
"บรรยงค์"ปัดไม่รีบกล่าวโทษดีแทค
"อลงกรณ์" เปิดผลสอบดีแทคเป็นต่างด้าว ชี้หากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ฟ้องร้องกล่าวโทษต้องแจงให้ชัด ด้าน "บรรยงค์" ระบุการเมืองแทรกแซง หลักฐานยังไม่ชัด ย้ำเป็นอำนาจอธิบดีจะกล่าวโทษหรือส่งให้ตำรวจสอบสวนต่อ
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้มีหนังสือสั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าดำเนินการกล่าวโทษบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต่อพนักงานสอบสวนและเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ หลังจากวินิจฉัยโครงสร้างผู้ถือหุ้นของดีแทคโดยยึดผลการตรวจสอบของคณะทำงานชุดที่มีนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธาน และผลการตรวจทานของนายสัญญา สถิรบุตร ที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ รวมทั้งผลการตรวจสอบของกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคม
ทั้งนี้ ตามเอกสารของคณะทำงานระบุว่ามีมูลอันน่าเชื่อได้ว่านิติบุคคลที่ถือหุ้นตามลำดับชั้นของดีแทคที่จดทะเบียนและแสดงสถานะเป็นนิติบุคคลไทยรวม 7 บริษัท น่าจะมีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งจะทำให้แต่ละบริษัทดังกล่าวมีสัดส่วนของหุ้นที่ถือโดยคนต่างด้าว รวมกันได้ตั้งแต่ครึ่งหนึ่งขึ้นไปของหุ้นทั้งหมดของบริษัท (หุ้นที่คนต่างด้าวถือโดยตรง รวมกับหุ้นที่ให้ผู้อื่นถือแทน) อันจะส่งผลให้บริษัทดังกล่าวมีสถานะเป็นคนต่างด้าว และจะมีผลกระทบทำให้ดีแทคมีสถานะเป็นคนต่างด้าวตามไปด้วย
"ได้สั่งการให้แจ้งผลดำเนินการภายใน 7 วัน นับจากวันที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีสิทธิที่จะแย้งคำสั่งได้ แต่ต้องมีเหตุผลพิเศษ และจะต้องทำรายงานส่งมาเป็นลายลักษณ์อักษร" นายอลงกรณ์กล่าว
ขณะที่นายบรรยงค์ชี้แจงว่า คำสั่งของ รมช.พาณิชย์ ถือว่าไม่ใช่เรื่องของนโยบายในการทำงานและเป็นเรื่องผิดปกติที่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง เนื่องจาก รมช.พาณิชย์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ที่จะสั่งให้อธิบดีในฐานะนายทะเบียนตามกฎหมายใช้ดุลพินิจมาระบุว่าบริษัทใด เป็นต่างด้าวหรือไม่
สำหรับการพิจารณาผู้ถือหุ้นดีแทคมีคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงที่แต่งตั้งโดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ และมีตนเป็นประธาน มีกรรมการจากหน่วยงานภายนอก 4 องค์กร 36 คน ได้สรุปแล้วว่าไม่สามารถที่จะไปแจ้งความดีแทคได้ว่า มีสถานะเป็นต่างด้าว เนื่องจากยังไม่มีเอกสารหลักฐานที่ชี้ชัด เพียงแต่มีมูลน่าเชื่อได้ว่านิติบุคคลที่ถือหุ้นตามลำดับชั้นของดีแทคที่ได้จดทะเบียนและแสดงสถานะเป็นนิติบุคคลไทยรวม 7 บริษัท น่าจะมีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และมีความเห็นว่าให้ส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินการสืบสวนต่อ เพื่อหาหลักฐานให้ชัดเจน
"ถือเป็นอำนาจอธิบดีว่าจะแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับดีแทค หรือจะปฏิบัติตามคำสั่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ที่จะส่งเรื่องนี้ให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนต่อเพื่อหาพยานหลักฐาน และส่งเรื่องให้อัยการและอัยการจะต้องพิจารณาสำนวนว่าจะส่งศาลหรือไม่" นายบรรยงค์กล่าว



