ไลฟ์สไตล์

 สั่งเชือด"ดีแทค"บริษัทต่างด้าว"อลงกรณ์"แถลง11ก.ค.

สั่งเชือด"ดีแทค"บริษัทต่างด้าว"อลงกรณ์"แถลง11ก.ค.

11 ก.ค. 2554

"อลงกรณ์" เปิดผลสอบดีแทค 11 กรกฎาคมนี้ วงในเผยสั่งกรมพัฒนาธุรกิจดำเนินคดี "ดีแทค" สรุปมีนอมินีถือหุ้นแทนฐานะเป็นต่างด้าว ให้ดำเนินคดีภายใน 7 วัน กระทรวงพาณิชย์ระส่ำ คาด "บรรยงค์" เมินคำสั่ง อ้างหลักฐานไม่ชัด กรมดำเนินคดีอาญาไม่ได้

           นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 11 กรกฎาคมนี้ จะแถลงผลตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค หลังจากที่ได้มอบหมายให้นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษาไปศึกษาผลการตรวจสอบของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของชุดที่มีนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะพิจารณาด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม

            ด้านนายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้เสนอผลการตรวจสอบให้นายอลงกรณ์ไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2554 โดยแยกประเด็นออกมาชัดเจนเป็นข้อๆ เพื่อให้นายอลงกรณ์ตัดสินใจ ซึ่งจากการศึกษาผลการตรวจสอบของคณะทำงานพบว่า ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ 70% เป็นที่น่าพอใจ แต่ยังมีอีก 30% ที่น่าสงสัย และเห็นว่ายังตรวจสอบได้ไม่ถึงที่สุด ทั้งๆ ที่มีอำนาจในการตรวจสอบได้

            ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายอลงกรณ์ได้มีหนังสือให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวโทษดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน หรือพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีดีแทค โดยนายสัญญาได้มีข้อสรุปว่า มีข้อมูลน่าเชื่อถือได้ว่านิติบุคคลที่ถือหุ้นตามลำดับชั้นของดีแทคที่จดทะเบียน และแสดงสถานะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไทยรวม 7 บริษัท น่าจะมีการถือหุ้นแทนต่างด้าว ซึ่งจะทำให้แต่ละบริษัทมีสัดส่วนหุ้นที่ถือโดยต่างด้าวรวมกันครึ่งหนึ่งขึ้นไปของหุ้นทั้งหมดของบริษัท (หุ้นที่คนต่างด้าวถือโดยตรงรวมกับหุ้นที่ให้ผู้อื่นถือแทน) อันจะส่งผลให้บริษัทดังกล่าวมีสถานะเป็นต่างด้าว และมีผลกระทบให้ดีแทคมีสถานะเป็นต่างด้าวตามไปด้วย

            หนังสือคำสั่งดังกล่าวยังระบุให้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแจ้งผลการดำเนินการให้ทราบภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ออกคำสั่ง ซึ่งหนังสือคำสั่งดังกล่าวลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2554

            แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากนายบรรยงค์ได้รับหนังสือดังกล่าวจึงได้เรียกประชุมผู้บริหารกรมทันทีและได้ปรารภกับผู้ใกล้ชิดว่า จำเป็นจะต้องรักษาองค์กร ความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมาย จึงจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในสัปดาห์หน้า ทำให้เชื่อว่านายบรรยงค์จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอย่างแน่นอน เนื่องจากตามกฎหมายนายอลงกรณ์ไม่มีอำนาจสั่งการให้กรมร้องทุกข์กล่าวโทษ และหากมีการสั่งการ กรมจะทำหนังสือแย้งอย่างเป็นทางการไปยังนายอลงกรณ์ทันที เพราะการดำเนินคดีภายใต้มาตรา 36 และ 37 จะมีโทษจำคุก ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายอาญาหากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนก็จะดำเนินคดีทางอาญาไม่ได้ และอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอาจจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ภายใต้มาตรา 157 ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทและบุคคลดังกล่าว