ไลฟ์สไตล์

 เกียร์ออโต้ 7

เกียร์ออโต้ 7

24 ก.ค. 2554

คมลัมน์มอเตอร์เวิลด์ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 54

          คนใช้เกียร์ออโต้ติดใจในความสบายง่ายในการควบคุมเพื่อที่จะขับเคลื่อนและหลายคนเมื่อเคยชินกับการใช้งานดีพอแล้วก็ขับได้อย่างสนุก แต่แทบจะทุกคนกลัวเรื่อง การซ่อม เพราะพูดกันว่าเกียร์ออโต้ซ่อมแพง จริงๆ แล้วเกียร์ออโต้ก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่อยู่ในรถเหมือนชิ้นส่วนอื่นๆ ค่าของการซ่อมค่าของการดูแลบำรุงรักษาก็ไม่ต่างจากส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนอื่นๆ

           ความสำคัญอยู่ที่ว่าชิ้นส่วนทุกชิ้นในรถยนต์ทุกคันมีอายุอยู่ในตัวของมันเองจากการใช้งานมากหรือน้อย ใช้งานมาก ใช้งานหนักอายุขัยก็มาถึงเร็วใช้งานน้อยใช้อย่างระมัดระวังดูแลบำรุงรักษากันอย่างที่ควรจะเป็นก็อยู่ได้นานขึ้น 

           การดูแลบำรุงรักษาเกียร์ออโต้ก็ไม่ได้มีเรื่องยุ่งยากมากมายเหมือนกับดูแลชิ้นส่วนอื่นๆ เริ่มต้นก็ ที่ น้ำมันเกียร์ ต้องใช้ตามข้อกำหนดที่ถูกกำหนดไว้ทั้งปริมาณและค่าของความข้นใสตามที่ผู้ผลิตแต่ละรุ่นกำหนดเอาไว้ คนที่เริ่มใช้เกียร์ออโต้ใหม่ๆ มักจะสับสนใน การตรวจปริมาณของน้ำมันเกียร์ว่าตรวจอย่างไรเมื่อไร

           ถ้าเป็น น้ำมันเครื่อง ของเครื่องยนต์แน่นอนที่จะต้อง ดับเครื่องจอดรถอยู่ในระดับแนวราบ ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องขึ้นมาตรวจระดับที่กำหนดไว้ น้ำมันเกียร์ออโต้ต่างกันตรงที่ต้องตรวจวัดเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน แล้วพูดง่ายๆ ตรวจตอนเครื่องติด ตำแหน่งของคันเกียร์จะต้องอยู่ที่ N หรือ P เท่านั้น เมื่ออุณหภูมิของเครื่องยนต์อยู่ในระดับปกติ (เครื่องร้อนที่ขีดกึ่งกลางของมาตรวัดหรือประมาณ 80 องศาเซลเซียส ดึงก้านวัด (เช่นเดียวกับที่ทำกับน้ำมันเครื่อง) เช็ดคราบน้ำมันที่ติดอยู่เดิมด้วยผ้าสะอาด แล้วสอดก้านวัดเข้าที่เดิมอีกครั้ง ดึงขึ้นมาตรวจสอบระดับว่าอยู่ระดับใด ถ้าน้ำมันขาดหายไปควรจะนำรถเข้าอู่หรือศูนย์บริการตรวจเติมให้ เพราะการเติมน้ำมันเกียร์ออโต้ด้วย ตนเองนั้นค่อนข้างจะยุ่งยากพอสมควร

           ถ้าคนขับรถเป็นคนที่เอาใจใส่รถตนเองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อชักก้านวัดขึ้นมาตรวจระดับแล้วควรจะเอาน้ำมันที่ติดปลายก้านวัดป้ายไปที่ฝ่ามือเพื่อสังเกตสีและดมกลิ่นน้ำมันดูว่าเป็นอย่างไร ถ้ามี สีแดงขุ่นข้น และ มีกลิ่นเหม็นไหม้ ก็ควรจะรีบเร่งน้ำรถเข้าอู่หรือศูนย์บริการตรวจสอบถึงสภาพผิดปกติ (สีและกลิ่น) เพื่อแก้ไขแต่เนิ่นๆ

           ถ้าสีดีกลิ่นดี (ปกติ) ก็ใส่ก้านวัดเข้าที่ เข้านั่งประจำที่คนขับ คันเกียร์อยู่ในตำแหน่ง P เข้าเบรกมือเท้าอยู่บนแป้นเบรก เลื่อนคันเกียร์ลงไปที่ตำแหน่ง R พักไว้ แล้วไปที่ N พักไว้แล้วไปที่ D ช่วงจังหวะนี้ต้องใช้สมาธิเล็กน้อยในการสังเกตว่า เกียร์ทำงานปกติ หรือไม่ เช่น สะอึก (ปกติ) กระตุก (ปกติ) พร้อมกันนั้นตาต้องเพ่งไปที่มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ เมื่อคันเกียร์ถูกเลื่อนไปตามตำแหน่งต่างๆ นั้น ผู้ขับจะสัมผัสได้ถึงการสะอึกกระตุกและรอบเครื่องกระตุกได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อตรวจสอบความพร้อมที่จะทำงาน (อย่างปกติ) แล้ว คาคันเกียร์ไว้ที่ P ลงจากรถ ปิดฝากระโปรง กลับมานั่งประจำที่คนขับ ขั้นตอนนี้ดูเหมือนยืดยาวเนิ่นนาน แต่ถ้าทำเป็นประจำไม่น่าจะมากกว่าสองนาทีก็พอที่จะรู้ถึงกลิ่นสี อาการของเกียร์ได้แล้ว

           เมื่อพร้อมที่จะขับควรจะออกรถแบบเกียร์แมนนวล คันเกียร์อยู่ตำแหน่งต่ำสุด (เกียร์ 1 หรือ L) แล้วค่อยเปลี่ยนเกียร์ด้วยคันเกียร์ไปจนถึงเกียร์สูงสุด ถ้าเป็นรุ่นที่ใช้บวกลบก็ทำได้จากเครื่องหมายบวกลบ เช่นกัน เมื่ออยู่ในตำแหน่งเกียร์สูงสุดหรือที่เกียร์ D แล้ว ถ้ามีปุ่ม OD ก็ลองจรวจสอบดูว่าปกติหรือไม่

            เมื่อทุกอย่างพร้อมเกียร์เปลี่ยนได้ทุกเกียร์คราวนี้ก็ถึงการขับจริง แบบเกียร์ออโต้ ก็ขับได้ตามความต้องการใช้เท้าขวาเล่นกับคันเร่ง จะเอาสบายๆ หรือสนุกๆ ก็ขึ้นอยู่กับการบรรเลงเท้าขวา ก็เท่านี้เองกับเกียร์ออโต้ ถ้ามีคำถามว่าเกียร์ออโต้มีอายุการใช้งานสักเท่าไร ก็ตอบได้ว่าไม่ต่ำกว่าสองแสนกิโลถ้าใช้ดี ขับดีบำรุงรักษาดีและได้เกียร์ดี (จากยี่ห้อดี) มาใช้

           สัปดาห์หน้าก็คงเป็นเรื่องของเกียร์ลูกข่างกันบ้างล่ะ อ่านแล้วหลายตอนยังข้องใจอยู่ก็ถามไปที่ www.nationradio.co.th ในหน้าออโต้เซอร์วิส หรือโทรศัพท์เข้าไปที่รายการ ออโต้เซอร์วิส สถานีวิทยุ 90.5 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ตั้งแต่ 13.00-14.00 น.