
รวม3กองทุนสุขภาพผู้ประกันตนปัดไม่เอา30บาท
ความพยายามจะยุบ "รวม 3 กองทุน รักษาสุขภาพ" ไปสู่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาท) ที่มีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดูแลอยู่ ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อ "นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์" ปลัดกระทรวงแรงงาน (รง.) ออกมาหยั่งเสียงกระแสสังคมไปก่อนเลือกต
ทว่าก่อนหน้านี้มีงานวิจัยของสำนักวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) หน่วยงานหนึ่งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็พยายามจะดำเนินการเช่นกัน ส่วนว่างานนี้จะรุ่งหรือร่วงคงต้องติดตาม "คม ชัด ลึก" จะพาไปล้วงลับจับจุดความคิดเห็นของผู้ประกันตน
"องอาจ" พนักงานฝ่ายผลิตโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในย่านนิคมอุตสาหกรรม 2 จ.ปทุมธานี ผู้ประกันตนรายนี้ ผู้เขียนมีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์ขณะกำลังผลิตที่ปัดน้ำฝนรถยนต์ เสียงเครื่องจักรขนาดใหญ่มหึมาดังกระหึ่มไปทั่วโรงงาน เครื่องจักรเต็มไปด้วยน้ำมันหล่อลื่น บ้างกระเด็นติดตามร่างกาย บ้างแขนก็เผลอไปโดนเครื่องจักรร้อนๆ เป็นแผลพุพอง แต่ "องอาจ" ก็ไม่เผลอที่จะหยิบจับอุปกรณ์ทำที่ปัดน้ำฝน แต่เขายังตอบคำถามของผู้เขียนอย่างไม่สนใจเหงื่อที่ไหลออกมาเป็นสาย ราวกับว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ
"องอาจ" บอกว่า ส่วนมากพนักงานที่เข้ามาทำงานโรงงานอุตสาหกรรมจะมาจากต่างจังหวัดทั้งสิ้น ทุกคนจะต้องมีบัตร 30 บาท และสามารถใช้สิทธิได้ทุกคนอยู่แล้ว ส่วนรัฐบาลที่จะมีนโยบายรวมสิทธิผู้ประกันตนแรงงานเข้ากับ 30 บาท ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้มีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่อย่าลืมว่า แรงงานเหล่านี้ 1 สัปดาห์ทำงานถึง 6 วัน วันละ 12 ชั่วโมง เข้า 08.00 น. ออก 20.00 น. วันไหนงานเร่งก็ทำทั้ง 7 วัน ช่วงพักกลางวันก็น้อยนิดไม่ถึงชั่วโมง หลังจากเลิกงานก็เหนื่อย "ไม่มีเวลาและแรงจะสังสรรค์กับเพื่อน หรือแม้แต่โทรศัพท์กลับบ้านด้วยซ้ำ" เพราะเวลาทั้งหมดต้องทำงาน เฉพาะเงินส่วนที่จ่ายให้ประกันสังคมทุกเดือนจะต้องได้รับสิทธิเท่าที่ควรจะเป็น
"แรงงานที่ทำงานหนักเหงื่อท่วมตัว เพียงแลกกับเงินที่แสนจะน้อยนิด และยังต้องจ่ายประกันสังคมอีก หากการรักษายังต้องเป็นแบบ 30 บาท รอคิวตั้งแต่เช้าจนบ่ายก็ยังไม่ได้เข้าพบแพทย์ เมื่อเข้าพบ ตรวจ 2-3 นาทีก็เสร็จ สั่งจ่ายยาพาราจบ ก็คงไม่ต่างอะไรกับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้จ่ายประกันสังคม" องอาจ กล่าว
หันมาทางด้านแม่พิมพ์ของชาติ อาจารย์ประไพ สอนวิชาภาษาอังกฤษโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี สะท้อนว่า การโอนสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตน ทั้งข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือแม้กระทั่งแรงงานทั่วไป เข้าระบบ 30 บาท เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นความคิดที่ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะโดยลำพังเงินเดือนของข้าราชการก็น้อยอยู่แล้ว อย่างน้อยจะต้องมีสวัสดิการรองรับกลุ่มข้าราชการให้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
แต่ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเข้ารับราชการกันมาก เนื่องจากสวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีและถือว่าดีมาก เช่น สวัสดิการการรักษาพยาบาล เวลาครอบครัวหรือตนเองไม่สบายก็ได้รับการบริการจากแพทย์และพยาบาลอย่างดี คุณภาพตัวยาก็อยู่ในระดับหนึ่ง หากต้องการใช้ห้องพิเศษก็จ่ายเพิ่มอีกนิดเดียว "ต่างจากประชาชนทั่วไป เวลาไปโรงพยาบาลของรัฐบาลแต่ละครั้งต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปรับบัตรคิว คนก็แน่นแออัด ต่อคิวยาว ยาก็คุณภาพตามเงิน 30 บาท"
"ถ้ามีนโยบายแบบนี้ขึ้นจริงๆ อาจารย์จะขอเป็นคนหนึ่งที่ประท้วงการทำงานของรัฐบาล ถ้าจะลดความเหลื่อมล้ำจริงๆ ให้รัฐบาลเอาอำนาจที่มีอยู่ในมือแต่ใช้ไม่เป็นมาให้ประชาชนได้มีสิทธิใช้อำนาจนั้นด้วยดีกว่า เพราะในความเป็นจริงจะให้เท่าเทียมกันหมดทุกอย่างคงไปเป็นไปไม่ได้" อ.ประไพ กล่าว
"สวิตา" เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในย่านนิคมอุตสาหกรรม 2 จ.ปทุมธานี บอกว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะในฐานะผู้ประกันตนที่ต้องจ่ายประกันสังคมไปทุกเดือน แต่ในขณะที่ระบบ 30 บาท ไม่ได้มีการจ่ายเงินเลย แต่กลับได้รับสิทธิเท่าเทียมกับผู้จ่ายเงินประกันสังคมไปทุกเดือน ดังนั้นจึงคิดว่าไม่มีความเหมาะสม ควรจะปรับให้เท่าเทียมกัน อย่างน้อยก็ควรมีข้อแตกต่างกันบ้าง แต่หากจะมีนโยบาย "ให้พ่อแม่หรือคนในครอบครัวสามารถมีสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้ที่ประกันตน" ตรงนี้น่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่า
"ความจริงการมาทำงานก็ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปมากนัก แต่แตกต่างตรงที่ว่าเราต้องจ่ายเงินให้ประกันสังคมทุกเดือน โดยหักอัตโนมัติไม่มีสิทธิต่อรอง วันหนึ่งจะโอนเราไปใช้สิทธิ 30 บาท อยากให้มองมากกว่านี้ เพราะเงินกว่าจะได้มามันเหนื่อย ทุกสิ้นเดือนไม่ได้จ่ายแต่ประกันสังคม ไหนจะผ่อนของจากบัตรผ่อนต่างๆ ส่งให้พ่อแม่ที่อยู่บ้านนอก ค่าห้อง ค่ากิน บางเดือนไม่พอจ่าย ต้องขอยืมเพื่อนด้วยซ้ำ" สวิตา กล่าวทิ้งท้าย
งานนี้อาจจะทำได้แค่โยนหินถามทางของ "ปลัดกระทรวงแรงงาน" เท่านั้น ในความเป็นจริงจะเป็นได้มากน้อยแค่ไหนต้องติดตาม เพราะก่อนหน้านี้หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขพยายามจะยุบรวมกองทุนสุขภาพมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ปี แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้น
0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0 รายงาน



