ไลฟ์สไตล์

ยอดขายรถจยย.พุ่งทะลุ1ล้านคันชี้เศรษฐกิจเอื้อดันกำลังซื้อเติบโต

ยอดขายรถจยย.พุ่งทะลุ1ล้านคันชี้เศรษฐกิจเอื้อดันกำลังซื้อเติบโต

27 ก.ค. 2554

ตลาดรถจักรยานยนต์ยอดขายพุ่ง ครึ่งปีแรกทะลุ 1 ล้านคัน เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน 116% คาดทั้งปียอดขายทะลุ 2 ล้านคัน ชี้เศรษฐกิจส่งสัญญาณดี ประชาชนมีกำลังซื้อสูง "ฮอนด้า" ปรับเป้ายอดขายทั้งปีเป็น 1.48 ล้านคัน

 นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกปี 2554 สภาพตลาดรถจักรยานยนต์มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยมียอดขายรวม 1,080.624 คัน เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 116% ส่วนยอดขายเดือนมิถุนายน 2554 มีจำหน่ายสูงสุด 221,818 คัน เติบโตจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 122% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ อีกทั้งยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภคในทุกภาคส่วน

 สำหรับเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเดือนแรกของไตรมาส 3 คาดว่ายอดขายรถจักรยานยนต์จะซบเซาลงเล็กน้อย เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมและฤดูกาลเพาะปลูก อาจส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจในการจับจ่าย แต่จากปัจจัยบวกของเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณดีมาอย่างต่อเนื่องนับแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และการส่งออก เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงในช่วงครึ่งปีหลัง และคาดว่ายอดขายรวมจะสูงถึง 2 ล้านคันภายในสิ้นปีนี้

 นายสุชาติ กล่าวว่า ฮอนด้าในฐานะผู้นำตลาดจึงได้ปรับเป้ายอดจดทะเบียนป้ายวงกลมรถจักรยานยนต์ของบริษัทในปี 2554 นี้ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปีจำนวน 1.33 ล้านคัน เป็น 1.48 ล้านคัน เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดรวม นอกจากนี้ พบว่ายอดขายในกลุ่มรถจักรยานยนต์ประเภทเอ.ที. ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ "ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ" ด้วยยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 42,468 คัน

 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดช่วงไตรมาส 3 ฮอนด้าเดินหน้าสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด ชีวิตสนุกถ้าไม่หยุดค้นหา ด้วยกิจกรรมความสนุกสุดยิ่งใหญ่แห่งปีกับ 2 ทีมฟุตบอลระดับตำนานของโลก "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" และ "ลิเวอร์พูล" ระเบิดในรูปแบบ "ฮอนด้า มันส์ทะลุแมตช์" ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป พร้อมเปิดตัวรถนิวฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ลายลิขสิทธิ์แท้แมนฯ ยูฯ และลิเวอร์พูล มีจำนวนจำกัดเพียงทีมละ 5,000 คัน เพื่อเอาใจคอบอลของทั้งสองทีม