
คาราวานประหยัดเอนเนอร์จี ฟอร์มพิสูจน์ค่าแก๊ส กรุงเทพ-เมืองกาญจน์
บทความจากคอลัมน์เปิดโลกยนตกรรมประจำวันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม โดยยุทธพงษ์ ภาษี
ท่ามกลางรอยต่อรัฐบาลใหม่ คนใช้รถก็ลังเลพอสมควรไม่รู้ว่านโยบายด้านพลังงานจะพลิกผันไปทางไหน พลังงานที่ใช้ทดแทนน้ำมันและได้รับความนิยมสูงมาก คือ เอ็นจีวีและแอลพีจี ราคาน้ำมันแบบนี้มัวแต่จดๆ จ้องๆ กระเป๋าฉีกแน่นอน คนใช้แก๊สก็ว่ากันที่ความสะดวก ถ้าไม่อยากต่อแถวเสียเวลาบ้างก็หันไปหาแอลพีจี ส่วนที่คิดว่า มาตรฐานความปลอดภัยสูงและประหยัดระยะยาวก็มุ่งไปที่เอ็นจีวี แต่ไม่ว่าใครก็มองหาแนวทางที่จะลดการใช้น้ำมันลง ปัญหาการใช้แก๊ส เป็นเชื้อเพลิงที่มาติดตั้งทีหลัง ไม่ได้เป็นรถออกจากโรงงานก็ถือเรื่องของความปลอดภัย แต่หากว่ามีสินค้ามาตรฐาน ติดตั้งดีเรื่องเหล่านี้ก็ลดความกังวลไปได้
เปิดโลกคมชัดลึกสัปดาห์นี้ นำผู้อ่านร่วมเดินทางไปกาญจนบุรีกับบริษัท เอนเนอร์จี รีฟอร์ม ผู้จำหน่ายระบบติดตั้งแอลพีจี และเอ็นจีวีจากอิตาลี เพื่อทดสอบความประหยัด และสมรรถนะโดยรถที่ใช้ได้รับเชิญจากบรรดาสมาชิกคาร์คลับต่างๆ และติดตั้งระบบแก๊สของเอนเนอร์จี รีฟอร์ม
จุดเริ่มต้นของขบวนคาราวานอยู่ที่ปั๊มปตท.กม.2-3 ถนนรามอินทรา ซึ่งเป็นปั๊มที่จำหน่ายทั้งน้ำมันแก๊สโซลีน แก๊สเอ็นจีวี และแก๊สแอลพีจี ก่อนออกเดินทางผู้เข้าร่วมทดสอบได้เติมแก๊สแอลพีจี จนเต็มถัง และออกเดินทางในเวลา 08.00 น.โดยใช้เส้นทางจากรามอินทรา ออกถนนแจ้งวัฒนะ ถนนราชพฤกษ์ ถนนหมายเลข 345 เข้าเส้นสุพรรณบุรี จากนั้นเดินทางผ่านอ.บางเลน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เข้าสู่จ.กาญจนบุรี รวมระยะทาง 112 กม. และได้แวะเติมแก๊สให้เต็มถังอีกครั้งที่ปั๊มไตรทิพย์เซอร์วิสแก๊ส ต.พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี พร้อมตรวจสอบอัตราสิ้นเปลืองของแก๊สรถทุกคันที่ขับร่วมในคาราวานใช้ความเร็วประมาณ 100-120 กม./ชม. เปิดแอร์แบบใช้งานปกติ
ผลปรากฏว่ารถคันที่ทำสถิติความประหยัดที่สุดคือรถนิสสัน มาร์ช จากคลับ Thaimarch ซึ่งขับโดย กฤาฐ์ทัศน์ เลิศโสภาภรณ์ ใช้แก๊สไป 7.38 ลิตร เป็นจำนวนเงิน 87.82 บาท (ราคาแก๊สต่างจังหวัดลิตรละ 11.90 บาท) รถที่รองลงมาคือรถจากคลับ Hondajazz-Club ขับโดยวิธาวีร์ ธารีวราเสฏฐ์ รถฮอนด้าแจ๊ซ ใช้แก๊สไป 7.68 ลิตร เป็นจำนวนเงิน 91.39 บาท ขณะที่รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ E350 คูเป้ เครื่องยนต์ 3.5 ลิตร หมายเลข 1 ใช้ไป 9.42 ลิตร เป็นจำนวนเงิน 112.10 บาท
