ไลฟ์สไตล์

เรื่องเก่าเล่าใหม่ตอนที่8:ทำด้วยหัวใจนายกสมาคมนักเรียนไทยไคโร54

เรื่องเก่าเล่าใหม่ตอนที่8:ทำด้วยหัวใจนายกสมาคมนักเรียนไทยไคโร54

14 ก.ค. 2554

“เชื่อไหมครับว่าการทำงานสมาคม แม้เราไม่มีเงินเดือนเป็นตัวกระตุ้นในการทำงาน หรือมีผู้หลักผู้ใหญ่ให้คอยเอาใจและหวังตำแหน่ง พวกเราสมาคมทำงานกันอย่างมีความสุข ที่ได้ช่วยเหลือสังคมนักศึกษากว่าสองพันคนที่มาใช้ชีวิตในประเทศอียิปต์

               สมาคมเปรียบแล้วก็เสมือนแม่น้ำไนล์ที่คอยให้ประโยชน์โดยไม่หวังการตอบแทน แม้บางครั้งจะรู้สึกท้อแท้กับบางคำพูดของสมาชิก แต่เพราะเราหวังสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เรากำลังทำกันอยู่คือ ความก้าวหน้าต่อไปในอนาคตของพวกเราสังคมไทยในไคโร และรู้สึกอบอุ่นใจที่มีท่านทูตและเจ้าหน้าที่สถานทูตให้ความเป็นกันเอง เข้าถึงการทำงานร่วมกันจึงมีแต่ความสุขและกำลังใจที่จะพัฒนาในทุกด้านให้มากยิ่งขึ้น” นายซาบูเลาะ มามะ นายกสมาคมนักเรียนไทยในไคโรในพระบรมราชูปถัมภ์ปี 54 พูดด้วยรอยยิ้ม

                วันนี้เปิดฉากด้วยคำพูดของนายกสมาคม ปี 54 ที่ได้ทำงานร่วมกันในวันที่เกิดการปฏิวัติในอียิปต์ ทำให้ผมรู้สึกดีและภูมิใจกับนายกคนนี้เป็นอย่างมาก เพราะการทำงานที่โดนโจมตี กล่าวหาและการดูถูกอีกหลายๆ อย่าง แต่นายกคนนี้มีแต่รอยยิ้มและทำงานร่วมกับกรรมการอย่างนิ่งเงียบโดยไม่ปริปากต่อว่ากับสมาชิกกว่า 2,000 คนแต่อย่างใด วันนี้ผมจึงจับนายกมาพูดคุยในประเด็นต่างๆของการที่เคยผ่านงานมาตลอดระยะเวลาที่มาอยู่ที่นี่กว่า 6 ปีแล้ว

                เขาชื่อนายซาบูเลาะ  มามะ เป็นคนจังหวัดนราธิวาส จบการศึกษาที่โรงเรียนสอนศาสนาดารุสสาลาม ตันหยงมัส เป็นคนพูดภาษามลายูมาตั้งแต่กำเนิด เมื่อจบการศึกษาที่เมืองไทย ก็มาศึกษาต่อที่ ม.อัลอัซฮัรตามความฝัน เริ่มต้นทำงานสมาคมตำแหน่งบรรณารักษ์ เลขานุการ ประธานชาวใต้ ประธานสภาชมรม และตำแหน่งนายกปัจจุบัน

                "การเป็นผู้นำไม่ใช่ความฝันของผม เพราะไม่ใช่คนช่างพูด แต่ต้องปรับตัวเพื่อให้ทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ได้  ต้องปรับตัวเมื่อต้องทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ การใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร เป็นพี่เลี้ยงให้นักศึกษาไทย ต้องเปิดใจให้กว้างให้การช่วยเหลือทั้งนักศึกษาที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นสมาชิกด้วยความเท่าเทียมกัน ตอนนี้นักศึกษาที่เป็นสมาชิกของสมาคมประมาณ 1,000 คนจากนักศึกษาที่มีอยู่ประมาณ 2,000 คน" นายกสมาคมกล่าว

                ทั้งนี้การทำงานสมาคมจะก้าวไกลและพัฒนาไม่สมบูรณ์ได้ ถ้าหากขาดการดูแลจากสถานทูตไทย ต้องขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่เข้าใจวัฒนธรรมของนักศึกษาที่นี่ ต่อไป ม.อัลอัซฮัรจะมีองค์การสำหรับนักศึกษาต่างชาติ หรือเรียกกันว่าสมาชิกสภาอัลอัซฮัร และทุกๆ 10 วันก็ต้องเข้าประชุมรับรู้เรื่องราวต่างๆ รวมถึงการช่วยเหลือนักศึกษา ซึ่งจะต้องมีความชำนาญในเรื่องภาษาอาหรับในการสื่อสารโดยเฉพาะการเข้าร่วมกับสมาคมนักศึกษาอาเซียนที่ใช้ในการประชุมคือภาษามลายู

                ซาบูเลาะ  บอกว่าเมื่อก้าวเข้ามารับหน้าที่แล้วต้องทำงานเพื่อสังคมให้มากขึ้น ปีนี้จะมีการรวมตัวบรรดาอดีตนายกสมาคมไปประชุมสัมมนาที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการจัดตั้งสมาคมกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงดำเนินการและคิดว่าจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน

                ผมไม่มีอะไรจะบรรยายกับการให้สัมภาษณ์ของนายก และขอยกย่องในความนิ่งและความใจกว้างของคณะกรรมการชุดนี้ และนี่คือผลงานของผู้นำต่างแดนที่เป็นลูกหลานคนปัตตานี แม้จะมาจากชนบทต่างภาษา แต่เพราะเขาคือคนที่ค้นพบตัวเองทางเลือกใหม่จึงเกิดขึ้น น้องๆในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คนอื่นๆ ก็สามารถมาถึงจุดนี้ได้เช่นเดียวกัน