
จุดเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตอ่านสนุก ปลุกจินตนาการลูกน้อย
มาสคอตสีน้ำตาลตัวโต หางยาว หูตั้ง วิ่งซุกซนไปมา ในห้องโถงขนาดใหญ่ อันแน่!! หลายคนที่กำลังอ่านคอลัมน์นี้คงคิดกันออกแล้วแน่ๆ ว่าเจ้ามาสคอตตัวนี้คือ เจ้า "บุคกี้" มาสคอตลิงแสนซนขวัญใจตัวโปรดของน้องๆ
หนูเหล่าหนอนหนังสือทั้งหลาย เพราะ "บุคกี้" มักจะปรากฏกายในงานการเสริมจินตนาการผ่านตัวละครหลากหลายบทบาทที่โลดแล่นบนหนังสือนิทาน ที่สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (ส.พ.จ.ท.) จัดขึ้น และงานนี้ก็เช่นเดียวกัน
บุคกี้ก็ไม่พลาดที่จะมาเติมความสุขให้น้องๆ ใน "เทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 9" (Book Festival for Young People 2011) ภายใต้แนวคิด "อ่านสนุก ปลุกจินตนาการ" ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2554 แต่ "คม ชัด ลึก" จะพาไปเรียกน้ำย่อยกันก่อน กับการแถลงข่าวเปิดตัวเทศกาลและยังพ่วงมาด้วยเสวนาพิเศษ “อ่านอย่างไรให้ได้ความรู้คู่จินตนาการ” ก่อนจะตกอยู่ในห้วงแห่งดินแดนแห่งหนังสือคุณภาพในวันจริง
ริสรวล อร่ามเจริญ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย แม่งานครั้งนี้ บอกว่า หนังสือคือเครื่องมือพัฒนาบุคลากรของชาติที่ดีที่สุดและแยบยลที่สุด และประเทศไทยอาจไม่ได้ร่ำรวยมากมายนักแต่หนังสือทำให้เรามีทุนของจินตนาการอยู่ในตัวเยาวชนและคนในชาติของเรา สมาคมจึงจัดกิจกรรมนิทรรศการมากมาย
อาทิ กระดาษหรรษา ออริกามิ คอสเพลย์กระดาษ มโหตร (เทคนิคการตัดกระดาษแบบไทยๆ) นิทรรศการ Bangkok Read for Life มหัศจรรย์แห่งการอ่าน จากกรุงเทพมหานคร นิทานในสวน จาก เอสซีจี เปเปอร์ ร่วมกับมูลนิธิซิเมนต์ไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำเสนอกิจกรรมนิทรรศการในแนวคิด “ชุมชนในฝัน” พร้อมเต็มอิ่มกับหนังสือดีจากสำนักพิมพ์ชั้นนำกว่า 300 บูธ และพิเศษครั้งแรกกับโซนหนังสือ Books Super Sale ลดกว่า 50%
"หวังลึกๆ ว่างานครั้งนี้จะมีหลายครอบครัวที่หาหนังสือคุณภาพสัก 1 เล่มที่ถูกใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านของหลายๆ ครอบครัว เติมเต็มจินตนาการให้ลูกน้อยเติบโตสมวัย" ริสรวล กล่าว
ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ประธานมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก เล่าว่า หากจะให้เด็กเลือกหนังสืออ่านเอง ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะเด็กจะรับรู้เองได้ว่าเขาชอบเรื่องแนวไหน อย่างไร เมื่อได้เรื่องที่ถูกใจก็จะทำให้การอ่านหรือการฟังมีความตั้งใจมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับหนูน้อยที่จะตัดสินใจได้เอง ดังนั้นพ่อแม่จึงควรใช้สิทธิเลือกหนังสือที่อ่านแล้วเด็กสามารถนำไปต่อยอดจากสิ่งที่เด็กๆ ให้ความสนใจ หรืออยากรู้ หรือสิ่งที่เขากำลังหวาดกลัวอยู่ก็ได้ แล้วอ่านให้มันมีชีวิตชีวา แสดงหน้าตาประกอบด้วย
"เมื่อก่อนหลานเราจะเป็นคนที่กลัวเสียงฟ้าร้องมาก และทุกครั้งที่ฝนตกหลานก็จะกลัว เราจะใช้วิธีเลือกซื้อนิทานที่มีเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับหลานกลัว เล่าให้ฟังซึมซับเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย จะทำให้เด็กรับรู้ได้ว่า สิ่งนั้นไม่ใช้สิ่งที่น่ากลัวอย่างที่คิด โดยเราอาจเข้าไปเป็นตัวละครในนิทานเรื่องนั้นด้วยก็ได้ เพื่อเพิ่มความสมจริงเข้าไป" ประธานมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก กล่าว
ดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานอุปถัมภ์เชิงรุกเพื่อสื่อศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมสร้างสรรค์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เล่าว่า วิธีที่เลือกหนังสือให้ลูกนั้น ราคาไม่ใช่ตัวปัญหาเลยสำหรับเด็กที่สนใจการอ่าน แต่เราอาจกำหนดให้เป็นระบบได้ว่าคนหรือครั้งละกี่เล่ม แต่ยิ่งกว่านั้นเราควรให้ลูกรู้คุณค่า แล้วให้หนังสือและการอ่านเกิดประโยชน์แก่คนอื่นหรือสังคมได้ด้วย
ทิ้งท้ายด้วยสาวน้อยนักอ่านตัวยง ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร แบรนด์แอมบาสเดอร์ส่งเสริมการอ่านของโครงการรณรงค์ให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครแห่งการอ่าน ซึ่งกำลังเป็นต้นแบบของน้องๆ รุ่นใหม่ เล่าว่า ก่อนที่เธอจะเป็นนักเขียน ก็ต้องเป็นนักอ่านก่อน เธอไม่เกี่ยงและไม่เลือกหนังสือ แต่จะอ่านทุกเล่มที่ผ่านตา การจะเขียนหนังสือได้ดี เราต้องมีจินตนาการ แล้วความคิดเหล่านั้นก็มาจากการเดินทาง เก็บเกี่ยวสิ่งที่เห็นที่ผ่านตามาเรียบเรียงไว้ แต่ที่ขาดไม่ได้คือหนังสือ เพราะมันช่วยให้เรามีพัฒนาการด้านภาษาที่ดี เปิดโลกความคิดและความฝัน และนำมาสร้างสรรค์งานที่เป็นรูปธรรมได้
0ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ0 รายงาน