หลังจากนั้นได้เคลื่อนขบวนคาราวานไปที่ต.ท่าเรือ ซึ่งได้มีการจัดเตรียมสนามทดสอบเป็นทางเรียบยาว 500 เมตร เพื่อทดสอบอัตราเร่ง (Speed Test) ของรถทุกคันว่าอัตราเร่งของรถจากจุดหยุดนิ่งถึงระยะทาง 300 เมตรใช้เวลาเท่าไหร่ระหว่างอัตราเร่งจากการใช้น้ำมันเปรียบเทียบกับอัตราเร่งจากการใช้แก๊ส โดยรอบแรกให้ผู้ทดสอบทั้งหมดวิ่งแบบใช้น้ำมัน จากนั้นรอบที่สองจะเป็นการทดสอบสมรรถนะจากการใช้เชื้อเพลิงแก๊ส และรอบที่สามจะเป็นการทดสอบโดยใช้น้ำมันอีกครั้งหนึ่งเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนและนำผลทดสอบของทั้ง 2 รอบมาคิดค่าเฉลี่ยผลที่ได้ออกมา รถเกือบทุกคัน ทำอัตราเร่งจากการใช้แก๊สใกล้เคียงกับน้ำมัน
หลังจากนั้นขบวนคาราวานได้เดินทางไปที่พัก พร้อมกับชมการสาธิตระบบความปลอดภัยจากรถที่ติดตั้งระบบแก๊สของเอนเนอร์จี รีฟอร์ม โดยรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ E350 คูเป้ ตัดท่อไอแก๊สซึ่งอยู่ในห้องเครื่องยนต์ และรถนิสสัน ซันนี่ จะตัดท่อทองแดงซึ่งทำหน้าที่จ่ายเข้าเครื่องยนต์ การทดสอบดังกล่าวขั้นต้นนั้นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ จะหยุดการจ่ายแก๊สทันทีที่ท่อแก๊สเกิดปัญหารั่วหรือฉีกขาด และก็จะตัดเข้าสู่ระบบการใช้พลังงานจากน้ำมันทันที ทำให้เกิดความปลอดภัยและการใช้งานก็สามารถต่อเนื่องไปได้
สุรศักดิ์ และสุรชัย นิตติวัฒน์ ผู้บริหารสูงสุดของ เอนเนอร์จี รีฟอร์ม กล่าวว่า “ทุกกระบวนการทดสอบ เพื่อเป็นการยืนยันว่า รถยนต์ที่ติดตั้งระบบแก๊สจากบริษัท เอนเนอร์จี รีฟอร์ม จำกัด มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด สามารถช่วยเจ้าของรถประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้น้ำมันทั่วๆ ไป รวมถึงไม่ทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์แปรเปลี่ยนไป อัตราเร่งแซงยังตอบสนองได้ดีเทียบเท่าขับด้วยน้ำมัน เช่นเดียวกับการปกป้องเพื่อความปลอดภัยที่ได้แสดงให้ทุกๆ คนได้เห็นด้วยตาตนเองว่าระบบแก๊สของเอนเนอร์จี รีฟอร์มมีระบบความปลอดภัยระดับ A-Class Italy
ในช่วงที่ทิศทางรัฐบาลและพลังงานยังไม่ลงตัว ประชาชนต้องหาทางช่วยตัวเองการเลือก ใช้รถแก๊สไม่ว่าจะเป็นแอลพีจีหรือเอ็นจีวี ก็เป็นทางหนึ่งที่ประหยัดเงินในกระเป๋า หัวใจสำคัญของการเลือกอยู่ที่อุปกรณ์และมาตรฐานการติดตั้งเพราะเรื่องความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของการใช้เชื้อเพลิงเหล่านี้



