาหวานต่อคำ” ของวิทยา ยังเน้นเรื่องของวัตถุดิบที่ต้องมีความสดและใหม่ขึ้นจากทะเลทุกเช้า จากนั้นนำปลาไปแช่น้ำแข็ง ก่อนจะแล่เนื้อ แยกเนื้อกับก้างปลาออกจากกัน ส่วนก้างปลานำมาทำเป็นก้างหวานได้อีก หลังจากนั้นนำไปล้างให้สะอาด แล้วนำไปหมักเกลือกับน้ำตาล 3-4 ชั่วโมง นำไปตากแดดให้แห้ง ก่อนจะนำไปทอด โดยปัจจุบันกำลังผลิตเนื้อปลาประมาณ 1,000 กิโลกรัมต่อเดือน ส่วนก้างปลาประมาณ 700-800 กิโลกรัมต่อเดือน
ที่สำคัญกระบวนการทุกขั้นตอนของการผลิตปลาหวานของวิทยานั้น ผ่านมาตรฐานการรับรองถูกต้องตามกระบวนการสุขอนามัยทุกอย่าง โดยมี อย.เป็นเครื่องการันตี จึงทำให้สินค้าแปรรูปจากท้องถิ่นเข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้บริโภคหลายคนได้อย่างรวดเร็ว และนอกจากนี้สินค้าไม่มีการใช้สารเคมีใดเป็นส่วนผสม จะใช้แค่เพียงน้ำตาลกับเกลือเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ปลาหวานของวิทยาออกวางตลาดภายใต้ชื่อว่า “ปลาหวานผู้ว่า” เนื่องจากได้รับการอนุเคราะห์องค์ความรู้ ส่งเสริมและสนับสนุนและยกระดับมาตรฐานการผลิตจนสินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้างจาก “นายภาณุ อุทัยรัตน์ (ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีในยุคนั้น) จึงขออนุญาตใช้ชื่อสินค้าว่า “ปลาหวานผู้ว่า” ก่อนจะมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ปลาหวานต่อคำ” หลังจากนายภาณุได้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น
"สุพิชฌาย์ รัตนะ"



