
การเมืองตอน 2
11 ธ.ค. 2551
การเมืองตอน 2
ชท.นำผ้าดำคลุมปิดป้ายชื่อพรรค
บรรยากาศที่พรรคชาติไทยเป็นไปอย่างคึกคัก มีอดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และสมาชิกพรรค ซึ่งต่างแต่งกายด้วยชุดดำ ทยอยกันมาที่สำนักงานพรรคชาติไทยเพื่อมาร่วมประชุมพรรคเป็นนัดสุดท้าย โดยมีสมาชิกพรรคบางส่วนนำกล้องถ่ายรูปมาถ่ายรูปพรรคชาติไทยไว้เป็นที่ระลึก นอกจากนี้มีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์การยุบพรรคชาติไทย รวมถึงตั้งกลุ่มแซว ส.ส.ของพรรคที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย
ขณะเดียวกัน บริเวณพรรคชาติไทยยังเตรียมนำผ้าสีดำผืนใหญ่มาซ้อมปิดชื่อพรรคชาติไทย ตรงที่ทำการ ก่อนที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย จะกล่าวเปิดใจอำลาพรรคชาติไทยเป็นครั้งสุดท้าย
"เติ้ง"ขอโทษรักษาพรรคไว้ไม่ได้
เวลา 16.00 น. นายบรรหารพร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ได้ร่วมกันทำพิธีปิดพรรคชาติไทย ระหว่างทำพิธีปิด นายบรรหารกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ขอรับผิดแต่เพียงคนเดียว และขอโทษที่ไม่สามารถรักษาพรรคไว้ได้
นายบรรหารกล่าวอีกว่า ขอยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวที่ไม่สามารถทำให้พรรคชาติไทยอยู่ไปตลอดรอดฝั่งได้ หากการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเพราะต้องการให้พันธมิตรออกจากสนามบิน ออกจากทำเนียบ พรรคชาติไทยก็ยอมรับในชะตากรรมอันนี้ เพื่อแลกให้ทางโน้นเขาออก อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ 5 ปี แม้ตนจะอายุ 81 ปี ก็จะกลับมาเล่นการเมืองอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างทำพิธีปิดพรรค สมาชิกพรรคถึงกับน้ำตาคลอและกอดกันเพื่อให้กำลังใจ
149 พปช.กรอกใบสมัคร"เพื่อไทย"
ส่วนที่พรรคเพื่อไทย มีบรรดา ส.ส.อดีตพรรคพลังประชาชนเกือบทุกกลุ่ม ทยอยเดินทางมาเพื่อเขียนใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค อาทิ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย นายสมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน เช่น นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา จากนั้นในช่วงบ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน เดินทางเข้ามาสมทบ
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีอดีต ส.ส.จากพรรคพลังประชาชน และบุคคลที่มีความสนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกล่าสุด ขณะนี้มีจำนวน 149 คน ซึ่งเชื่อว่าจะยังคงมีอดีตเพื่อนสมาชิกพรรคพลังประชาชนทยอยมาสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มเติมอีก ทั้งนี้ วันที่ 7 ธันวาคม พรรคจะจัดการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 4 เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ รวมถึงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ด้วย
"สมชาย"บ่นคิดถึงครอบครัว
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่บ้านพักภายในหมู่บ้านกรีนวัลเล่ย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ว่า ขณะนี้รู้สึกสบายดี เพราะหลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ใช้เวลาในการพักผ่อน ไม่มีปัญหาอะไร แต่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่ค่อยได้พบหน้าลูกและภรรยา โดยเฉพาะหลังเสร็จประชุมเอเปค เร็วๆ นี้อาจจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อพบกับครอบครัว
ผู้สื่อข่าวถามว่า บ่ายวันนี้มีกำหนดการเดินทางไปที่ใดหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า บ่ายนี้จะเดินทางไปสักการะพระธาตุจอมทอง ที่วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อ.จอมทอง และหากมีโอกาสก็จะไปกราบนมัสการพระอุตมญาโณ (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ) ซึ่งบวชอยู่ที่วัดดังกล่าวด้วย เพื่อขออนุโมทนาบุญจากท่าน
