
ติดใจความรู้ ดูมิวเซียมติดล้อ
ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลความรู้ย่อมมีอยู่รอบๆ ตัว รอให้เราตามหามันอยู่เสมอ ดั่งเช่นโครงการ
นิทรรศการเคลื่อนที่ “Muse Mobile พิพิธภัณฑ์ติดล้อ” ที่ขอยกความรู้เป็นตันๆ จากมิวเซียมสยามในกรุงเทพฯ มามอบให้เด็กและผู้ที่สนใจที่อยู่ในแดนไกลได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างทัดเทียมกัน ผ่านรูปแบบนิทรรศการในตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่ยักษ์ ด้วยไอเดียสร้างสรรค์จากสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ที่ต้องการมุ่งกระจายความรู้นอกห้องเรียนสู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนิทรรศการถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ในพื้นที่ จ.พัทลุง พร้อมเปิดโครงการ “ปั้นนักพิพิธภัณฑ์รุ่นเยาว์” จากเด็กโรงเรียนนอกระบบนับเป็นครั้งแรกของ สพร. ที่ดำเนินกิจกรรมนี้อีกด้วย
ตามที่ ราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) กล่าวถึงที่มาของมิวเซียมโมบายว่า หลังจากมิวเซียมสยามในกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมจนเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้อันดับ 1 ที่มีคนเข้ามาค้นหาความรู้มากถึง 6 แสนคน ในตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จนี้มีผลพวงมาจากการเรียนรู้แบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ที่ให้ผู้เข้าชมได้ตั้งคำถามและหาคำตอบในเนื้อหาของนิทรรศการด้วยตัวเองผ่านเทคโนโลยีและรูปแบบที่สนุกสนาน เน้นการบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยรุ่นใหม่ให้เป็นผู้ใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อจะนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในอนาคต
ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ติดล้อครั้งนี้ ได้นำนิทรรศการเรื่องเรียงความประเทศไทย ซึ่งเป็นการคัดย่อเนื้อหาจากมิวเซียมสยามมาจัดแสดงในตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 4 ตู้คอนเทนเนอร์ สีสันสดใส ใน 4 หัวเรื่องสำคัญ ได้แก่ อะไรคือไทยแท้? ส่วนของเนื้อหาที่เปิดประเด็นคำถามถึงผู้ชม ผ่านใบหน้าของคนไทยในประเทศนับร้อยใบที่สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของชาติพันธุ์ ทั้งๆ ที่อยู่ในผืนแผ่นดินเดียวกัน ก่อให้เกิดการตั้งคำถามว่า "ไทยแท้...นั้นเป็นอย่างไร?" แล้วจึงเริ่มหาคำตอบกับตู้ใบที่สอง ในคำถามที่ว่า สุวรรณภูมิอยู่ที่ไหน?
ย้อนอดีตไปสัมผัสการใช้ชีวิตของผู้คนเมื่อ 2,000 ปีก่อน ในแผ่นดินที่เรียกว่าสุวรรณภูมิ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน บอกถึงเรื่องราวการเดินทางของวัฒนธรรมที่มารวมตัวกันได้ผ่านการค้าขาย แสวงโชคต่างๆ ผ่านเกมคอมพิวเตอร์และภาพวาดสนุกๆ บนผนังและเพดาน จนมาถึงยุคที่เป็นจุดเปลี่ยนแห่งสมัยในตู้ที่ 3 ที่นำเสนอจุดเริ่มต้นของกรุงเทพฯ ซ้อนทับฉากของกรุงศรีอยุธยาเมื่อ 227 ปี ผ่านช่องมอง 6 ช่องที่มีสื่อแสง สี เสียง คอยบอกเล่าอย่างไม่น่าเบื่อ และโซนสุดท้ายเรื่องของ จุดเปลี่ยน “ประเทศไทย” บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญในมุมต่างๆ ที่ผลักดันให้เกิดสังคมไทยในปัจจุบันนี้ อาทิ การเลิกนุ่งโจงกระเบน การเริ่มใช้สัญชาติไทย สีสันดนตรีและแฟชั่นในยุคซิกส์ตี้ เป็นต้น
หากมองในเรื่องของเนื้อหาแล้ว นิทรรศการนี้ยังไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับ จ.พัทลุง แม้แต่นิดเดียว เพราะทาง สพร. และเทศบาลนครพัทลุงได้ริเริ่มกิจกรรม “ปั้นนักพิพิธภัณฑ์รุ่นเยาว์” เป็นโครงการที่นำนักเรียนจากโรงเรียนปลายข้าว โรงเรียนนอกระบบ สำหรับนักเรียนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ไม่มีที่เรียน และไม่มีเวลาเรียนในช่วงเช้าตามปกติ ให้มาร่วมร่วมฝึกอบรมให้เป็นนักพิพิธภัณฑ์รุ่นเยาว์ สามารถให้ข้อมูลและความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับนิทรรศการและสร้างสรรค์เนื้อหาที่เกี่ยวกับท้องถิ่นของตัวเองได้อย่างสร้างสรรค์ภายในระยะเวลาที่กำหนดได้
ด้าน โกสินทร์ ไพศาลศิลป์ นายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง กล่าวว่า "นิทรรศการครั้งนี้จะทำให้ชาวพัทลุงได้เรียนรู้แหล่งที่เราเกิดและแหล่งที่เราจบโดยสมบูรณ์ ก่อให้เกิดกระแสแห่งการเรียนรู้และรู้จักตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการรวมตัวของคนในจังหวัดให้สร้างสรรค์แหล่งการเรียนรู้ดีๆ ที่เกิดจากความรับผิดชอบต่อท้องถิ่นโดยสามารถสร้างเนื้อหาให้อยู่กับสิ่งที่พัทลุงมีอย่างแท้จริงได้ในอนาคตได้
ส่วนการที่นำเด็กบ้านปลายฟ้ามาฝึกอบรมในโครงการปั้นนักมัคคุเทศน์นั้น เป็นการเปิดโอกาสการแลกเปลี่ยนไอเดียและความสามารถระหว่างเด็กนอกโรงเรียนและเด็กในโรงเรียน สร้างหลักให้เด็กเหล่านี้ได้มีแนวคิดสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้สังคมได้อย่างยั่งยืนนาน" โกสินทร์ กล่าว
โดยในวันเปิดนิทรรศการมีนักเรียนและประชาชนสนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการอย่างคึกคัก ซึ่งความรู้ดีๆ เหล่านี้จะถูกจัดแสดงเป็นระยะเวลา 4 เดือน ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน-31 ตุลาคม 2554 สำหรับชาวพัทลุงและนักท่องเที่ยวสามารถแวะเวียนไปพบกับนิทรรศการ “Muse Mobile พิพิธภัณฑ์ติดล้อ”ได้ที่สวนสาธารณะคูหาสวรรค์เฉลิมพระเกียรติ สามารถเดินเข้าไปสัมผัสความรู้อันยิ่งใหญ่กันได้แบบฟรีๆ ทุกเพศทุกวัย



