ไลฟ์สไตล์

ลัดฟ้าไป“ดาลัต”

ลัดฟ้าไป“ดาลัต”

25 เม.ย. 2552

“เช้าจะมีหมอกมาคลอเคลียไม่ห่าง สายหน่อยแดดจะค่อยๆ คืบคลานเข้าห่ม บ่ายเมื่อไหร่ฝนจะตกไปจนถึงเย็น พอหัวค่ำก็หยุด อากาศเย็นตลอดทั้งปี ดาลัตเป็นแบบนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน”

   “แฮนซั่น” พูดยังไม่ทันขาดคำ  ฝนบ่ายก็เทลงมาอาบดาลัต ตามคำพยากรณ์ของหนุ่มเวียดนาม ราวกับว่าคำพูดของเขาแม่นเหมือนทำงานอยู่กรมอุตุ

  ด้วยคุณลักษณะแบบนี้ของดาลัต จึงเชื้อเชิญให้คู่รักคู่ฮันนีมูนของเวียดนาม พากันแห่แหนมาชิมความหวานของดาลัต

   ฝรั่งเศสสร้างเมืองนี้ขึ้นเอาไว้เป็นที่พักตากอากาศ  อาคารบ้านเรือนสไตล์ฝรั่งเศสถูกเนรมิตขึ้น เพราะพวกเขาต่างหลงใหลอากาศอันเย็นฉ่ำของเมืองที่ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยทิวเขา ป่าสนถูกแทนที่ด้วยบ้านเรือนสีลูกชุบในมาดของวิลล่าสไตล์ยุโรป  ที่นาถูกแทนที่ด้วยโรงแรม ร้านรวง และร้านกาแฟหน้าตาไฉไล

   "A Little Paris" จึงเป็นฉายาที่ดาลัตถูกยัดเยียดให้
 ที่จริง ดาลัตจัดว่าเป็นเมืองหลายฉายา  นอกจาก”ปารีสน้อย” ก็ยังมี "เมืองโรแมนซ์แห่งเวียดนาม"  บ้างก็เรียกที่นี่ว่าเป็น "เมืองแห่งสายหมอกและดอกไม้"  ส่วน “ดินแดนแห่งใบไม้ผลิ” ก็ดูเหมือนจะเรียกกันจนติดปาก

 คำพูดของแฮนซั่นศักดิ์สิทธิ์อีกแล้ว พอหัวค่ำปุ๊บ ฝนที่ตกหนักเม็ด ก็ยอมลดราวาศอก เปิดทางให้แขกเหรื่อเดินออกไปชมตลาดดาลัตยามค่ำคืน 

 มีหรือที่ฉันจะยอมอยู่ติดห้อง แค่ฝนราเม็ดก็ลากผ้าใบออกไปย่ำความฉ่ำแฉะ แล้วก็พบว่าดาลัตยามเปียกปอน  ไม่ได้ขี้ริ้ว  ตรงกันข้าม เธอคงเป็นสาวที่ชอบเล่นน้ำฝนซะเคยตัว  จึงสวยแม้ยามที่เนื้อตัวเปียกฉ่ำ 

 ครั้นพอรุ่งเช้า สายหมอกก็ลอยลิ่วมาห่มคลุมดาลัตเอาไว้ทั้งเมือง เป็นอย่างที่เจ้าแฮนซั่นว่าไว้ไม่มีผิด  ลอยอ้อยอิ่งจนสายนั่นแหละ  ไอหมอกถึงคลายกอดจากดาลัต ส่วนฉันได้เวลาไปหุบเขาแห่งรัก (Valley of Love)

 ลำพังไม่ใช่วันวาเลนไทน์  ดีกรีความหวานของหุบเขาแห่งรักก็เกือบเต็มสิบอยู่แล้ว  เพราะไม่ว่าจะแข่งจูบหรือพิธีวิวาห์หมู่ก็ยกขบวนมาจัดกันที่นี่  ยิ่งมาในวันวาเลนไทน์ตกฟาก ทั้งครอบครัว คู่กิ๊ก คู่กั๊ก คู่รักชาวเวียดนามจากแทบทุกมุมเมือง  ต่างมุ่งหน้ามาดื่มด่ำความหวานจากหุบเขาแห่งรัก

 อากาศเย็นฉ่ำ พุ่มไม้ดอกไม้ประดับหลากสีสัน ทิวสนบนเนินเขา และทะเลสาบอันสงบงาม ทุกอย่างคือส่วนผสมทำให้ที่นี่โรแมนติกในสายตาคนเวียดนาม

