
เด็กไทย(ไกลบ้าน-วัด)ยุคธรรมะเบี่ยงเบนติดสินบนผี-พระ
ช่วงเดือนกรกฎาคม ถือเป็นอีกวาระหนึ่งที่สำคัญของชาวพุทธที่ไม่ได้มีคำว่าพุทธศาสนาแค่เพียงในบัตรประชาชน แต่อยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน เข้าวัดทำบุญ ฟังเทศน์ฟังธรรม ทำจิตใจให้ผ่องใสหาความสุขให้แก่ตัวเอง
ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เผื่อแผ่ไปยังสังคม คิดดีทำดีต่อกันและกัน อาจทำไม่ได้ทุกวัน อย่างน้อยก็ 2 วันนี้ วันอาสาฬหบูชา 15 กรกฎาคม และวันเข้าพรรษา 16 กรกฎาคม ท่ามกลางสภาวการณ์เด็กไทยในมิติศาสนานั้น มีแนวโน้มที่เสื่อมถอยลงทุกวัน
ผลจากการเสวนาในโครงการ “เด็กไทยในมิติวัฒนธรรม 2” ที่สถาบันรามจิตติ โดยการสนับสนุนของสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เมื่อเร็วๆ นี้ โดย ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ ได้เปิดเผยสภาวการณ์ “เด็กไทยในความแปลกแยกจากครอบครัวและศาสนา” มีสาระสำคัญโดยย่อว่า ปัจจุบันเด็กไทยอยู่ในสถานการณ์ “ไกลบ้าน ไกลวัด”
“ไกลบ้าน” นั้น ข้อมูลชี้ว่า อัตราการหย่าร้าง ผลสำรวจโครงการ Child Watch ปี 2552 พบครอบครัวต้องเผชิญกับอัตราหย่าร้างเฉลี่ยต่อการจดทะเบียนสมรสทั่วประเทศ 3 ต่อ 1 เด็กในชนบทกว่า 1 ใน 3 ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่หรือพ่อแม่แยกทางกัน ต้องเผชิญกับปัญหาหลากหลายรูปแบบที่เป็นผลมาจากครอบครัวที่แตกร้าว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการมีครอบครัวไม่สมบูรณ์ ขาดพ่อหรือแม่ การถูกทิ้งอยู่กับญาติ ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว พบเด็กกว่า 1.2 ล้านคนเป็นผีพนัน กว่า 2.8 ล้านคนติดเหล้า กว่า 4.4 หมื่นคนก่อคดีอาชญากรรม (คิดเป็นทุก 12 นาทีต่อ 1 ราย) กว่า 6.7 หมื่นคนท้องแต่ละปีและจบอนาคตการเรียนของตนลงกว่า 6,000 คน แต่ละปีพยายามฆ่าตัวตาย ทำสำเร็จวันละ 1 คน กว่า 3,400 คนจบชีวิตลงบนท้องถนน ส่วนใหญ่เพราะเหล้า
“ไกลวัด” ในด้านศาสนาเองก็พบว่า แม้ข้อมูลด้านเด็กกับศาสนาจะมีแนวโน้มดีขึ้น เช่น เด็กเยาวชนไปวัดทำบุญมากขึ้น ทำกิจกรรมจิตอาสามากขึ้น แต่แนวโน้มที่สะท้อนว่าเด็กเองก็ห่างไกลศาสนาก็ยังมีไม่น้อย มีเด็กไทยประมาณร้อยละ 13 เข้าวัด ร้อยละ 16 ใส่บาตรเป็นประจำ ร้อยละ 11 นั่งสมาธิเป็นประจำ (โดยมากเป็นเด็กประถม) มีเพียงเด็กไทยเฉลี่ย ร้อยละ 27 ที่ยังสวดมนต์ก่อนนอน เด็กไทยเกือบครึ่งที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ กฎแห่งกรรม เด็กไทยกว่าครึ่ง (ร้อยละ 62) มองว่า ประเทศไทยมีการทุจริตคดโกงมาก คดีทำร้ายร่างกายสูงขึ้นรวม 46,961 คน (กระทรวงยุติธรรม) แม่วัยรุ่น ท้อง แท้ง ทิ้งสูงขึ้น เฉพาะตัวเลขการแท้งเด็กที่พบซากล่าสุด (ปี 2553) มากกว่า 2,000 ศพ ไม่นับรวมที่ไม่ปรากฏ
ขณะที่ภาพรวมศาสนาสังคมไทยมีแนวโน้มเป็นศาสนาบริโภคนิยม ศาสนพาณิชย์ กระแสติดสินบน ผี พระ แก้กรรม ธรรมะเบี่ยงเบน เคร่ง หลง หลุด หลอก กระแสทางเลือกทางจิตวิญญาณ ศาสนาฟื้นตัวใหม่ รับใช้ประชาชน และศาสนาเป็นโอกาสทางการเรียนรู้และการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยตัวเลขจำนวนพระและเณรก็ลดลงแทบทุกภูมิภาคยกเว้นกรุงเทพฯ ที่จำนวนเพิ่มขึ้น ที่น่าสังเกตคือ แนวโน้มชีวิตใหม่บนโลกออนไลน์ของเด็ก เด็กบางส่วนหันหลังจากศาสนา หันหน้าสู่ลัทธิใหม่โลกออนไลน์ สร้างตัวตนจอมปลอม หันหลังให้คุณธรรมความดี มุ่งแต่เสพสุขในเครือข่ายสังคมสมัยใหม่
