ไลฟ์สไตล์

สามี(ตัวดี)แยกกันอยู่

สามี(ตัวดี)แยกกันอยู่

19 ก.ค. 2554

เรื่องของดิฉันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสามค่ะ คือ ดิฉันและสามีแต่งงานอยู่กินกันมาประมาณ 7 ปี ไม่มีลูกด้วยกัน และดิฉันเป็นสะใภ้ที่ครอบครัวของสามีไม่ยอมรับ เพราะดิฉันไม่ใช่คนจีน

 แม่ของสามีอยากได้สะใภ้คนจีน แต่เรารักกัน สามีจึงไม่สนใจการคัดค้านของครอบครัว เราจึงได้จดทะเบียนสมรสกัน และอยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้
 ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว หลังจากแม่ของสามีเรียกตัวสามีกลับบ้าน เพื่อไปทำงานกับครอบครัว แล้วแม่สามีก็คงจะแนะนำให้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้พฤติกรรมของสามีเริ่มเปลี่ยนไป ไม่กลับบ้านเป็นเวลาเหมือนเคย นานวันเข้าทำให้เราเริ่มมีปากเสียงกัน สามีก็กลับบ้านดึกมากยิ่งขึ้น พอมีปัญหามากขึ้นก็พานไม่กลับบ้านเลย โดยบอกว่าไปนอนบ้านแม่
 ที่สุดแล้วถ้าสามีจะไปจริงๆ ดิฉันก็คงต้องปล่อย เพราะไม่อยากอยู่ในสภาพเช่นนี้ ปัจจุบันสามีไปอยู่บ้านแม่ บอกแยกกันอยู่สักพักดีกว่า
 อยากทราบว่าบ้านที่เป็นชื่อของเราสองคน และรถที่สามีใช้อยู่ทุกวันนี้ แต่เป็นชื่อของเราสองคนเหมือนกัน ถ้าต้องเลิกกันจะทำอย่างไร และแยกกันอยู่กีปีถึงจะขอหย่าได้คะ
 นิตยา
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า หลังจากแต่งงานอยู่กินด้วยแล้ว ทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากแต่งงาน ในทางกฎหมายถือว่าเป็นสินสมรส ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง ในที่นี้รวมไปถึงเรื่องรถที่เป็นชื่อของสองคนร่วมกัน และถ้าบ้านเป็นชื่อสองคนร่วมกันก็จะเป็นสินสมรสด้วย
 ดังนั้นเมื่อหย่ากันแล้วทรัพย์สินตรงนี้ก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่งด้วย โดยอาจจะตกลงกันว่าใครจะเอาบ้าน หรือรถ หรือว่าจะเอาทั้งสองอย่างขายทอดตลาดแล้วก็แบ่งกัน
 ส่วนเรื่องของการแยกกันอยู่นั้น ถ้าเป็นการแยกกันอยู่ด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่ายเกิน 3 ปี ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีสิทธิที่จะฟ้องหย่าได้ แต่ถ้าเป็นการจงใจทิ้งร้าง คือฝ่ายหนึ่งจงใจทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่ง กรณีอย่างนี้เกิน 1 ปี อีกฝ่ายก็มีสิทธิฟ้องหย่าได้ แต่ฝ่ายที่ทิ้งร้างไม่มีสิทธิฟ้องหย่า
 กรณีของคุณจึงแนะนำว่า ควรคุยกันว่าจะเอาอย่างไร ถ้าต้องหย่ากันจริงก็อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่าในทางกฎหมายแล้วทรัพย์สินทุกอย่างที่หามาได้หลังจากที่แต่งงานกัน ถือเป็นสินสมรส เมื่อเลิกกันก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง
 ลุงแจ่ม