ไลฟ์สไตล์

รายงานมรดกโลกรอบ6ปียังทรุด!

รายงานมรดกโลกรอบ6ปียังทรุด!

20 ก.ค. 2554

3 ไตรมาสแรกของปี 2554 มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมรดกโลก 3 แหล่งของไทยกันอย่างต่อเนื่อง อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 719,378 คน อุทยานฯ สุโขทัยและบริวาร

          อันได้แก่ อุทยานฯ สุโขทัย 300,441 คน อุทยานฯ ศรีสัชนาลัย 151,433 คน อุทยานฯ กำแพงเพชร 134,581 คน ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง 201,383 คน นับเป็นตัวเลขที่ดูสดใส ไม่ผิดปกติใดๆ หลังไทยประกาศลาออกจากภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติหรืออนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 35 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มาเกือบ 1 เดือน

           ณ วินาทีนี้แหล่งมรดกโลกทั้ง 3 เป็นอย่างไร เอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งทำงานดูแลโบราณสถานมามากกว่า 30 ปีรายงานสถานการณ์มรดกโลกทั้ง 3 แหล่งอย่างน่าสนใจว่า กรอบอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เป็นกรอบกว้างๆ ว่าเราจะต้องดูแลรักษาโบราณสถานอย่างไร ซึ่งก็ตรงกับ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่กรมศิลปากรยึดถือปฏิบัติ มีหน้าที่อนุรักษ์โบราณสถาน ปกป้องคุ้มครองแหล่งโบราณคดีมานาน อย่างตนทำงานบูรณะโบราณสถานมากว่า 30 กว่าปี หากไม่มีกรอบอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกก็ไม่มีผลอะไร เราก็ทำงานปกติ

           “อย่าง อุทยานฯ พระนครศรีอยุธยา ได้รับยกย่องเป็นมรดกโลกปี 2534 เราต้องดูแลมากหน่อย โดยเฉพาะการบริหารจัดการพื้นที่ค้าขายภายในวัดมงคลบพิตรกับชุมชนที่มีปัญหาเรื้อรังกันมานาน เป็นเรื่องภายในที่กรมศิลปากรต้องจัดการแก้ปัญหา ส่วนอุทยานฯ สุโขทัย ได้รับยกย่องเป็นมรดกโลกปี 2535 ถือว่าอยู่ในสภาวะเข้าที่ ปกติ เพราะไม่มีชุมชนใหม่เข้าไปบุกรุก ส่วนชุมชนเดิมที่อาศัยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ถือเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานฯ สุโขทัยไปแล้ว อาศัยอยู่ร่วมกันได้ เพียงแต่ว่าต้องจัดระเบียบและทำความเข้าใจ ต่างคนต่างอยู่ในส่วนพื้นที่ตัวเอง ภายใต้กฎหมายและมีคณะกรรมการช่วยกันดูแล”

           อุทยานฯ กำแพงเพชร ไม่มีปัญหามาตั้งแต่ก่อนขึ้นเป็นมรดกโลก เพียงแต่อาจจะเป็นที่รู้จักน้อย มีคนสนใจน้อย เพราะเป็นทางผ่านไปเมืองหลักอย่างสุโขทัย หรือพิษณุโลก ก็เลยทำให้บรรยากาศดูหงอยเหงา ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ ดึงจุดเด่นของกำแพงเพชรมาเผยแพร่ให้คนรู้จัก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ก่อนขึ้นเป็นมรดกโลกปี 2535 มีชุมชนตั้งอยู่บนเนินอยู่แล้ว เราไปขุดค้นพบโบราณวัตถุใต้ถุนบ้านชาวบ้าน บางส่วนนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ บางส่วนก็ยังอยู่ใต้ถุนบ้านชาวบ้านอยู่ แต่หากเจอโบราณวัตถุให้รีบแจ้งกรมศิลปากร โชคดีที่คนบ้านเชียง คนท้องถิ่นเขาตื่นตัวกับการดูแลทรัพย์สมบัติตนเอง สังเกตได้จากหากจะทำอะไรสักอย่าง ชุมชนจะมีหนังสือมาขอความคิดเห็นจากกรมศิลปากร และตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรอบด้าน