บอกทำบุญจะได้ไม่ถูกกลั่นแกล้งอีก
ต่อมาเวลา 14.00 น. นายสมชายพร้อมด้วยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เลขาธิการส่วนตัวและส.ส.เชียงใหม่ ได้เดินทางมาถึงวัดพระบรมธาตุศรีจอมทอง เพื่อสักการะพระบรมธาตุจอมทอง และเข้ากราบนมัสการพระเทพสิทธาจารย์ หรือพระอาจารย์ทอง ศิริมังฺคโล เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุศรีจอมทอง จากนั้นได้ร่วมสวดมนต์และสรงน้ำพระบรมธาตุจอมทองภายในวิหาร
ทั้งนี้ ระหว่างการทำบุญที่วัดพระบรมธาตุศรีจอมทอง พระอาจารย์ทองได้ถามถึงนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยานายสมชายว่าไม่มาด้วยหรือ นายสมชายตอบว่า "เดี๋ยวมาคราวหน้าจะพามาด้วย" และยังกล่าวอีกว่า "พ.ต.ท.ทักษิณฝากมากราบนมัสการท่าน (พระอาจารย์ทอง) ด้วย"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชายไม่ได้เข้าพบพระอุตมญาโณ หรือหลวงพ่อจิ๋ว (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ) แต่อย่างใด โดยเจ้าอาวาสแจ้งว่า การมาของนายสมชายครั้งนี้ไม่มีการแจ้งให้พระอุตมญาโณ ทราบ เพราะจะเป็นการทำให้รบกวนและเสียสมาธิต่อพระอุตมญาโณ ในการทำสมาธิ ซึ่งระหว่างนี้พระอุตมญาโณจะต้องเข้าฌานปฏิบัติธรรมเข้มไปจนถึงวันที่ 7-8 ธันวาคม ถึงจะออกจากกรรมฐาน และออกมาบิณฑบาตอีกครั้ง
นายสมชายให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า วันนี้ว่าง ก็เลยมาไหว้พระ มาทำบุญเยอะๆ ไม่เสียหลาย เกิดชาติหน้าฉันใดจะได้ไม่ตกระกำลำบาก ไม่ถูกกลั่นแกล้ง ถ้ามีโอกาสก็จะไปทำบุญเรื่อยๆ
กกต.คาดเลือกซ่อมส.ส.11ม.ค.52
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่ กกต.จะจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 11 มกราคม 2552 แต่ต้องหารือก่อนว่าจะมีปัญหาหรือไม่ เนื่องจากวันดังกล่าวจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งจากที่หารือกับ กทม.คงไม่มีปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ เพราะเลือกตั้งซ่อมมีเพียงเขต 10 เขตเดียว ดังนั้นอาจแยกเป็น 2 คูหา โดยสัปดาห์หน้าจะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งให้คณะรัฐมนตรีรักษาการ
ส่วนการเลื่อน ส.ส.สัดส่วนนั้น นายประพันธ์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 106 (8) กำหนดให้ ส.ส.สัดส่วนที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคในลำดับที่จะได้เลื่อนขึ้น สามารถไปหาพรรคใหม่สังกัดได้ แต่หากมีข้อสงสัยก็สามารถใช้เสียง ส.ส.เข้าชื่อร้องต่อประธานสภา หรือยื่นเรื่องให้ กกต.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กกต.อีกคนหนึ่ง กล่าวว่า เรื่องการย้ายพรรคในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเฉพาะ ส.ส.เขต หรือสัดส่วน แต่เขียนแบบรวมๆ ซึ่งยอมรับว่ายังมีช่องโหว่ และการที่กฎหมายเปิดโอกาสให้ย้ายพรรคได้ อาจทำให้บางพรรคการเมืองมีจำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้น โดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง และจำนวนพรรคในสภาก็อาจมีจำนวนมากขึ้น
ปชป.แบ่งสายจีบ ส.ส.แพแตกเข้าพรรค
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มีการประชุมแกนนำพรรค โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุม อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรคภาคกลาง นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรค นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองเลขาธิการพรรค และนางอัญชลี วานิช เทพบุตร เหรัญญิกพรรค เพื่อประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย
