
ร.ร.ขานรับใช้คะแนนO-Netรับนร.ม.1
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดเสวนาระดมความเห็นเรื่อง การใช้ O-Net เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง นักเรียนร่วมประชุมประมาณ 150 คน ที่รร.ปริ๊น พ
นายเกษม สดงาม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2 กล่าว ว่า ตนเห็นที่จะใช้คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ในการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ4 โดย ในสัปดาห์หน้าตนได้นัดทำความเข้าใจกับผู้ปกครองเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งตนคิดว่าแต่ละโรงเรียนจะต้องเร่งเตรียมตัวเพราะจะมีผลต่อเด็ก ทั้งนี้ขอให้สพฐ.พิจารณาและกำหนดสัดส่วนที่จะใช้ให้ชัดเจน
นายสุรพงษ์ งามสม ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง กล่าวว่า คะแนน O-Net นั้นมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพจัดการศึกษา ซึ่ง หากจะนำมาใช้จำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าโรงเรียนจะต้องนำมาใช้ หรือเลือกนำมาใช้เพราะประเด็นนี้ไม่มีผลต่อโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงแต่ อาจจะกระทบต่อโรงเรียนอื่น ๆ
นายโชว์นันต์ มารุตวงศ์ผู้อำนวยการโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทร์เดชา กล่าวว่า ขอเสนอว่าหากนำคะแนน O-Net มาใช้ควรจะกำหนดสัดส่วนดังนี้ คะแนน O-Net 25% คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร GPAX 25% และสอบคัดเลือก 50% ทั้งนี้ การเสนอให้ใช้สัดส่วน O-Net 25%,GPAX 25% เพราะมองว่าจะเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนตื่นตันตั้งใจในการสอบและการเรียนเพื่อพัฒนาตนเองเพราะคะแนนจะมีผลต่อการเรียนต่อม.1 และม. 4
นายประกาศิต ยังคง ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ กล่าวว่า ความเห็นของตนและผู้บริหารที่ได้ร่วมหารือกันเบื้องต้นนั้น มองว่าการใช้คะแนน O-Net มาคัดเลือกเพื่อเรียนต่อเป็นเรื่องที่ดี โดยมองว่าหากใช้ในระดับม.1 นั้นควรกำหนดสัดส่วน ดังนี้ O-Net 20% GPAX 20% และอีก 60% ขณะที่ชั้นม.4 ให้เป็นการสอบคัดเลือกทั่วไป50% คุณลักษณะที่พึ่งประสงค์10% โอเน็ต 20% และGPAX 20% สาเหตุที่ต้องให้ม.1 ใช้การสอบ 60% เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนที่ไม่ได้คะแนนโอเน็ตสูงสามารถใช้การสอบเป็นช่องทางเข้าเรียนต่อได้
นายสัมพันธ์ พันธ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)กล่าวว่า ยินดีที่สพฐ.มีนโยบายให้โรงเรียนนำคะแนนโอเน็ตไปใช้ โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารสทศ.มีมติไปแล้วว่าจะจัดสอบโอเน็ตระดับประถม ศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่3 และม.6 โดยข้อสอบจะออกตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2550 ใน 6 วิชา โดยเน้นใน 5 หลักได้แก่ วิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษและสังคมศึกษา ส่วนอีกหนึ่งวิชาจะร่วมกันระหว่างกลุ่มสาระสุขศึกษาและพบศึกษา/ ศิลปะ/ การงานอาชีพแลเทคโนโลยี ศิลปะ
โดยมีเป้าหมายร่วมกันว่าภายในปี 2561 เด็กไทยจะต้องได้คะแนนโอเน็ตใน 5 วิชาหลักไม่ต่ำกว่า 50% โดยข้อสอบ แต่ละวิชาไม่เกิน 2 รูปแบบ คือรูปแบบที่ 1 ข้อสอบแบบปรนัย แบบเลือกคำตอบที่ถูกที่สุด 1 คำตอบ มี 4 ตัวเลือก ใช้สอบนักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 ส่วนชั้น ม.6 จะมี 5 ตัวเลือก และรูปแบบที่ 2 ข้อสอบปรนัยแบบเติมคำตอบ หรือ เลือกคำตอบมากกว่า 1 คำตอบ ข้อสอบเชื่อมโยง แต่สัดส่วนจำนวนข้อสอบจะต้องไม่เกิน ร้อยละ 20 ของข้อสอบในวิชานั้น ๆ
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า จากการระดมความคิดเห็นพบว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยกับการนำคะแนนโอเน็ตไปใช้ให้เกิด ประโยชน์กับการพัฒนาคุณภาพ และให้มีผลต่อการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้นม.1 และม.4 โดยในแง่ของสัดส่วนการคัดเลือกที่ประชุมเสนอให้มี 3 องค์ประกอบหลัก คือ คะแนนสอบคัดเลือก GPAX และคะแนนโอเน็ต
ทั้งนี้มีการนะเสนอที่หลากหลายและเป็นข้อเสนอที่เกินกว่าความคาดหวังของสพฐ.ที่จะให้ใช้คะแนนโอเน็ตแค่ 10% แต่ที่ประชุมส่วนใหญ่เสนอในสัดส่วน 20% 25%และ 50% ทำ ให้มั่นใจว่าโรงเรียนพร้อมที่จะนำคะแนนไปใช้เป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกนัก เรียนจากนี้สพฐ.อาจจะต้องไปกำหนดเกณฑ์กลางสัดส่วนต่าง ๆ เพื่อให้โรงเรียนนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม โดยจะต้องเป็นเกณฑ์ที่มีความยืดหยุ่น