ขณะที่ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการต่างๆ ได้ให้ข้อเสนอแนะกิจกรรม โครงการต่างๆ มากมายเพื่อเร่งแก้ปัญหา อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่ โครงการวัดวันอาทิตย์ ผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ได้แก่ ไปโบสถ์วัดอาทิตย์ เข้ามัสยิดทุกวันศุกร์ เสนอชาวพุทธร่วมรณรงค์ “เข้าวัดวันพระ” สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทยเสนอยุทธศาสตร์ การดึงจิตวิญญาณความเป็นไทยกลับมาในครอบครัว ส่งเสริมพลังครอบครัว ด้วยการสื่อสารกันอย่างสร้างสรรค์ การส่งเสริมให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนโรงเรียนพัฒนาคุณลักษณะเยาวชนร่วมกันระหว่างบ้าน วัด และชุมชน
ทั้งนี้ การเสวนาครั้งนี้นำไปสู่บทสรุปข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ 7 ประการจากที่เสวนาครั้งนี้ 1.การหนุนกลไกและเครือข่ายพลังภาคประชาชนและเครือข่ายจิตอาสาทำงานด้านครอบครัวและศาสนา เครือข่ายชุมชนท้องถิ่น เครือข่ายจิตสาธารณะ 2.การสร้างกองทุน “ภาษีบุญ” จากเงินทำบุญของวัดต่างๆ ที่ควรนำมาพัฒนาเด็กเยาวชน ชุมชน มากกว่าแค่นำไปพัฒนาทางวัตถุให้วัด 3.การสร้างและรักษาคนทำงานด้านครอบครัวและศาสนาอย่างเป็นระบบกว่าเดิม 4.เปิดพื้นที่กิจกรรมหลากหลาย ใช้โรงเรียนเพื่อเป็นสะพานดึงพลังชุมชน 5.หนุนกลุ่มพลังเยาวชนสร้างวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ 6.ขับเคลื่อนสื่อเชิงรุกกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่กระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพ 7.การขับเคลื่อนการดำเนินยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กเชิงบูรณาการบนความร่วมมือระหว่าง กระทรวงวัฒนธรรมกับภาคีต่างๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้มีพลังยิ่งขึ้น
นโยบายขายฝันด้านสังคม “ไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก" เชื่อว่าคงไม่ยากเกินความสามารถรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะช่วยกันผลักดันจนประสบความสำเร็จ แต่ใบรับรอง หรือการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติจะมีความหมายอะไร หากเยาวชนไทยหยั่งรากลึกถึงแก่นแท้พระพุทธศาสนาไม่ได้
น.ส.ซูเรียนี หะวอ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และตัวแทนเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ยอมรับกระแสสังคมสมัยใหม่ได้ดึงความสนใจของเด็กและเยาวชนไปมาก แต่ถ้าเยาวชนเข้าใจในหลักธรรมก็จะสามารถครองตัวได้อย่างไม่หวั่นไหวไปกับกระแสต่างๆ
พระปลัดมิ่งขวัญ ฐิตสีโล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม เสนอหลัก “ธรรมาธิปไตย” เน้นให้ทุกคนในสังคมต้องร่วมมีบทบาทในการพัฒนาเด็ก ต้องแบ่งบทบาทให้ถูก เป็นแบบอย่างที่ดี ย้ำฟื้นวิถีธรรมเป็นเครื่องมือพัฒนาเยาวชน และใช้ยุทธศาสตร์การสื่อสารและส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาเยาวชนเชิงรุกที่เข้าถึงเยาวชนอย่างแท้จริง
บาทหลวงอนุชา ชัยเดช ผู้อำนวยการสื่อมวลชนคาทอลิก ย้ำ “ยิ่งสังคมยิ่งแย่ ศาสนายิ่งต้องเข้มข้น” เน้นยุทธศาสตร์เชิงรุกแนว “ดักปัญหา” และเสนอกระบวนการพัฒนาศาสนบริกร/ธรรมทายาทด้วยหลักพัฒนาศาสนทายาท ก่อน-หลัง ประจำการต่อเนื่องสิ้นสุด อย่าหยุดแค่พ้นวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยศาสนา พร้อมเสนอการเปิดพื้นที่ในโรงเรียน ชวนโรงเรียนร่วมเป็น “สนามแพร่ธรรม” เพื่อสร้างคนดี
หมายเหตุ : ขอขอบคุณข้อมูลจากสถาบันรามจิตติ และสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
0 ผกามาศ ใจฉลาด 0 รายงาน



