ไลฟ์สไตล์

ชาวนาใช้เรือเกี่ยวข้าวหนีน้ำ-จี้รัฐฯทบทวนรับจำนำข้าว

ชาวนาใช้เรือเกี่ยวข้าวหนีน้ำ-จี้รัฐฯทบทวนรับจำนำข้าว

12 ก.ค. 2554

ชาวนาใน ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร ใช้เรือเกี่ยวข้าวเพื่อหนีน้ำที่หลากมาจากสุโขทัย-กำแพงเพชร ครั้งแรกในหลายรอบปี-จี้รัฐฯทบทวนโครงการรับจำนำข้าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานชาวนาในพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านเนินยุ้ง ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร กำลังประสบปัญหาจากน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังจากมีฝนตกประกอบกับน้ำที่ไหลบ่าจากพื้นที่ จ.กำแพงเพชร และ จ.สุโขทัย เข้าท่วมพื้นที่นาข้าวจนนาข้าวในพื้นที่ลุ่มเสียหาย

          เนื่องจากไม่สามารถระบายลงแม่น้ำยมที่มีระดับน้ำสูงจนไม่สามารถระบายน้ำลงได้ ชาวนาจึงต้องใช้วิธีลุยน้ำเกี่ยวข้าวและใช้เรือบรรทุกรวงข้าวที่เก็บเกี่ยวจากนาข้าวที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร

          โดยชาวนาส่วนใหญ่ ที่ตำบลแห่งนี้  ประสพปัญหาน้ำท่วมนาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี แม้ว่า ทุกปีจะมีน้ำท่วมพื้นที่แห่งนี้ก็ตามเนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมซ้ำซาก แต่ที่ผ่านมาชาวนาก็ใช้วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ทำนาในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป แต่ในปีนี้กลับพบว่าน้ำมาเร็วกว่าปกติ ทำให้ได้รับความเสียหายจากน้ำที่ท่วมนาข้าวครั้งนี้เป็นอย่างมาก

          นายทูน วังสุริวงค์  เกษตกรในพื้นที่ กล่าวว่า น้ำเข้าท่วมนาข้าวของตนที่ปลูกไว้ 50 ไร่ เสียหายสิ้นเชิงไปแล้ว 30 ไร่ เหลือบนที่ดอน 20 ไร่ ที่น้ำท่วมจนใกล้ถึงรวงข้าว จึงต้องเก็บเกี่ยวก่อนที่นาข้าวจะเสียหาย โดยว่าจ้างเพื่อนบ้าน 6 คน ในการเกี่ยวข้าว ให้ค่าจ้างวันละ 200 บาทต่อ คน

          "ปีนี้เป็นปีที่ผมและเพื่อนชาวนาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุด เพราะครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่น้ำท่วมนาข้าวในรอบ 1 ปี โดย 2 ครั้งที่ผ่านมาน้ำท่วมเสียหายจนหมดครั้งนี้จึงตัดสินใจลุยน้ำเกี่ยวข้าว ถึงแม้รู้ว่าต้องขาดทุนแน่นอนเนื่องจากผลผลิตจะได้เพียงเล็กน้อย เพราะข้าวยังไม่ครบอายุเก็บเกี่ยว และค่าจ้างที่ว่าจ้างในการเกี่ยวก็สูงกว่าจ้างรถเกี่ยว"นายทูน กล่าว

          ส่วนที่จ.พิษณุโลก สถานการณ์ น้ำท่วมในพื้นที่ ยังขยายวงกว้างโดยเฉพาะพื้นที่ของ อ.บางระกำ ยังคงมีหลายตำบลได้รับผลกระทบ ทั้งน้ำที่ไหลมาจาก  อ.กงไกรลาส  จ.สุโขทัย และน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งของแม่น้ำยม คลองวังแร่ และคลองบางแก้ว ในเขต ต.ชุมแสงสงคราม บ้านเรือนหลายหลังที่อยู่ริมแม่น้ำยม มีน้ำท่วมขังค่อนข้างสูง

          ส่วนความเสียหายในพื้นที่พิษณุโลก จากข้อมูลของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพบว่ามีบ้าน เรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรใน 3 อำเภอที่ได้รับความเสียหาย คือ อ.บางระกำ อ.พรหมพิราม และอ.เมือง พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 43,720 ไร่  ส่งผลให้ชาวนาในพื้นที่ต้องเกี่ยวข้าวก่อนกำหนด ข้าวที่เก็บเกี่ยวมาได้รับความเสียหาย ส่วนที่ใช้ได้ก็มีความชื้นมาก ขายไม่ได้ราคาหรือเก็บไว้เป็นข้าวปลูกก็ไม่ได้

          สำหรับข้าวที่เก็บหนีน้ำมาทันบางส่วนชาวนาเก็บไว้เป็นข้าวปลูก แต่ต้องนำมาตากเพื่อไล่ความชื้น ซึ่งจากกรณีที่น้ำท่วมมาเร็วกว่ากำหนดทำให้ชาวนาต้องว่างเว้นจากการทำงาน เป็นระยะเวลานาน กล่าวคือจะสามารถทำนาได้อีกครั้งประมาณเดือนธันวาคมของปีนี้ ส่วนในช่วงนี้ก็ต้องว่างงานไปโดยปริยาย

 

 นายกอบต.วังกรดจี้รัฐบาลทบทวนโครงการรับจำนำข้าว

          ด้านนายมานะ วุฒยากร นายกอบต.วังกรด อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เปิดเผยว่า นโยบายที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนในเรื่องของโครงการรับจำนำข้าว โดยจะให้ข้าวเปลือกมีราคาถึงตันละ 15,000บาท

          ซึ่งในเรื่องนี้อยากให้รัฐบาลนำโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี คิดให้ดี ระหว่างการรับจำนำกับการประกันรายได้ เนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวนั้น จะทำให้คนหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มโรงสีและกลุ่มลานตากข้าว พร้อมกลุ่มพ่อค้าคนกลางร่ำรวย

          ตลอดระยะเวลารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชวาชีวะ ได้ทำโครงการประกันรายได้ทำให้โรงสีหรือกลุ่มพ่อค้าคนกลางไม่สามารถเอารัดเอาเปรียบชาวนาได้ ทำให้โรงสีหรือพ่อค้าคนกลาง แทบล้มละลายไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้งปิดกิจการไปก็มี

          แต่พอนโยบายพรรคเพื่อไทยเข้ามา ในเรื่องของโครงการรับจำนำข้าว ทำให้โรงสีพ่อค้าคนกลางดีใจกันทั่วหน้า เพราะว่าการรับจำนำข้าวสามารถซิกแซกเอารัดเอาเปรียบชาวนา และภาครัฐได้

          อีกทั้งชาวนาไม่มีอำนาจต่อรองกับโรงสีในการขายข้าวเปลือก ทำให้โรงสีรวมตัวกันกดราคาไม่เป็นไปตามโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ประกาศไว้ นอกจากนี้ โรงสีจะอ้างว่า ไม่มีที่เก็บข้าวจึงซื้อข้าวในราคาต่ำ ทำให้เกษตรกรชาวนาจำเป็นต้องขายเพราะเกี่ยวข้าวมาแล้วไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน

          นายมานะ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีโรงสีและพ่อค้าคนกลางพิจิตร หลายแห่งกำเร่งหาซื้อข้าวในราคาถูกตันละ 7,000-8,000บาท ไว้กักตุนเพื่อรอสวมสิทธิ์ชาวนาเพื่อเตรียมเข้าโครงการรับจำนำข้าว หากมีการเปิดรับจำนำ ซึ่งเรื่องนี้อยากให้รัฐบาลตั้งวอร์รูมฟังความคิดเห็นเกษตรกรชาวนา

          อยากให้ว่าที่รัฐบาลใหม่ทบทวน ในเรื่องนี้โครงการรับจำนำข้าวกับการประกันรายได้ให้มาก ตนในฐานะลูกชาวนาไม่อยากเห็นชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบโครงการรับจำนำข้าว อีกทั้งรัฐบาลใหม่จะต้องมีการเข้มงวดกับโรงสีพ่อค้าคนกลางอย่าให้มีการสวมสิทธิ์ชาวนา

          นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกอบจ.พิจิตร กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลใหม่นั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องดีหากมีการควบคุมได้โดยไม่ให้มีการทุจริตจากโรงสีพ่อค้าคนกลาง แต่หากภาครัฐหรือรัฐบาลควบคุมไม่ได้ อีกทั้งภาครัฐเข้าไปมีเอี่ยว จะทำให้ภาครัฐได้รับความเสียหายและสูญเสียเงิน เป็นจำนวนมาก ดังนั้นอยากฝากให้รัฐบาลหรือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรกรฯดูแลในเรื่องนี้

           อดีตที่ผ่านมาโดยเฉพาะจังหวัดพิจิตรนั้นโครงการรับจำนำข้าวนั้นค่อนข้างมีปัญหามาก ในเรื่องของสต๊อกลม ข้าวปลอมปน ไม่ได้คุณภาพ อยากให้มีการเข้มงวดและห่วงว่าจะควบคุมไม่ได้ในเรื่องของการทุจริต

         เนื่องจากขณะนี้ มีโรงสีหลายแห่งในจ.พิจิตร เริ่มซื้อข้าวไว้กักตุนเพื่อรอโครงการรับจำนำข้าวกันแล้ว ผมไม่อยากเห็นการเอารัดเอาเปรียบชาวนา อยากให้ชาวนาได้ราคาเต็มตามโครงการรับจำนำข้าวตันละ15,000 บาท ที่รัฐบาลประกาศไว้"นายชาติชายกล่าว