
เอไอทีจัดแข่งชิงแชมป์จักรยานหุ่นยนต์ปี2
ซีเกทร่วมกับเอไอที เปิดฉากการแข่งขันจักรยานหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 2 เฟ้นหาจักรกลอัจฉริยะวิ่งได้ไกลและทรงตัวอยู่ได้โดยไม่ล้ม พร้อมเปิดทาง 4 ทีมจากต่างชาติเข้าร่วมประลองฝีมือ
รศ.ดร.มนูกิจ พานิชกุล อาจารย์ประจำภาควิชาเมคาโทรนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) กล่าวในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันจักรยานหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย "ไบซี่โรโบ" ว่า การแข่งขันจักรยานหุ่นยนต์ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เพื่อเฟ้นหาอัจฉริยะผู้พัฒนาจักรยานหุ่นยนต์ ที่ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติหรือไร้คนขับ
ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างจักรยานหุ่นยนต์ขนาดไม่เกิน 1 เมตร ที่สามารถทรงตัวอยู่บนล้อทั้งสองล้อได้โดยไม่มีอุปกรณ์ค้ำยัน อาศัยปัญญาประดิษฐ์หรือ เอไอ ควบคุมให้หุ่นยนต์ทำงานอัตโนมัติ สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง จากสภาพพื้นผิวถนนและแรงลม รวมถึงมีระบบหยุดรถในกรณีฉุกเฉิน
"ไทยเป็นประเทศแรกที่ริเริ่มจัดการแข่งขันดังกล่าว โดยในครั้งแรกของการแข่งขันมีทีมเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมแข่งขันถึง 24 ทีม ซึ่งทีมนักศึกษาที่คว้าแชมป์มาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สามารถนำจักรยานเข้าสู่เส้นชัยได้ในระยะทางไกลด้วยความเร็ว 2-3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยที่ไม่ล้ม" ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวและว่า จากประสบการณ์เชื่อว่าทีมเยาวชนไทยจะสามารถพัฒนาจักรยานหุ่นยนต์ให้เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว 4-5 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ไม่ยาก
รศ.ดร.มนูกิจ มั่นใจว่า ศักยภาพของเยาวชนไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติอื่น จึงเปิดกว้างให้ทีมจากต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันได้ด้วยในปีนี้ แต่จำกัดไม่เกิน 4 ทีม ซึ่งอยู่ระหว่างรอการตอบรับจากเครือข่ายนักวิจัยด้านพลศาสตร์ ที่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์
ทั้งนี้ การแข่งขันจักรยานหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นที่สนามบางกอก เรชชิ่ง เซอร์กิต ถนนศรีนครินทร์ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน สามารถส่งรายงานการออกแบบจักรยานหุ่นยนต์ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2554 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.trs.or.th
นางสาวศิริรัตน์ เอี่ยวผดุง ผู้จัดการโรงงานเทพารักษ์ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซีเกทในฐานะผู้สนับสนุนหลักได้มอบเงินจำนวน 1.7 ล้านบาทเพื่อใช้ในการแข่งขัน โดยทีมชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1.5 แสนบาท รองชนะเลิศ 1 แสนล้าน และรางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม และความคิดสร้างสรรค์ รางวัลละ 5 หมื่นบาท โดยทั้ง 16 ทีมที่ผ่านเข้ารอบจะได้รับเงินทุนในการพัฒนาหุ่นยนต์ 2 หมื่นบาท