           ในปี 2553 อุทยานฯ พระนครศรีอยุธยา ได้รับงบประมาณบูรณะจากโครงการไทยเข้มแข็ง 200 กว่าล้านบาท สุโขทัย 10-20 ล้านบาท เหตุผลที่ได้น้อยกว่าอยุธยาเพราะพื้นที่ลงตัว เหลือเพียงตัดหญ้า บำรุงรักษา ซ่อมแซมโบราณสถานบางแห่ง กำแพงเพชร 4-5 ล้านบาท ศรีสัชนาลัยประมาณ 10 กว่าล้านาท เพราะเป็นพื้นที่เมืองโบราณขึ้นทะเบียนไว้บนพื้นที่หลายร้อยไร่ เฉพาะในเมืองก็กินพื้นที่ 600-700 ไร่แล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นอรัญญิก คือเป็นภูเขามีแหล่งโบราณสถานอยู่ข้างบน มีเตาเผาสังคโลก อยู่ระหว่างการบำรุงรักษา ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ได้งบน้อยสุด เฉพาะดูแลพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปีละ 1 ล้านกว่าบาท

           “ผมดูแล้ว 2 แหล่งหลังไม่น่าเป็นห่วง แหล่งที่น่าเป็นห่วงคืออยุธยาที่เดียวที่จะต้องจัดพื้นที่ให้เหมาะสม ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าชมทั้ง 3 แหล่งก็ปกติดี หากไม่มีวิกฤติการณ์โรคซาร์ส ไข้หวัดนกระบาดอีก ส่วนการจะนำเสนออีก 2 แหล่งคือ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท และกลุ่มปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง ขึ้นเป็นมรดกโลกเราก็ต้องทำต่อไป คู่ขนานไปกับการทำงานด้านวิชาการ แม้ในที่สุดแล้ว 2 แหล่งจะไม่ได้ขึ้นเป็นมรดกโลก เราก็ต้องศึกษาองค์ความรู้ไปเรื่อยๆ” เอนก กล่าว

           ด้าน โสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า นอกจากแหล่งมรดกโลกทั้ง 3 แหล่งแล้ว กรมศิลปากรยังมีหน้าที่ดูแลแหล่งโบราณสถานทั่วประเทศอีก 6,000 แห่ง โดยเฉพาะแหล่งโบราณสถานที่ไม่ได้เป็นมรดกโลกอีกนับร้อยแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมจำนวนมาก เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) พระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวราราม วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร คนไทยเราช่วยกันอนุรักษ์ คนไทยเที่ยวไทย อย่างวัดพระธาตุดอยสุเทพ ใครไปเชียงใหม่ก็ต้องขึ้นไปกราบไหว้สักการะ พระบรมมหาราชวังมีนักท่องเที่ยวปีละ 10 ล้านคน มีเงินเข้าปีละ 100 กว่าล้านบาท

           สถิติเปรียบเทียบผู้เช้าชม/ผู้ใช้บริการของกรมศิลปากรระหว่างปีงบประมาณ 2549-2553 (6 ปี) อุทยานประวัติศาสตร์ ปี 2549 จำนวน 3,241,625 คน ปี 2553 จำนวน 3,210,428 คน ปี 2554 (1 ต.ค.53-31 พ.ค.54) จำนวน 2,072,294 คน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปี 2549 จำนวน 2,225,975 คน ปี 2553 จำนวน 2,730,453 คน ปี 2554 (1 ต.ค.53-31 พ.ค.54) จำนวน 2,042,568 คน โบราณสถาน ปี 2549 จำนวน 350,570 คน ปี 2553 จำนวน 1,318,214 คน ปี 2554 (1 ต.ค.53-31 พ.ค.54) จำนวน 1,024,311 คน มีรายได้จากการขายบัตรเข้าชม คนไทยคนละ 5-30 บาท ต่างประเทศคนละ 5-200 บาท (แต่ละแห่งขึ้นอยู่กับกฎกระทรวง กำหนดค่าเข้าชมและค่าบริการอื่นสำหรับโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2551 กำหนด) นำเข้ากองทุนโบราณคดี เพื่อนำมาใช้จ่ายในกิจการอันเป็นประโยชน์แก่โบราณสถาน หรือพิพิธภัณฑ์

           “เราเพิ่งส่งรายงานสภาพมรดกโลกรอบ 6 ปี เป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(อีเมล) กรอกข้อมูลตามที่ศูนย์มรดกโลก กรุงปารีสได้สอบถามมาเรียบร้อยแล้ว เช่น รายงานสถานภาพปัจจุบัน การอนุรักษ์ ปัญหาอุปสรรค สถิตินักท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งและบริเวณพื้นที่โดยรอบ การรายงานครั้งนี้ส่วนใหญ่ออกทางบวก เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องการถูกรุกล้ำ หรือมีการทำโรงแรมใกล้ชิดแหล่งมรดก เราก็หวังว่าไทยจะผ่านทั้ง 3 แหล่ง” คำยืนยันจาก กรรมการมรดกโลกไทย หลังกดปุ่ม Send ส่งรายงานมรดกโลกไทยไปยังยูเนสโก

 0 ผกามาศ ใจฉลาด 0 รายงาน