
14 ภาษาถิ่นใกล้สูญหาย
ใกล้ถึงวันภาษาไทยแห่งชาติ 29 กรกฎาคมของทุกปี หลายหน่วยงานออกมารณรงค์การใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องเหมาะสมทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ที่นับวันจะมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปตามพลวัตสังคม
อย่างไรก็ตาม ในสังคมเรานั้นมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ภาษาของกลุ่มชนบางกลุ่มใกล้จะสูญหายไปและกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับนานาชาติ
โสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก เล่าว่า ในการประชุมสมัยสามัญขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ครั้งที่ 35 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2552 ได้มีการหารือเกี่ยวกับการปกป้องชนเผ่าพื้นเมืองและภาษาพื้นเมืองที่อยู่ในภาวะอันตรายสูญหาย
ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทยได้มีการการสำรวจข้อมูลของสถานการณ์ภาษาถิ่น พบว่า ภาษาถิ่นทั้งหมดกว่า 70 กลุ่มภาษา กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ทั่วประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติเสี่ยงต่อการสูญหาย เนื่องจากหลายชนเผ่าเจ้าของภาษาได้สูญหายไปและไม่มีการจัดเก็บรักษาที่ดี ทำให้ภาษาท้องถิ่นของไทยสูญหายไปเป็นจำนวนมากแล้ว
หากภาษาถิ่นสูญหายไปก็เหมือนกับว่าประวัติศาสตร์ของชาติได้สูญหายไปด้วย จึงอยากให้ทุกคนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งตระหนักถึงความสำคัญและช่วยกันอนุรักษ์ชนกลุ่มน้อยเจ้าของภาษา และเร่งหาวิธีการเก็บบันทึกภาษาถิ่นเหล่านั้นไว้ โดยเฉพาะภาษาที่ไม่มีภาษาเขียนมีแต่ภาษาพูดเพราะเสี่ยงต่อการสูญหายง่ายที่สุด หากยังไม่มีมาตรการใดช่วยดูแลรักษา อีกประมาณ 5-10 ปี ภาษาถิ่นเหล่านี้ก็จะสูญหายไปจากประเทศไทยได้
ผลการศึกษาข้อมูลของ ศ.ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤติ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า การตายของภาษาที่กำลังเกิดขึ้นถือเป็นปัญหาระดับโลกจากอิทธิพลของโลกาภิวัตน์ สำหรับในไทยในขณะนี้มีอย่างน้อง 14 กลุ่มภาษาที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤติรุนแรงใกล้สูญหาย
ได้แก่ ภาษาชอง กะซองซัมเรม ชุอุง มลาบรี มานิ (ซาไก) ญัฮกุร โซ่ (ทะวืง) ลัวะ (ละเวือะ) อึมปี บิซู อูรักละโวย มอเกล็น และละว้า (ก๋อง) ซึ่งมีผู้พูดเพียงร้อยกว่าคนเท่านั้น