 ผละจากความหวานของหุบเขาแห่งรัก แฮนซั่นบอกจะพาไปหาลางเบียง (Langbiang)  มุมที่ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อดั้นด้นขึ้นไปบนยอดเขา  เหวี่ยงตัวเข้าโค้งไปบนเส้นทางขึ้นเขาที่ทั้งแคบและชันร่วมครึ่งชั่วโมง  ที่นั่นไม่มีลานเบียร์ มีแต่วิวงามหยดเอาไว้ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำแก้เมาโค้ง
 
 ไม่ว่าจะใครจะขึ้นไปหาลางเบียงด้วยวิธีไหน หรือขึ้นไปกับใคร ลางเบียงก็สมนาคุณทุกคนด้วยวิวพาโนรามา มองเห็นสายน้ำซอกแซกไปตามหุบเขาอย่างเต็มตา อากาศดีๆ ดึงให้คนรักกระเถิบเข้าใกล้กัน ที่นั่นจึงมีความงดงามอยู่รายรอบตัว

 บ่ายที่เริ่มครึ้มฟ้าครึ้มฝน ดอกไม้วันวาเลนไทน์ในมือพ่อค้าแม่ขายกระจายตัวอยู่รอบดาลัต ที่ริมทะเลสาบซวนฮวาง (Xuan Huong Lake) คู่รักหลายคู่มาจับจองเก้าอี้ริมทะเลสาบ ในมือของหญิงสาวมีดอกกุหลาบกันทั่วหน้า  หนุ่มสาวนั่งเอาไหล่เบียดกันสูดดมอากาศที่เจือความหวานเอาไว้ทั่วเมือง

 แล้วที่รออยู่ก็มาตามนัดอย่างไม่คลาดเคลื่อน  ฝนนะ ไม่ใช่ผู้ชาย  ไม่ใช่ตกแบบแค่ขู่ แต่ฝนตกอย่างฉุนเฉียว  เที่ยวนี้โมโหนาน ตกมาราธอนจากบ่ายสองไปยันทุ่มหนึ่ง ช่วงบ่ายเป็นอันรู้กันว่า เป็นเวลาพักเที่ยวของนักท่องเที่ยว

 คงเป็นเพราะแบบนี้  ผู้คนถึงนิยมมาฮันนีมูนกันที่นี่  บ่ายปุ๊บเป็นหนีฝนผลุบเข้าห้อง
 พอรุ่งเช้า ต้องรีบกระหืดกระหอบเที่ยว  เพราะดาลัตชอบอาบน้ำฝนทุกบ่าย  แฮนซั่นพาแวะเที่ยวโบสถ์ใหญ่กลางเมือง ก่อนจะพุ่งไปขึ้นกระเช้าลอยฟ้าที่มองเห็นดาลัตอย่างเต็มตา เพื่อข้าม ฟากไปหาวัดตรีกลาม   ที่นั่นไม่ได้มีแค่พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ให้ผู้คนเดินทางมากราบไหว้บูชา แต่ยังมีทิวสน ต้นไม้และไม้ดอกสารพัดชนิด 

 ที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรรื่นตาเท่าทะเลสาบตู้เหยีนลัม(Tuyen Lam Lake) สำหรับฉัน ที่นี่ดุจภาพวาดชิ้นงามที่จิตรกรบรรจงสะบัดพู่กัน  จึงไม่เพียงงดงามจับใจ  แต่เป็นทะเลสาบที่มีจิตวิญญาณสะกดทุกสายตาให้นิ่งราวกับต้องมนต์

 มุมโรแมนซ์ในเวียดนาม แล้ววันหนึ่งก็เจอเข้าจนได้

"กาญจนา หงษ์ทอง"

เดินทางสู่โฮจิมินห์ด้วยสายการบินแอร์ฟรานซ์  บินตรงจากกรุงเทพฯ ไป-กลับโฮจิมินห์ทุกวัน คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.airfrance.co.th  หรือโทร
001-800-441-0771   จากโฮจิมินห์ไปดาลัตถ้าเดินทางโดยเครื่องบิน 40 นาที แต่ถ้านั่งรถบัสประมาณ 5-6 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดการเดินทาง
กับบริษัท โกลบอล ยูเนี่ยน เอ็กซ์เพรส  โทร  0-2308-2104 หรือ 0-2308-2106