ไลฟ์สไตล์

เกียร์ออโต้5

เกียร์ออโต้5

10 ก.ค. 2554

รูปแบบของเกียร์ออโต้รุ่นแรกๆ (ในบ้านเรา) จะบอกแค่ตำแหน่งเกียร์ที่คอนโซลกลางและบนแผงหน้าปัด จอด ถอยหลัง ว่าง เดินหน้า

         และตัวเลขหรือตัวอักษรเช่น S หรือ L เท่านั้นยกเว้น แบบที่มีล็อกเกียร์สูงสุดหรือที่เรียกว่าเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์เอาไว้ แต่ก็มีการพัฒนาให้การทำงานของเกียร์ออโต้ช่วยอำนวยในเรื่องของความปลอดภัยและการประหยัดเชื้อเพลิงในขณะขับเคลื่อนได้

          บนแผงใต้คันเกียร์หรือคอนโซลกลางในบางรุ่นจะมีสวิตช์ให้กด ว่าในขณะนั้นจะขับอย่างไร เช่น ปุ่มที่มีตัวอักษร E, S หรือ W, S หรือ P, S ความหมายตามตัวอักษรนั้น อาจจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับ การโฆษณา หรือการจูงใจจากฝ่ายขายและการตลาด แต่เนื้อแท้ของการทำงานแล้วคือการบังคับให้เกียร์ทำงานในโหมดหลักๆ อยู่สองหรือสามแบบคือ

          แบบมาตรฐาน ซึ่งส่วนมากจะใช้อักษร S (แต่ก็มีบางค่ายที่จะให้ความหมายว่าเป็นโหมดการขับแบบสปอร์ต) การใช้เกียร์ในโหมดนี้ส่วนใหญ่แล้วคือการขับแบบปกติ การใช้งานในแต่ละเกียร์เป็นไปตามปกติที่ถูกออกแบบไว้เช่นเมื่อ D แล้วออกรถจากจุดหยุดนิ่ง รถจะเริ่มเคลื่อนตัวด้วยเกียร์ 1 แล้วเปลี่ยนไปเป็น 2, 3, 4 ตามรอบเครื่องยนต์ที่ถูกกำหนดไว้

           เช่นเกียร์ 1 จะเริ่มขับเคลื่อนเมื่อเครื่องยนต์ทำงานได้รอบที่ 850 และเปลี่ยนเป็นสองที่ 1000 รอบต่อนาที ก็หมายถึงการเปลี่ยนเกียร์ตามมาตรฐานของยี่ห้อนั้น

         แต่ถ้ารถคันนั้นมีโหมด E และ S ให้เลือก เมื่อกดปุ่ม E (คันเกียร์อยู่ที่ D) รถคันนั้นจะเคลื่อนตัวจากจุดหยุดนิ่งด้วยเกียร์ 2 ที่รอบเครื่อง 850 รอบต่อนาที การที่ผู้ผลิตออกแบบมาเช่นนี้ก็เพื่อที่จะลดแรงบิดของเครื่องเมื่อต้องการเคลื่อนตัวบนถนนที่เปียกลื่น เพราะถ้าออกด้วยเกียร์ 1 ตามปกติล้อขับอาจจะหมุนฟรีที่ล้อใดล้อหนึ่งเพราะแรงบิดจะมากันเต็มที่ (ตามพิกัดที่ออกด้วยเกียร์ 1)

          การหมุนฟรีของล้อ จนกว่ารถจะเคลื่อนตัวได้นั้นส่งผลเสียสองประการคือ สิ้นเปลืองน้ำมัน เพราะล้อหมุนแต่ไม่ได้ระยะทาง ประการที่สองล้อหมุนฟรีจะทำให้รถเสีย การทรงตัว ทำให้การควบคุมรถยาก ความปลอดภัยน้อยลง นอกจากนั้นในโหมดการขับแบบ E นี้ ยังช่วยให้เกิดความสบายตัวสำหรับผู้โดยสารเพราะเมื่อรถออกตัวด้วยเกียร์ 2 จะออกตัวได้ราบเรียบลดการกระชากระหว่างรอยต่อของ จังหวะเกียร์ และเมื่อใช้อยู่บนถนนปกติในโหมด E หรือโหมดประหยัดนี้ เกียร์จะเปลี่ยนจากเกียร์ต่ำไปยังเกียร์สูง ในรอบที่ต่ำกว่าอยู่ในโหมดปกติ เช่นในโหมดปกติจากเกียร์ 2 เปลี่ยนไปที่เกียร์ 3 รอบเครื่องจะอยู่ที่ 1500 รอบต่อนาที แต่เมื่อใช้โหมด E เกียร์จะเปลี่ยนจาก 2 ไป 3 ที่รอบเครื่อง 1200 รอบต่อนาที ก็หมายความว่าการขับเคลื่อนเกียร์จะเปลี่ยนที่รอบต่ำกว่าการสิ้นเปลืองน้ำมันก็จะน้อยกว่า การกระตุกกระชากในรอยต่อของการเปลี่ยนเกียร์ก็จะน้อยลง ความหมายของตัว E ในที่นี้ก็เป็นเช่นเดียวกับ W  Winter ของอีกยี่ห้อหนึ่ง

         ในโหมด S ที่อยู่ในความหมายของ Sport การทำงานของเกียร์ในแต่ละจังหวะก็ไม่ได้ต่างไปจากโหมด P Power ของรถบางยี่ห้อในโหมดนี้รถจะออกตัวด้วยเกียร์ 1 ที่รอบเครื่องยนต์สูงกว่าการออกตัวในโหมดปกติ เช่นเกียร์ 1 เคยออกตัวที่รอบเครื่อง 850 ก็จะลาก (เกียร์) รอบเครื่องไปที่ 1000 หรือ 1200 ก็พูดได้ว่าเกียร์เปลี่ยนช้าลง ที่รอบเครื่องสูงขึ้นเพื่อเรียก แรงม้าแรงบิด ให้รถพุ่งตัวด้วยความเร็วมากขึ้น (ลากเกียร์ได้นานขึ้น) แน่นอนขับได้สนุก แต่ข้อเสียก็คือการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น

         ไม่ว่าจะเป็นที่ตำแหน่ง D อย่างเดียว และหรือเลือกโหมดตามที่ต้องการ ถ้าเข้าใจฟังก์ชั่นการทำงาน (จากหนังสือคู่มือประจำรถ) และทำความคุ้นเคยใช้ได้อย่างชำนาญเกียร์รุ่นเก่าๆ แม้ไม่มีเครื่องหมายบวกลบ ไม่มีปีกผีเสื้อที่ไต้คอพวงมาลัยให้ควบคุมไม่มีระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อนยุ่งยาก เพียงใช้มือซ้ายและเท้าขวาให้สัมพันธ์กันได้ตามที่ต้องการ เกียร์ของรถเมื่อวานก็ขับได้สนุกเหมือนเกียร์รุ่นใหม่ๆในวันนี้