
นวัตกรรมโรงผลิตปุ๋ยฯ-เห็ดทะเลต่อยอดวิจัย-ผลสำเร็จอีกก้าวสวก.
ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ทั้งหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานที่ให้ทุนวิจัยหลายๆ หน่วยงาน ต่างตื่นตัวและให้ความสำคัญในการผลิตผลงานวิจัยออกสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ดัง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.
โดยการนำของ ดร.นภาวรรณ นพรัตนาภรณ์ ผอ.สำนักฯ เป็นอีกหน่วยงานที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการสนับสนุนทุนวิจัยพัฒนาต่อยอดที่เน้นด้านการเกษตร เพื่อขยายผลไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง
ล่าสุด สวก.ได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรขึ้นอีกครั้ง เพื่อเยี่ยมชมและติดตามการต่อยอดงานวิจัยใน 2 โครงการ ที่สนับสนุนทุนวิจัย คือโครงการพัฒนาการผลิตปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพในเชิงธุรกิจ ซึ่งได้นำผลจากการวิจัยดังกล่าวใช้จัดการขยะชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพิ่มมูลค่าให้แก่ขยะด้วย ณ เกาะเสม็ด จ.ระยอง พร้อมเยี่ยมชม โครงการพัฒนาเทคโนโลยีการขยายพันธุ์เห็ดทะเลเชิงพาณิชย์ ที่สถานีวิจัยประมง ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังจากช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว สวก.ได้พาคณะลงพื้นที่ตามติดการต่อยอด 2 งานวิจัย โครงการวิจัยพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีแบบปลอดเชื้อที่ จ.ตรัง และดูผลการวิจัยพันธุ์ปาล์มน้ำมันก้าวกระโดดที่ จ.กระบี่
โดยในการเยี่ยมชมโครงการพัฒนาการผลิตปุ๋ยชีวภาพนั้น มีนายปริญญา เหลืองทองคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และ ดร.วีระชัย อาจหาญ นักวิจัยเจ้าของโครงการ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ร่วมให้ความกระจ่าง
"เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ สวก.ให้การสนับสนุนเงินทุนกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อนำผลการวิจัยที่ได้มาต่อยอดสร้างเป็นโรงงานกำจัดขยะครบวงจรต้นแบบโดยการสนับสนุนของบริษัทเอกชน เพื่อจัดการขยะบนเกาะเสม็ดที่มีเกือบ 6 ตัน/วัน เข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่มีคุณภาพสูง อันเป็นการแก้ปัญหาขยะชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ" รอง ผอ.สวก.แจง
ด้าน ดร.วีระชัย อาจหาญ อธิบายเสริมว่า โรงงานผลิตปุ๋ยนี้เพิ่งเริ่มได้เมื่อเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา เป็นผลพวงมาจากการต่อยอดงานวิจัยสู่นวัตกรรมโรงงานที่จัดการกับขยะในลักษณะครบวงจร ทั้งการคัดแยก การพลิกกลบ การหมัก ผ่านกระบวนการต่างๆ จนทำให้ขยะปัญหาของชุมชนแห่งนี้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่มีคุณภาพในเวลา 30 วัน
เช่นเดียวกับ โครงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขยายพันธุ์เห็ดทะเลเชิงพาณิชย์ ที่ สวก.โดย ดร.นภาวรรณ นพรัตนาภรณ์ ผอ.สำนักฯ สนับสนุนทุนวิจัยให้ สถานีประมงวิจัยศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงเห็ดทะเล ที่ได้จากการนำพันธุ์เห็ดทะเลมาผ่าหรือตัดแบ่งชิ้นส่วน แล้วนำมาอนุบาลจนชิ้นส่วนนั้นฟื้นตัว และเริ่มเกาะติดวัสดุอื่นในเวลาราว 1 เดือน
"กลุ่มเป้าหมายระยะแรกๆ ของเรา เป็นประชาชนทั่วไป ที่มีความสนใจในการเลี้ยงสัตว์ทะเลสวยงาม หรือเลี้ยงประดับตู้ปลาทะเล จึงเชื่อมั่นว่าเมื่องานวิจัยชิ้นนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็สามารถขยายผลไปยังกลุ่มผู้ประกอบการที่สนใจการเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้" ผอ.นภาวรรณแจง
ขณะที่ อลงกต อินทรชาติ หัวหน้าโครงการ ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผลการต่อยอดงานวิจัยชิ้นนี้ จะเป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจในอนาคต เพราะจากการดำเนินงาน ตั้งแต่เริ่มนำชิ้นส่วนของเห็ดทะเลมาติดกับก้อนวัสดุ แล้วนำมาเลี้ยงอนุบาลต่อในบ่อเลี้ยงโดยใช้ระบบน้ำหมุนเวียน ผ่านชั้นกรองต่างๆ เช่น เส้นใยผ้า เปลือกหอย จากนั้นผ่านไปยังบ่อบำบัดที่มีสาหร่ายหรือพืชน้ำช่วยกำจัดของเสียต่างๆ ก่อนที่น้ำซึ่งปรับสภาพแล้วจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในระบบการเลี้ยง ส่งให้เห็ดทะเลปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี
"การเพาะเลี้ยงเห็ดทะเล โดยใช้ระบบน้ำหมุนเวียน ช่วยลดต้นทุนในการผลิต และเป็นตัวอย่างในการจัดการระบบการเลี้ยง ทำให้ใช้พื้นที่ที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์มากที่สุด อีกทั้งเพิ่มโอกาสให้ผู้สนใจที่อยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำทะเลสามารถพัฒนาหรือนำแนวทางมาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงเห็ดทะเลในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย" อลงกตแจง
ขณะที่ ผอ.นภาวรรณยอมรับมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้ อาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลสวยงามจะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การประกอบการในเชิงพาณิชย์ ซึ่งนอกจากช่วยพัฒนาเศรษฐกิจประเทศด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตลาดสัตว์น้ำให้ขยายตัวยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีในธรรมชาติให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ต่อไปได้อย่างยั่งยืน
จึงนับเป็นอีกก้าวแห่งความสำเร็จของนักวิจัยไทย โดยผ่านการสนับสนุนของ สวก.ที่ได้เร่งสร้างคน ต่อยอดงานวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรม นำเอาทรัพย์สินทางปัญญาผลจากการวิจัยเหล่านั้นลงสู่ภาคการผลิต เป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศไทยให้มีการพัฒนาด้านการเกษตรที่ยั่งยืน อีกทั้งถ่ายทอดผลงานวิจัยให้ภาคเอกชนขยายผลสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิผลต่อไป
ธานี กุลแพทย์



