
กล่องไม้ขีด จุกก๊อก ย้ำความทรงจำ "ยุ้ย" ปิยวรรณ
การเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่แปลกใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน ล้วนเป็นประสบกาณ์ดีๆ ที่หลายคนปรารถนา แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างทางสังคม ทำให้มีคนจำนวนไม่มากนักที่มีโอกาสได้ทำตามความฝันของตน ผิดกับ "ยุ้ย" ปิยวรรณ ศรีภรรยาคนสวยของ "ท็อป" ยุทธชัย จรณะจิตต์ หนุ่
ด้วยงานประจำในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ท๊อปโฮเต็ล แอนด์ สปาซัพพลาย จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจด้านการออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในห้องพักของในกลุ่มธุรกิจโรงแรม โรงพยาบาล รวมถึงเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ชั้นนำในประเทศไทย ที่เปิดมานานกว่า 4 ปี ผนวกกับกิจการของสามีที่จะต้องเดินทางไปดูงานนอกประเทศอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เรื่องการเดินทางกับสมาชิกในครอบครัวจรณะจิตต์ดูจะเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออกไปโดยปริยาย
"แต่งงานกับพี่ท็อปมาได้ 4 ปีแล้ว หลังแต่งงานต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมากๆ การเดินทางของครอบครัวเราจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ไปตรวจดูงาน ซึ่งทุกครั้งพี่ท็อปจะพายุ้ยกับลูกไปด้วยเสมอ เพราะโรงแรมที่พี่ท็อปดูแลก็แน่นอนว่ายุ้ยจะต้องคอยซัพพอร์ตในเรื่องของผลิตภัณฑ์สปาที่ยุ้ยทำอยู่ด้วย ซึ่งตรงนี้มันจะเชื่อมโยงกันพอดี ส่วนอีกแบบเป็นความตั้งใจที่จะไปพักผ่อนจริงๆ
คือเวลาพี่ท็อปทำงานเขาจะทำเต็มที่ แต่พอถึงเวลาไปเที่ยวเขาก็จะใช้เวลานั้นพักผ่อนเต็มที่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแต่ละปีอย่างน้อยต้องมี 1 ครั้ง ที่เราจะต้องหาเวลาไปเที่ยวด้วยกัน ซึ่งส่วนมากจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน เพราะช่วงต้นเดือนจะเป็นวันครบรอบแต่งงาน พอเขยิบมาช่วงกลางเดือนเป็นวันเกิดยุ้ย เราก็จะเลือกเอาวันใกล้ๆ 2 โอกาสพิเศษนี้เป็นช่วงพักผ่อน" คุณแม่คนสวยของน้องแคลร์ โซ่ทองคล้องใจวัย 2 ขวบเศษเล่า
และจากที่ต้องเดินทางบ่อยครั้งนี่เอง จึงเป็นที่มาแห่งของสะสมที่สาวยุ้ยชื่นชอบเป็นพิเศษอย่าง "กล่องไม้ขีดไฟ" และที่เธอมักจะหยิบติดมือกลับมาจากร้านอาหารที่ประทับใจหรือโรงแรมที่เข้าไปใช้บริการ ด้วยเหตุผลที่บอกว่า เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถเตือนความทรงจำระหว่างการเดินทางแต่ละครั้งได้เป็นอย่างดี
"ช่วงวันครบรอบแต่งงานเมื่อปี 2008 พี่ท็อปพายุ้ยไปเที่ยวที่อังกฤษ ตอนนั้นยุ้ยตั้งท้องน้องแคลร์ได้เกือบ 7 เดือนแล้ว แต่ก็ยังมีอาการแพ้ เวียนศีรษะ อาเจียน หายใจไม่ออก คือทำอะไรไม่ได้เลย ต้องนอนอย่างเดียว พอถึงคืนวันที่ 9 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันครบรอบแต่งงานพอดี พี่ท็อปพยายามจะพายุ้ยไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์อังกฤษแท้ๆ ที่อร่อยมาก พี่ท็อปก็พยายามทำทุกวิธีให้ยุ้ยไปให้ได้ และคืนนั้นก็สนุกและมีความสุขมากที่สุด จนอยากเก็บอะไรสักอย่างไว้เป็นที่ระลึก
เจ้าของร้านเลยให้กล่องไม้ขีดซึ่งมีชื่อร้าน “ORSO" มาเป็นที่ระลึก เพื่อให้ยุ้ยเก็บความทรงจำดีๆ ของค่ำคืนนี้ที่ร้านของเขาไว้ตลอดไป และทุกวันนี้กล่องไม้ขีดนี้ก็ยังอยู่ ทุกคนในบ้านจะรู้เลยว่า ถึงก้านไม้ขีดไฟในกล่องจะหมดก็ห้ามทิ้งกล่องเด็ดขาด" สาวยุ้ยเล่าย้อนถึงที่มาของการเริ่มสะสมกล่องไม้ขีดไฟด้วยรอยยิ้มแห่งความประทับใจ
ระหว่างการสนทนาอย่างออกรส ตาก็พลันไปกระทบเข้ากับโหลแก้วใบใหญ่ ที่ภายในมากมายไปด้วย "จุกไม้ก๊อก" เราจึงอดสงสัยไม่ได้ว่า จุกไม้ก๊อกหลายร้อยอันถูกเก็บไว้ด้วยเหตุผลใด สาวน้อยร่างบางรีบเอื้อนเอ่ยเฉลยความทันทีว่า เป็นของสะสมอีกอย่างหนึ่งที่เธอชอบไม่น้อยไปกว่ากล่องไม้ขีดไฟ โดยเก็บจากขวดไวน์ที่สามีดื่ม หรือบางครั้งขอจากโต๊ะข้างๆ มาเก็บรวบรวมไว้เป็นที่ระลึกเช่นกัน
"พี่ท็อปเขานำเข้าไวน์จากต่างประเทศมาขาย เวลาไปรับประทานอาหารเรามักจะดูว่ามีไวน์ยี่ห้อที่เรานำเข้ามาหรือไม่ ถ้ามีพี่ท็อปจะสั่งมาเทสต์เสมอ เพราะที่ผ่านมาเคยเจอแบรนด์ที่พี่ท็อปนำเข้ามา แต่พอเทสต์รสชาติแล้วกลายเป็นของปลอม ตั้งแต่นั้นมาเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นของปลอมพี่ท็อปจึงต้องลองเทสต์เองแทบทุกครั้ง และพี่ท็อปยังสอนให้ยุ้ยดมฝาจุกไม้ก๊อกเพื่อแยกกลิ่นไวน์ด้วย เพราะแต่ละชนิดจะมีกลิ่นต่างกันออกไป” เจ้าของจุกไม้ก๊อกเผยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม
และเมื่อถูกถามว่า มีขวดไหนที่เธอประทับใจเป็นพิเศษหรือไม่ สาวยุ้ยบอกว่า มีอยู่ขวดหนึ่งที่ประทับใจมาก เพราะเป็นไวน์ที่คุณพ่อของพี่ท็อปเก็บไว้นานมากแล้ว ไม่มีใครกล้าเปิด แต่คุณพ่ออนุญาตให้เปิดฉลอง เมื่อครั้งที่เธอเรียนจบปริญญาโทจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทางด้านบริหารธุรกิจ การตลาด และการจัดการ
ก่อนจบการสนทนาสาวยุ้ยยังฝากทิ้งท้ายว่า ของที่เราตั้งใจสะสมไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามบางครั้งมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจของคนคนนั้นในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เมื่อเวลาผ่านไปแล้วย้อนกลับมาดูหรือกลับมาใช้ มันจะช่วยเตือนความทรงจำหรือความรู้สึกของเรา ณ จุดนั้นได้เป็นอย่างดี
เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์
ภาพ--สุกล เกิดในมงคล



