ไลฟ์สไตล์

ชงอ่านเขียนไม่ออกคิดเลขไม่ได้รบ.ใหม่

ชงอ่านเขียนไม่ออกคิดเลขไม่ได้รบ.ใหม่

27 ก.ค. 2554

ปลัด ศธ. เตรียมชงรัฐบาลใหม่ ชูเรื่องการแก้ปัฐหาเด็กอ่านเขียนไม่ออก คิดเลขไม่ได้ เป็นวาระเร่งด่วน ให้ความสำคัญอันดับแรก พร้อมวอนเปิดช่องให้ศธ.รับครูใหม่ได้เพิ่ม

          (27ก.ค.)  ที่โรงแรมเอสดีอเวนิว  นายอภิชาติ  จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ในฐานะปลัด ศธ.เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ให้ดำเนินการใน 3 เรื่องซึ่งน่าจะเป็นประเด็นเร่งด่วน โดยเฉพาะประเด็นแรกที่มีความสำคัญมากที่สุด คือ การแร่งแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดเลขไม่ได้ ปัจจุบันแม้แต่เด็กที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 บางแห่งยังอ่านเขียนไม่คล่อง ซึ่งในทัศนคติของคนที่เคยเป็นครูมาก่อนถือเป็นเรื่องอัปยศมาก

           สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เป็นเช่นนี้เพราะระบบประเมินและวัดผลในภาพรวมของทุกสังกัดมีปัญหา ระเบียบของสถานศึกษาแต่ละสังกัดรวมทั้ง กศน.ผ่อนผันให้นักเรียนที่สอบตกมาสอบซ่อมได้ และแทบทุกคนที่มาสอบซ่อมจะได้เกรด 1 อัตโนมัติทั้งที่ความจริงเด็กอาจจะยังไม่มีทักษะอ่าน เขียน คำนวณเพียงพอ สุดท้ายเด็กก็จะได้เลื่อนชั้นไปเรื่อยๆ

            ทั้งที่มีปัญหาติดตัวจนจบม.3 ก็ยังอ่านเขียนไม่คล่อง เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดจะต้องมานั่งคุยกันเพื่อหาทางปรับรื้อระบบประเมินและวัดผลใหม่ให้สามารถประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กในแต่ละ วิชาได้อย่างแม่นยำ และต้องมีระบบเรียนซ้ำชั้นได้เหมือนระบบการเรียนในมหาวิทยาลัย หากผู้เรียนสอบไม่ผ่านวิชาใดก็จะต้องไปลงทะเบียนใหม่ในปีการศึกษาหน้า ทั้งหมดนี้ คาดหวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาเด็กอ่านเขียนไม่ได้ คิดเลขไม่คล่อง

           นายอภิชาติ กล่าวต่อว่า ส่วน ประเด็นเร่งด่วนที่ 2 จะหารือกับรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ใหม่ ให้เสนอรัฐบาลยกเว้นการใช้มาตรการจำกัดกำลังคนภาครัฐกับกระทรวงศึกษาฯเพื่อ เปิดช่องให้ ศธ.ขออัตรากำลังเพิ่มขึ้นได้ เพราะ ศธ.ต้องเผชิญกับปัญหาขาดครูต่อเนื่องมาหลายปีที่สำคัญครูประจำการที่มีอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นครูที่สูงอายุขาดแคลนครูรุ่นใหม่ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนครูให้ ศธ. แค่การคืนอัตราเกษียณอายุราชการ 100 % มาต่อเนื่อง 3 ปีแล้ว แต่วิธีนี้ช่วยให้สามารถรับครูใหม่มาแทนเท่าเดิม แต่ไม่ได้ไปอุดช่องว่างของตัวเลขขาดแคลนครู เพราฉะนั้น น่าจะมีการคุยกับทุกองค์กรหลักเพื่อหาข้อมูลให้ได้ว่าต้องครูเพิ่มเท่าไรและ เสนอรัฐบาลเพื่อขออัตราครูเพิ่ม ส่วนครูที่ประจำการอยู่จะต้องอบรมให้ความรู้

           ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า เรื่องเร่งด่วนประอีกประเด็น คือการจัดการศึกษาตลอดชีวิตโดยเดิมคนเข้าใจว่าการ ศึกษาเป็นเรื่องของคนในวัยตั้งแต่ 6-20 ปี แต่ปัจจุบันอัตราการเกิดของประชากรลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นดังนั้นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตจึงมีความจำ เป็นซึ่งไม่ได้หมายความเพียงแค่การเรียนการสอน กศน. เท่านั้นแต่หมายถึงระดับอาชีวศึกษา อุดมศึกษา ที่จะต้องคิดว่าจะทำเช่นไรจึงจะพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นซึ่ง ต้องร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานประกอบการ ในการเพิ่มจำนวนผู้จบระดับอาชีวะให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่จบระดับ ปวส. เพราะเด็ก ปวช.บางส่วนออกไปทำงาน

           ขณะที่บางส่วนไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในสายสังคมศึกษาซึ่งไม่ใช่สาขาวิชาชีพ นอกจากนั้น สถานศึกษาอาชีวะไปกระจุกตัวอยู่ในอำเภอใหญ่ ๆ ทำหให้นักเรียนที่มีฐานะยากจนไปเรียนสายสามัญเพราะไม่มีทางเลือก อีกทั้งตามกฎหมายกำหนดให้ ศธ.ต้องจัดการศึกษาให้ผู้สูงอายุ และทำหน้าที่ในการทำหน้าที่ขยายสถานที่จัดการศึกษา ขณะที่จะต้องมาพิจารณาด้วยว่าโรงเรียนขนาดเล็กแห่งใดบ้างควรจะยุบหรือคงไว้ เพื่อพัฒนาให้ได้คุณภาพ