
บ้าน12ห้องที่เมืองสองแคว
09 ก.ค. 2554
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว คนรักบ้าน การเลือกตั้งครั้งสำคัญผ่านพ้นไปด้วยดีครับ มีทั้งสมหวังและผิดหวังเป็นธรรมดาในสังคมประชาธิปไตยที่ไม่ใคร่จะเต็มใบแบบไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อผลออกมาแล้ว ไม่ว่าพรรคไหนจะเป็นพรรค ร่วมรัฐบาล
หรือเป็นพรรค ฝ่ายค้าน ขอให้ทุ่มเทปฏิบัติ หน้าที่ทางจริยธรรม อย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถ เพื่อ ประโยชน์สุข ของคนหมู่มาก ให้สมเกียรติสมศักดิ์ศรี สมกับที่ท่านเป็นคน หนึ่งในแสน ที่ได้มีโอกาสรับใช้ประเทศชาติเป็น ผู้แทนฯ ใน สภา ได้มีโอกาสเข้ามาเป็น ข้าราชการสายการเมือง เปรียบเสมือนเป็นข้ารับใช้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอเพียงแค่มุ่งมั่นที่จะ เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ทำงานเพื่อส่วนรวม
ผมมั่นใจว่าหากบรรดา ผู้แทนฯ คิดได้ทำได้เช่นนี้ บ้านเมืองที่สับสนวุ่นวายก็จะค่อยพลิกฟื้นคืนกลับมาดีดังเดิม ซึ่งผมย้ำนะครับว่าใน ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ใคร่จะเต็มใบแบบไทย อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้าง แต่จะต้องไม่แตกแยกเป็นอันขาด เพราะต้องระลึกอยู่เสมอครับว่าเราทุกคนล้วนแต่อาศัยอย่างอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ ร่มพระบรมโพธิสมภารของ พ่อหลวง พระองค์เดียวกัน ก็เหมือนกับอยู่ภายใต้ชายคาบ้านหลังเดียวกันแหละครับ ก็มีบ้างในบางเวลาที่อาจจะทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง มีความเห็นแตกต่างกันบ้าง เป็นเรื่องปกติครับ
แต่อยากจะฝากถึงรัฐบาลที่จะเข้ามาใหม่ เมื่อท่านมีโอกาสได้ทำงานบริหารประเทศแล้ว ก็ขอให้นึกถึง ปากท้อง ของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ ชาวคนรักบ้าน ส่วนใหญ่ยังอยู่ในฐานะยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้นอกจากกำลังประสบกับปัญหาข้าวยากหมากแพง แล้วยังต้องเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งทางด้านความคิดในทางการเมืองที่ยังมีความรุนแรงอีกด้วย ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงจำเป็นต้องเร่งแสวงหา จุดร่วมบนความแตกต่าง ดำเนิน นโยบายสมานฉันท์ นำ รัฐนาวา ลำนี้ให้หลุดพ้นจาก วิถีแห่งความขัดแย้ง
รวมทั้งวิธีปฏิบัติแบบ สองมาตรฐาน ดังเช่นที่เคยทำกันมา ใครผิดก็ว่ากันตามผิด ไม่เว้น หน้าอินทร์-หน้าพรหม ไม่ว่าจะเป็น พรรคพวกเพื่อนพ้อง มุ่งนำประเทศให้ฟื้นกลับคืนสู่ความเป็น นิติรัฐ ที่ผู้คนมี ตุลาการ เป็นที่พึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องดึงบรรดาผู้คนในสังคมให้กลับมาเคารพและยำเกรงข้อบังคับในตัวบทกฎหมาย รวมทั้งต้องเร่งฟื้นฟูปัจจัยพื้นฐานทั้ง 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมนุษย์ คืออาหารตลอดไปจนบรรดาเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มและเครื่องใช้ไม้สอย รวมทั้งยารักษาโรคและบริการทางสาธารณสุข ตลอดจนอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัยต้องเร่งทะนุบำรุงให้ถึงพร้อม หากทำได้เช่นนี้นอกจากผู้คนจะแซ่ซ้องสรรเสริญแล้ว ก็จะนำความสุข สงบ และสันติมาสู่สังคมไทยกันถ้วนทั่วหน้าอีกครั้งครับ
สำหรับในสัปดาห์นี้ผมมีรูปแบบ บ้านไม่บาน ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะเป็น บ้านไม่บาน ขนาด 3 ชั้น ในแต่ละชั้นมีห้องนอนถึง 4 ห้อง จึงทำให้ บ้านไม่บาน หลังนี้ มีห้องนอนถึง 12 ห้อง และมีห้องน้ำในตัวถึง 12 ห้อง ซึ่งฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อเพราะไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่พอผมออกแบบเสร็จและได้ประชุมสรุปความคิดเห็นร่วมกับบรรดาสถาปนิกและวิศวกรของ บ้านไม่บาน ทุกคนต่างลงความเห็นแบบฟันธงลงไปในทิศทางเดียวกันว่ารูปแบบนี้ โดน ไปทั่วประเทศแน่นอน ซึ่งหมายถึง โดนใจ แฟนๆ ชาวคนรักบ้าน ไปทุกมิติ ทั้งในด้านความสวยงาม ทั้งในด้านพื้นที่ใช้สอยที่ทุกตารางเมตรใช้อย่างคุ้มค่า อีกทั้งยังเป็นการออกแบบที่ก่อให้เกิด ประโยชน์สูงและประหยัดสุด อย่างแท้จริง
