
สกสค.ปรับเพิ่มราคาขายตำราเรียน
บอร์ด สกสค.ตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางปรับเพิ่มราคาขายตำราเรียน ระบุราคาขายในปัจจุบันต่ำไปแต่ต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลขาดทุนพิมพ์ตำราเรียนมาตลอด 2 ปีล่าสุด ขานทุนปีละกว่า 300 ล้านบาท
(14ก.ค.) นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า องค์การค้า สกสค.ได้เสนอที่ประชุมเพื่อขออนุมัติจัดหาการดาษเพื่อไว้จัดพิมพ์หนังสือ แต่ที่ประชุมให้ยุติไว้ก่อนเนื่องจากต้องรอรัฐบาลใหม่ และรอทำเสนอของบประมาณปี 2555 ใหม่
ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2555 อยู่ ที่ประชุมสภาแต่จะต้องส่งคืนเพื่อปรับแก้ไขใหม่ อย่างไรก็ตาม อค.สกสค.มีรายได้หลักจากการจัดพิมพ์และจำหน่ายแบบเรียนที่ได้รับลิขสิทธิ์ จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แต่เนื่องจากที่ผ่านมา อค.สกสค.ขายแบบเรียนในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด และถูกกว่าโรงพิมพ์เอกชนอื่น ๆ ทำให้เกิดภาวะขาดทุน เพราะ อค.สกสค.ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น ราคากระดาษ
ดังนั้น ที่ประชุมได้มอบให้นายวินัย รอดจ่าย เป็นหัวหน้าคณะทำงานเพื่อศึกษาถึงแนวทางการปรับเพิ่มราคาขายหนังสือเพื่อให้ ตรงกับความเป็นจริง โดยให้ไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อค.สกสค. เป็นต้น เพื่อพิจารณาว่าหากปรับเพิ่มราคาควรเพิ่มเท่าไร โดยอาจจะต้องเปรียบเทียบราคาขาย รูปเล่มหนังสือในแบบเรียนวิชาเดียวกันระหว่าง อค.สกสค. และภาคเอกชนด้วย
“แม้แต่การจัดพิมพ์และจำหน่ายแบบเรียนในโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพนั้น อค.สกสค.ก็ประสบภาวะขาดทุนปีละกว่า 300 ล้านบาทติดต่อกันมา 2 ปี แม้ว่ารัฐจะจัดสรรงบประมาณให้ก็ตามแต่อย่างที่บอกว่าขณะนี้ต้นทุนการผลิตสูง ขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมาหาทางออกเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งการขอปรับเพิ่มราคาไม่ได้หวังเอากำไรจากภาครัฐ แต่ต้องการปรับให้ราคาตรงกับความเป็นจริงในท้องตลาดและพ้นปัญหาภาวะการขาด ทุน ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปก็จะนำเสนอรัฐบาลพิจารณาเพื่อตั้งงบประมาณปี 2555 เพิ่มเติมต่อไป” นายอภิชาติ
นายอภิชาติ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ อค.สกสค.ยังมีหนี้อยู่ประมาณ 2,135 ล้านบาท แม้ก่อนหน้าจะเคยได้รับอนุมัติจากบอร์ด สกสค.ให้กู้สถาบันการเงินกว่า 700 ล้านบาทก็เพื่อไปจัดการหนี้สินแต่ก็ยังไม่หมดทีเดียว แต่เชื่อว่าหากสามารถเก็บเงินที่ค้างไว้ได้หมดยอดหนี้น่าจะอยู่ประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท



