
มหกรรมแข่งลูกหนู ๒๘ วัด
ประเพณีการ จุดลูกหนู เป็นประเพณีที่ใช้ในงานศพพระมอญ เป็นการจุดรวมไปกับการ จุดดอกไม้เพลิง รวมทั้งเป็นประเพณีท้องถิ่นของประชาชนที่มีชุมชนมอญตั้งอยู่เท่านั้น
เช่น ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ทั้งนี้วัดมอญต่างๆ จะส่งตัวแทนของวัดประมาณ ๕-๘ วัด หรือมากกว่านั้นสุดแต่ความใหญ่โตของงาน การแข่งขันนี้จะ จุด ทีละสาย สายละตัว จนครบทุกสาย สายใด ลูกหนู วิ่งไปชนยอดปราสาท ถือว่าชนะเลิศ ผู้ชนะจะมีการแห่ยอดปราสาท กันอย่างครึกครื้น และมีรางวัลให้ตาม ความสามารถ ลดหลั่นกันไป
ปัจจุบันนี้การแข่งขันลูกหนูถือเป็นประเพณีที่หาดูได้ยาก โดยเฉพาะการแข่งขันลูกหนูนั้น มีอยู่เพียงไม่กี่จังหวัดในประเทศไทย อย่างเช่น จ.ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ แต่ทั้งนี้การแข่งขันส่วนใหญ่ก็มักจะจัดกันเฉพาะในงานพระราชทานเพลิงศพของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ หรือพระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาสขึ้นไปเท่านั้น จึงไม่ใช่จะหาดูกันง่ายๆ อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์ที่ ๒๖ เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐น.เป็นต้นไป ณ ลานอเนกประสงค์ ริมถนนสายปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว (แยกไทยด๊อยซ์) โดยในวันงานประเพณีดังกล่าวจะจัดให้มีการแข่งขันลูกหนูจำนวนทั้งสิ้น ๒๘ สาย จาก ๒๘ วัด ทั้งในจ.ปทุมธานี และจาก จ.นนทบุรี โดยแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือสาย เอ และสาย บี ทั้งนี้จะมีการจุดลูกหนู ๒ สายพร้อมๆ กัน ซึ่งการแข่งขันในลักษณะนี้ไม่เคยมีมาก่อน ส่วนใหญ่จะมีการจุดครั้งละสายเท่านั้น นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงการสาธิตการทำลูกหนู และจัดแสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของประเพณีการแข่งขันลูกหนู ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอีกด้วย
"ประเพณีการแข่งขันลูกหนู ของจ.ปทุมธานีนั้น ถือเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวปทุมธานี โดยเฉพาะชาวมอญ หรือชาวรามัญ ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในจ.ปทุมธานีตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุน และสืบสานประเพณีการละเล่นเก่าแก่นี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จึงจัดสรรงบประมาณจำนวน ๑ ล้านบาท ในการจัดงานประเพณีแข่งขันลูกหนูขึ้นมา ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้ร่วมกับวัดต่างๆ ในพื้นที่จำนวนทั้งสิ้น ๒๘ วัด ซึ่งวัดต่างๆ เหล่านี้ จะส่งลูกหนูเข้าแข่งขันในงานประเพณีดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน และองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จะยึดถือและจัดให้มีประเพณีการแข่งขึ้นขึ้นมาเป็นประจำทุกๆ ปี ต่อไป" นี่คือเหตุผลในการจัดงานจากคำบอกเล่าของนายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี
ด้านพระอาจารย์สำราญ ถามวโร (ทองใบ) อายุ ๕๕ ปี พรรษา ๓๕ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบางโพธิ์ใน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นเจ้าของคณะลูกหนูวัดบางโพธิ์ในและพระนักพากย์การแข่งขันลูกหนู บอกว่า คำพูดหนึ่งที่พูดติดปากของคนในวงการลูกหนู คือ ลูกหนูเด็ดต้องปากเกร็ด ลูกหนูดีต้องปทุมธานี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียที่วัดมอญหลายแห่งไม่มีผู้สืบทอดวิชาช่างการทำลูกหนู แต่ก็ยังมีอีกหลายวัดที่ยังคงรักษาวิธีการทำอย่างเหนียวแน่น ขณะเดียวกันวัดหลายแห่งโดยเฉพาะในจังหวัดปทุมธานี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อบต. และ อบจ. จึงต้องขออนุโมทนาบุญกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๒ องค์กร
ขาดทุนก็ยังเล่น
นายสมบัติ สุขทอง หัวหน้าคณะลูกหนู วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี บอกว่า ในแต่ละปีจะมีวัดมอญต่างๆ เชิญไปร่วมงานแข่งขันลูกหนูประมาณ ๓-๔ วัด
และหากทราบว่ามีงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าอาวาสหากมีการแข่งขันลูกถ้าทราบข่าวก็จะไปช่วยทุกครั้ง โดยส่วนตัวแล้วมีความชอบลูกหนูมาตั้งแต่เด็กและเริ่มเล่นอย่างจริงจังเมื่อปลายปี ๒๕๔๐
จากนั้นก็เล่นเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าการเล่นลูกหนูแต่ละครั้งจะได้รางวัลไม่คุ้มกับการลงทุนก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าวัดอื่นๆ ก็มีความคิดเรื่องการเล่นลูกหนูไม่แตกต่างจากตนเอง
สำหรับค่าใช้จ่ายในการทำลูกหนู และนำลูกหนูออกไปแข่งขันแต่ละครั้งนั้น เฉพาะค่าดินปืนกับตัวลูกหนูต้องจ่ายไปกว่า ๑ หมื่นบาท เมื่อรวมกับค่ารถค่าอาหารก็เกือบๆ ๒ หมื่นบาท ในขณะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากวัดเจ้าภาพเป็นค่าประจำสาย ๑ หมื่นบาท รวมกับรางวัลที่ได้ประหยัดอย่างไรก็ขาดทุน แต่เล่นเพื่อสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน เล่นเพื่อรักษาศิลปะของชาวมอญ รวมทั้งเพื่อแสดงพลังศรัทธาต่อพระเกจิอาจารย์ผู้ล่วงลับไม่มีคำว่าขาดทุน กลับมีคำว่าบุญแทน
ทั้งนี้หากถามถึงความคุ้มค่ากับการลงทุนกับผลตอบแทนที่ได้กลับคืนมานั้น นายสมบัติ พูดไว้อย่างน่าคิดว่า
การทำลูกหนูต้องอาศัยพลังความศรัทธาและสามัคคีของคนในชุมชนเท่านั้นจึงจะสำเร็จได้ ไม่มีลูกหนูสายใดทำสำเร็จได้ด้วยฝีมือเจ้าอาวาสเพียงรูปเดียว แม้ว่าปัจจัยจะเป็นสิ่งสำคัญแต่ใช่ว่าจะเสมอไป ถ้าคำนวณด้วยความคิดของทางโลกอย่างไรก็ไม่คุ้มกับการลงทุนทำ หากคิดในทางธรรมลงทุนเท่าไรก็ขาดทุนอย่างไรก็ยังได้กำไรเสมอ
เรื่อง... "พนอ ชมภูศรี"
ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"