จะว่าไปแล้วก็ต้องขอขอบคุณแฟนพันธุ์แท้ของ บ้านไม่บาน คือ คุณวรริศ และ คุณอมรา เมฆนันทไพศิฐ ที่ทั้งสองท่านอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางมาไกลจากเมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่รู้จักกันในอดีตตั้งแต่ครั้ง สุโขทัย เป็นราชธานี ซึ่งจัดว่าเป็นเมือง ลูกหลวง ที่คนโบราณเรียกติดปากกันว่าเมือง สองแคว ในปัจจุบันคือ เมือง พิษณุโลก หลังจากแฟนทั้งสองท่านที่เทียวไปเทียวมาหาผมที่กรุงเทพฯ หลายครั้ง จนในที่สุดผมก็ยอมแพ้ในความอุตสาหะมานะพยายาม เลยได้มีโอกาสรับคำเชิญให้ไปไหว้ พระพุทธชินราช ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญที่สุดและงดงามที่สุดและเป็นที่นับถือมากที่สุด อีกทั้งยังมีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ที่สุด ใครได้มีโอกาสไปกราบไหว้ที่ วัดใหญ่ ก็ถือว่าเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตครับ
นอกจากนั้น แฟนพันธุ์แท้ทั้งสองท่านได้พาผมตระเวนชมสถานที่ต่างๆ ในเมือง สองแคว หรือ พิษณุโลก พบว่าเป็นเมืองที่คึกคัก ครึกครื้นมิใช่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นเมืองโบราณศูนย์กลางการปกครองมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันที่มีศูนย์ราชการสำคัญๆ หลายแห่ง รวมทั้งเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 แล้วยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่ทั้งคณาจารย์และนักศึกษา ตลอดจนบุคลากรรวมกันแล้วก็หลายหมื่นคน ทำให้เศรษฐกิจของเมือง สองแคว มีแต่ขยายตัวไม่เคยเงียบเหงาครับ
ผมได้มีโอกาสไปดูบริเวณที่ปลูกสร้าง บ้าน 12 ห้อง ที่ เมืองสองแคว ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากประตูทางเข้า มหาวิทยาลัยนเรศวร นอกจากจะทำให้ย่านนี้คึกคักครึกครื้นทั้งปีแล้ว ยังเป็นย่านที่มีทั้งอาคารพาณิชย์ และมีหอพักนักศึกษาอยู่เต็มไปหมด ทำให้ผมเกิดแนวคิดว่าอยากจะทำการออกแบบ บ้านไม่บาน สักรูปแบบหนึ่งที่สามารถใช้ประโยชน์อเนกประสงค์เป็นทั้งบ้าน พักอาศัย, ออฟฟิศ ที่สามารถดำเนินธุรกิจในเชิง พาณิชย์ และสามารถทำเป็น มินิ-อพาร์ตเม้นท์ เอาไว้ให้นักศึกษาเช่าเป็นรายได้เลี้ยงตัวในยามแก่เฒ่าในวัยเกษียณอายุ ไม่ต้องเบียดเบียนลูกหลาน เพราะสามารถปรับปรุงดัดแปลงให้เป็นห้องเช่า
หากเก็บค่าเช่าเพียงห้องละ 3,000 บาท จะมีรายได้ต่อเดือนถึงเดือนละ 36,000 บาท เลยทีเดียว ทำให้เพียงพอและเหลือที่จะผ่อนส่งธนาคาร นอกจากนั้น บ้านไม่บาน ขนาด 12 ห้องนี้จะเป็นสินทรัพย์ที่มีชีวิตชีวาที่สามารถสร้างรายได้และทวีมูลค่าขึ้นทุกวันอีกด้วยครับ ไม่ใช่บ้านประเภท เจี๊ยะฮวงฉู่ (ซึ่งเป็นภาษา แต้จิ๋ว) ที่แปลตรงตัวว่าเป็นบ้าน กินแต่ลม ซึ่งทางเจ้าของได้ขอให้ผมตั้งชื่อบ้านหลังนี้ ดังนั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลจึงได้ให้ชื่อว่า บ้านธนเณศวร ซึ่งหมายถึง ความมั่นคง มั่งคั่ง มั่งมีในโชคลาภและถึงพร้อมไปด้วยโภคทรัพย์แบบว่ายิ่งอยู่ยิ่งรวยยิ่งๆ ขึ้นครับ
สำหรับท่านที่อยู่ พิษณุโลก หรือบริเวณใกล้เคียงหากสนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอมรา โทร.08-1379-4889 ส่วนรายละเอียดของ บ้านไม่บาน รุ่นพิเศษที่มีขนาดถึง 12 ห้องนอน 12 ห้องน้ำ ที่เมือง สองแคว นี้ ยังมีอีกมาก เอาไว้ติดตามกันต่อในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ยังสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน เว็บไซต์ ยอดฮิตของชาว คนรักบ้าน www.homeloverthai.com แล้วพบกันได้ใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ



