
กทม.ทุ่มพันล.ยกเครื่องITใหม่50เขต
กทม.เล็งทุ่มพันล. ยกเครื่องระบบไอทีใหม่ 50 เขต โละคอมฯรุ่นเก่า เปลี่ยนภาพลักษณ์การให้บริการ เตรียมสรุปแผน ชงเรื่องสภาเมืองหลวงไฟเขียว
นายมานิต เตชอภิโชค ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล(สยป.) กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า กรณีที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีโครงการจัดทำระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนระบบใหม่ โดยมีแผนเริ่มดำเนินการเปลี่ยนระบบในเดือนต.ค.นี้นั้น ขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างการติดตามทวงถาม เพื่อให้กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบมูลค่ารวม 191 ล้านบาท ให้แก่กทม. เพื่อให้กทม.พร้อมบริการด้านทะเบียนแก่ประชาชน และเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับองค์กรท้องถิ่นทั่วประเทศ
ทั้งนี้ จากการสำรวจของ สยป.พบว่า เบื้องต้น กทม.ก็มีความจำเป็น ต้องพัฒนาและเร่งดำเนินการวางแผนปรับปรุง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอที) ที่ใช้บริหารจัดการภายในองค์กรทั้งระบบควบคู่ไปด้วยเช่นเดียวกัน โดยภายหลังจากรายงานเรื่องดังกล่าว ให้ที่ประชุมผู้บริหารกทม.รับทราบ ล่าสุด นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกทม. มีคำสั่งให้สยป.รับผิดชอบสำรวจ ออกแบบ และวางแผนดำเนินการปรับปรุงเพื่อพัฒนาระบบไอทีของกทม.ใหม่ทั้งหมด ให้มีความทันสมัย และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเทคโนโลยีในภารกิจของทางราชการ
นายมานิต กล่าวว่า ผู้บริหารกทม.ได้กำชับให้สยป.เร่งทำการสำรวจและปรับปรุง โดยเน้นส่วนงานด้านที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชน ตามสำนักงานเขตต่างๆ ทั้ง 50 เขต เป็นอันดับแรก
จากนั้น ให้สรุปแผนและงบประมาณ เสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภากทม. เพื่อพิจารณาอนุมัติตั้งแต่เดือนส.ค.นี้เป็นต้นไร
ทั้งนี้ คาดว่า จะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่าหลักพันล้านบาท ทาง สยป. จึงเตรียมแผนสำรวจและปรับปรุงระบบไอที แยกแต่ละส่วนงานเป็นช่วงๆ ตั้งแต่งานทะเบียน งานการคลังและงบประมาณ งานรายได้ งานรักษาความสะอาด และงานด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น จากนั้น จึงจะทยอยปรับปรุงเรื่อยไปจนครบ 10 ฝ่ายทั้ง 50 สำนักงานเขต และภายในกทม.ส่วนกลาง
“การปรับปรุงครั้งนี้ นอกจากจะเน้นไปที่เรื่องซอฟต์แวร์-ความรวดเร็ว และประสิทธิภาพในการให้บริการเป็นหลักแล้ว ยังรวมไปถึงการเปลี่ยนภาพลักษณ์การให้บริการของกทม.ในทัศนคติของประชาชนใหม่ด้วย ยกตัวอย่างเช่นการใช้คอมพิวเตอร์รุ่นเก่า จออ้วน หรือปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบ ขั้นตอนการเข้าถึงข้อมูลที่ค่อนข้างล่าช้า เมื่อไปติดต่อราชการตามสำนักงานเขตต่าง ๆ ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะไม่มีให้เห็นอีกต่อไป” นายมานิตกล่าว