ข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมมีการสอบถามรองหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคที่รับผิดชอบในพื้นที่ต่างๆ ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นไปได้ที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ เบื้องต้นใช้เกณฑ์จำนวน ส.ส.ว่า หากมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง การทำงานของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำจะสามารถบริหารประเทศได้หรือไม่ ภายใต้สถานการณ์วิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ และความขัดแย้งทางสังคม ขณะเดียวกันในที่ประชุมได้หยิบยกกรณีพรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังยืนยันจะจับขั้วทางการเมือง หากพรรคไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้วได้ พรรคก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน โดยที่ประชุมมีการประเมินว่ารัฐบาลหลังการถูกยุบพรรคจะอยู่ได้ไม่นาน และจะมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น ในระหว่างที่รัฐบาลอ่อนแอ ที่ประชุมมีการกำชับแกนนำพรรคให้เตรียมลงพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง
รายงานข่าวระบุว่า ในที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองว่า มีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน โดยมอบหมายให้แกนนำแต่ละภาคไปพูดคุยกับ ส.ส.พรรคต่างๆ ว่ามีแนวคิดที่จะเปลี่ยนขั้วทางการเมืองและมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ โดยเบื้องต้นให้ใช้ความสนิทสนมส่วนตัวในการพูดคุย และแลกเปลี่ยนจุดยืนและแนวคิดทางการเมืองว่า จะจับมือร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ หากตกลงกันได้ก็จะเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคกับเลขาธิการพรรคจะทำหน้าที่ในการทาบทามอย่างเป็นทางการต่อไป
"อภิสิทธิ์"ปัดจับมือ"เพื่อไทย"ตั้งรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 ว่า ยังนึกไม่ออกถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ถ้าทำได้ก็คงไม่ดีในแง่ของการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รวมทั้งพรรคเพื่อไทยที่เปรียบเสมือนตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่ใช่แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์
"ผมอยากให้นักการเมืองเปิดใจกว้าง สิ่งที่ต้องคิดก่อนคือ การสร้างความเชื่อมั่นทางการเมือง มิฉะนั้นจะทำให้เกิดความสั่นคลอนทางการเมืองมากยิ่งขึ้น และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่มีมากมายให้แก้ไขในปัจจุบัน" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
สภาเผย ส.ส.ถูกตัดสิทธิการเมือง 32 คน
นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ข้อมูลจำนวน ส.ส.ล่าสุด ณ วันที่ 2 ธันวาคม ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบ 3 พรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี ปรากฏว่ามี ส.ส.32 คน ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ แบ่งเป็น ส.ส.สัดส่วน 4 คน ส.ส.เขต 28 คน หากแยกตามรายพรรค คือ พรรคพลังประชาชน โดนเพิกถอนสิทธิในระบบแบ่งเขต 12 คน แบบสัดส่วน 1 คน พรรคชาติไทยแบบแบ่งเขต 16 คน แบบสัดส่วน 3 คน ทำให้ปัจจุบันมี ส.ส.ทั้งสิ้น 448 คน แบ่งเป็นพรรคพลังประชาชน มี ส.ส. 219 คน พรรคชาติไทย 15 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 24 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย 11 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9 คน พรรคประชาราช 5 คน รวมเสียงฝ่ายรัฐบาลมี 283 เสียง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส.165 คน ทั้งนี้ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ 441 คน เนื่องจากมี 7 คน ต้องพักงานระหว่างศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาคดีทุจริตเลือกตั้ง



