ไลฟ์สไตล์

โพธิวิชชาลัยปั้นบัณฑิตพัฒนาบ้านเกิด

โพธิวิชชาลัยปั้นบัณฑิตพัฒนาบ้านเกิด

24 ก.ค. 2554

ในเมื่อการศึกษาไม่ได้ลดความไม่เท่าเทียมในสังคมให้น้อยลงไปได้ทั้งหมด “โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)” ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนติดกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน จึงเกิดขึ้นตามยุทธศาสตร์การจัดการความรู้เพื่อสังคมให้เป็น 1 ใน 9 ยุทธศาสตร์การบริหารเชิ

โดยนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช, ปาฐกถาการศึกษาของบุคคลด้อยโอกาสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และกระแสเรียกร้องจากสังคม มาเป็นฐานความคิด เพื่อทำให้เกิดปฏิรูปอุดมศึกษาภาคชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม 

 มอบหมายให้ รศ.อำนาจ เย็นสบาย ผู้ดูแลโครงการ จัดการศึกษาเรียนรู้แบบพึ่งพาตนเองควบคู่วิชาการ เน้นสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ให้รู้จักการพึ่งพาตนเอง รักบ้านเกิด เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชน เป็นการปฏิบัติพร้อมกระบวนการวิจัย โดยเรียนที่ มศว องครักษ์ 2 ปี และเรียนในพื้นที่แต่ละจังหวัดอีก 2 ปี การเรียนในพื้นที่เช่น จ.สระแก้ว นักศึกษาจะเรียนวิธีการทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย โดยมีทั้งวิชาการ และปราชญ์ชาวบ้าน หรือหน่วยงานที่มีอยู่ให้ตรงกับหลักสูตรห้องเรียนของเรา อาทิ กรมชลประทาน โรงสี กลายเป็นห้องเรียนของเด็กๆ

 ขณะนี้โพธิวิชชาลัย จ.สระแก้ว เปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตร์ สาขาการจัดการภูมิสังคม ,โพธิวิชชาลัย จ.ตาก เปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตร์ สาขาการจัดการภูมิวัฒนธรรม ซึ่งทั้ง 2 แห่ง มีการเปิดรับนักศึกษา ต่อมาวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ลงไปสัมมนาที่ จ.สตูล เพื่อทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้งโพธิวิชชาลัย คาดว่าเปิดรับนักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตร์ สาขาการจัดการภูมินิเวศน์ รุ่นแรกปี 2555 และสุดท้ายโพธิวิชชาลัย จ.น่าน-อุตรดิตถ์

 นักศึกษารุ่นแรกของแต่ละพื้นที่ เป็นเยาวชนชายขอบในพื้นที่จังหวัดนั้น โพธิวิชชาลัย จ.สระแก้ว มีนักศึกษาแล้ว 3 รุ่น 99 คน รุ่นแรกปีที่ 3 ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวฐานะยากจน เช่นเดียวกับที่ จ.ตาก ยากจน และเด็กชนเผ่าที่ไม่ได้รับรองสัญชาติตั้งแต่ต้น วิชาที่สอนเป็นสิ่งที่เด็กเรียนรู้มาตั้งแต่เกิด เป็นวิถีชีวิต เช่น การทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย

 “ที่ผ่านมาชาวบ้านทำนาเป็น แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจว่าต้องทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตมากขึ้นโดยที่ไม่ทำร้ายธรรมชาติ ผืนดิน และเป็นการทำตามความเคยชิน ทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปการทำนาในปัจจุบันต้องนึกถึงสภาพแวดล้อมร่วมด้วย การสอนทำนาให้แก่นักศึกษา จึงไม่ใช่เพียงดำนา เกี่ยวข้าวได้ แต่ต้องรู้ว่าจะเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร เวลาไหนควรใส่ปุ๋ย ปุ๋ยที่ใส่ควรมีลักษณะอย่างไรที่ไม่ทำร้ายธรรมชาติ เรียนรู้เชิงลึก เน้นศึกษา ค้นคว้า เพื่อพัฒนาวิถีชีวิตองค์ความรู้ของเด็ก นำไปสู่การพัฒนาชุมชน”

 ตลอด 8 ปีที่มีโพธิวิชชาลัย มีปัญหาทั้งเรื่องคนในพื้นที่ งบประมาณ และคนภายใน มศว เอง มหาวิทยาลัยใดที่ต้องการจัดการศึกษาทางเลือก ต้องรู้จักฉีกกรอบ หาทุน หางบประมาณมาช่วยเหลือ เด็กส่วนใหญ่อยากเรียนทำงานในเมืองมากกว่าจะเรียนในพื้นที่ชนบท แต่สำหรับ “อั้น” อภิชิต มุ่งก่ายกลาง นิสิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จ.สระแก้ว เมื่อเขาได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับเกษตรธรรมชาติ นิทานหนุ่มชาวนา ทำให้เขาย้อนมองตัวเอง มองชุมชน และรู้ว่าอยู่ที่ไหนคงไม่สุขใจเหมือนอยู่บ้านตัวเอง คนในชุมชนเปรียบเสมือนพี่น้อง หากไปอยู่ในเมืองคงไม่มีบรรยากาศ ความรู้สึกของครอบครัวแบบในชุมชน

 “โพธิวิชชาลัย” เป็นการเรียนการสอนที่ตอบสนองความต้องการของ “อั้น” ที่อยากเรียนจบระดับอุดมศึกษา อยากช่วยพัฒนาชุมชนของตนเองให้ดีขึ้น ซึ่งเมื่อได้มาเรียน เขารู้ว่าตัดสินใจไม่ผิด ทุกวิชาที่เรียนล้วนเป็นการนำเอาปัญหาของชุมชนมาเป็นบทเรียน ให้ได้ศึกษารายละเอียด เรียนรู้เกี่ยวกับชุมชนของเราเอง เช่น เรื่องประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่กับผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน หากคนรุ่นใหม่ไม่สนใจศึกษา เก็บเรื่องราวเหล่านี้ไว้ เมื่อผู้เฒ่าผู้แก่จากไป สิ่งเหล่านี้คงไม่มีเหลือให้เห็น

 “บ้านผมทำนา และผมทำนาเป็น แต่เมื่อมาเรียนการทำนารู้เลยว่า สิ่งที่เราทำมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายถูก แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะตอนนี้สภาพอากาศ ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป การทำนาจะทำแบบเดิมๆ ไม่ได้ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับข้าว การใส่ปุ๋ย การจัดระบบนิเวศในท้องนา การรักษาผืนดิน ที่ต้องมีรูปแบบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สร้างผลผลิตได้มากแต่ไม่ทำร้ายธรรมชาติ ความรู้เหล่านี้บางครั้งอาจถูกละเลยไปตามความเคยชิน การที่ได้มาเรียนทำให้มุมมองความคิดเปลี่ยนแปลงไป และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนได้ เพราะเมื่อมีความรู้ นำความรู้ไปเผยแพร่ จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้”

 เช่นเดียวกับ "น้องเบลล์" สุมณกาณจน์ ชินฮาด นิสิตชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จ.สระแก้ว เล่าเสริมว่า เลือกเรียนโพธิวิชชาลัย เพราะคิดว่าการเรียนของโพธิวิชชาลัยจะสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาการทำเกษตรกรรมให้ยั่งยืน และบูรณาการให้มีการพัฒนามากขึ้นกว่าเดิม ทำให้มีมุมมอง แนวคิดในการพัฒนาการทำเกษตรกรรม ทำนาของครอบครัวตนเองแล้ว ยังทำให้มีเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรรม รวมถึงหน่วยงานเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะสามารถช่วยส่งเสริมให้การทำเกษตรกรรมของครอบครัว ชุมชนของเราดีขึ้น

 สนใจเรียนรู้การเรียนแบบพึ่งพาตนเอง ผลิตบัณฑิตคืนถิ่น วิทยาลัยโพธิวิชชาลัยเปิดรับนิสิตทั่วประเทศ เป็นการรับตรงกับทางมหาวิทยาลัย หรือหาก อบต.ใดต้องการให้ทุนเยาวชนเข้ามาเรียนในวิทยาลัยและกลับไปทำงานหรือสร้างความเจริญโดยไม่ละทิ้งความเป็นชุมชนเดิมของตัวเอง ติดต่อมาได้ที่ โทร.0-2260-2141 หรือ 0-2649-5000 ต่อ 5919 หรือสนใจบริจาคทุนการศึกษาแก่เด็กบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาอโศก ประเภทบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี เงินรายได้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เลขที่บัญชี 015-1-32836-6


       0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0